Play The Blues


มาพูดถึงดนตรีบลูส์

ดนตรีบลูส์เเป็นดนตรีระดับพื้นฐานที่นักดนตรีส่วนใหญ่จะต้องเคยผ่านมาอย่างน้อยสักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะว่าดนตรีที่เกิดตั้งแต่ทศวรรษ 50 ทั้งหลายทั้งปวงทุกวันนี้ต่างก็เป็นหนี้ดนตรีบลูส์ทั้งนั้น ซึ่งถ้าจะสืบค้นร่องรอยต่อไปก็นู่นเลย ว่ากันไปถึงพรีมิทีฟมิวสิกกันนู่นเลย จนกระทั่งคลี่คลายกลายเป็นดนตรีร็อก ฮาร์ดร็อก

พื้นฐานของดนตรีบลูส์ดั้งเดิมจะมีโครงสร้างง่าย ๆ แบ่งเป็นท่อนละ 12 บาร์ ซึ่งก็จะเรียกกันตรงตัวว่า 12-บาร์ บลูส์ หรือ บลูส์ 12 ห้อง แนวทางการวางคอร์ดมันก็จะออกมาประมาณนี้

 

1              2            3            4
| I  /  /  / | I  /  /  / | I  /  /  / | I  /  /  / |

5              6            7            8
| IV /  /  / | IV /  /  / | I  /  /  / | I  /  /  / |

9              10           11           12
| V7 /  /  / | V7 /  /  / | I  /  /  / | /  /  /  / |

I =tonic

IV    =subdominant

V7   = dominant 7th

สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานทางทฤษฎีดนตรีก็คงจะเข้าใจกันดี  ส่วนคนทีเพิ่งเริ่มต้นก็จะอธิบายง่ายๆ ว่าถ้าเปรียบเป็นคอร์ด แล้วมันจะออกมาหน้าตาประมาณตารางนี้

 

  I IV V7
E-major E A B7
A-major A D E7
D-major D G A7
G-major G C D7
C-major C F G7

จากตารางข้างบนก็หมายถึงว่าถ้าเป็น E major จะประกอบไปด้วยคอร์ด E เป็น root chord (I) ถ้าเป็น subdominant จะเป็นคอร์ด A และถ้าเป็น dominant seventh ก็จะเป็นคอร์ด B7 และถ้าเป็น tonality อื่นก็จะสลับสับเปลี่ยนกันไป จากตารางตัวอย่างนี้ยกตัวอย่างให้เพียง 5 ตัวอย่างเท่านั้น ที่เหลือก็คงไม่ใช่เรื่องยาก

ลองจับกีตาร์มาเล่น แล้วฟังการเคลื่อนตัวของโน้ต dominant seventh เคลื่อนตัวเข้าหา tonic (เช่นเล่นคอร์ด B7 แล้วต่อด้วยคอร์ด E) แล้วลองเปรียบเทียบกับการเล่นคอร์ดอื่นๆเข้าหา tonic chord ในจุดนี้คุณจะได้รับรู้ถึงการเคลื่อนตัวของโน้ตที่จะให้ความรู้สึกจบสมบูรณ์ เพราะตรงนี้เป็นธรรมชาติของเสียงคือเสียง ของโน้ตตัวที่ 2 ตัวที่ 4 และตัวที่ 7 ในสเกลจะออกไปทาง dissonant (เสียงกระด้าง, เสียงไม่เข้ากัน) ที่จะวิ่งเข้าหา tonic เพื่อผ่อนจบแบบเด็ดขาด ไม่ต้องเคลื่อนตัวไปไหนอีก กรุณาดูตารางประกอบ จะเห็นว่าโน้ตตัวที่ 4 ก็คือโน้ต A และ โน้ตตัวที่ 7 ก็คือโน้ต D#   ซึ่งโน้ตเหล่านี้มันอยู่ใน dominant seventh chord นั่นเอง (คอร์ด B7 ประกอบไปด้วยโน้ต B – D# – F# – A)

 

E  

F#

 

 

G#

 

 

A

 

 

B

 

 

C#

 

 

D#

 

1st 2nd 3rd 4th 5th 6th 7th

 

ลองเล่นคอร์ด V7 – I ดู นี่เป็น cadence ที่ชัดเจนมาก จากนั้นลองเล่นโน้ตตัวที่ 1 – 4 – 7 ไล่ขึ้นไล่ลง จะรับรู้ถึงการคลี่คลายไปสู่โน้ต tonic จากนั้นลองใส่โน้ตตัวที่ 2 เข้าไปด้วย แต่ว่าโน้ตตัวที่สองมันเป็นคู่เสียงประเภท minor third ซึ่งจะไม่ค่อยให้ความรู้สึกมากเท่ากับเจ้าโน้ตตัวที่ 7 กับ 4 ซึ่งเป็นคู่เสียง minor fifth มันจะให้ความรู้สึกมากกว่า

เสียง V – I หรือว่า dominant – tonic นี้เป็นสิ่งสำคัญมากในดนตรีตะวันตก จะได้ยินมันตั้งแต่ดนตรีพื้นบ้านไปจนถึงดนตรีคลาสสิคัลมิวสิก ตั้งแต่ดนตรีบลูส์ โซล ร็อก พังก์ หรือแม่แต่เมทัลทำความเข้าใจมันไว้ไม่เสียเวลา

กลับมาที่ 12-บาร์ บลูส์ จะได้เห็น dominant seventh เข้ามาในบาร์ที่ 9 และ 10 ซึ่งมันจะนำไปสู่ tonic ซึ่งถ้าเราดัดแปลงเล็กน้อย ในบาร์ที่ 12 จาก tonic chord มาเป็น dominant chord เสียงที่เกิดขึ้นมันก็พร้อมจะกลับไปเล่นรอบใหม่ใน tonic chord

9               10           11           12

| V7 /  /  / | V7 /  /  / | I  /  /  / | V7 /  /  / |

เพราะว่าใน 1 เพลงคงไม่ได้มีแค่ 12 บาร์ต้องการเล่นมันซ้ำ การเล่น dominant seventh ในบาร์ที่ 12 เพื่อจะกลับไปหา tonic ในบาร์แรก อย่างนี้เรียกว่า turnaround ซึ่งมันจะให้เสียงดีกว่าเล่น tonic chord ในบาร์ที่ 12  หรือถ้าอยากให้เพลงที่น่าสนใจมากขึ้น อาจจะเล่น tonic chord ใน beat แรกก่อนจะเข้าไปเล่น dominant seventh

9         10              11       12

| V7 / / / | V7 / / / | I / / / | I V7 / / |

จำเอาไว้ว่าการ turnaround คือการย้อนกลับไปเล่นอีกครั้งไม่ใช่การจบเพลง ถ้าเป็นการจบเพลงน่าจะใช้ tonic chord น่าจะดีกว่า คือให้ความรู้สึกว่าจบแล้วนะ ไม่มีการเคลื่อนตัวอีกแล้ว

อาจจะนำเอาคอร์ด sub dominant เข้ามาใช้แทน dominant seventh ในบางจุด เช่นการนำเอามาใช้แทนในบาร์ที่ 10 ดังตัวอย่างนี้ อยากให้คุณลองเล่นมันแล้วฟังด้วยหูของคุณเอง ว่ามันเป็นอย่างไร คือถ้าเล่น dominant seventh มากไป เสียงมันจะเฝือมากเกินไป ลองใช้ sub dominant เข้ามาช่วยลดความเลี่ยนที่เกิดขึ้นจะพอช่วยได้ sub มันก็หมายถึงว่า “รองลงไป” หรืออะไรเทือกนั้นแหละ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะใช้ทดแทนได้บ้าง ถึงแม้ว่าคุณสมบัติของเสียงมันจะไม่เหมือนกันนักก็ตาม ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นกับหูว่าต้องการเสียงออกมาแบบไหน ถ้าไม่เล่น turnaround ก็เล่นเป็น dominant seventh ไปเลยดีกว่า (ความชอบส่วนตัวล้วน ๆ)

9            10           11           12

| V7 /  /  / | IV /  /  / | I  /  /  / | I  V7  /  / |

เอาล่ะ นอกจากคอร์ดเหล่านี้แล้ว ยังจะหาคอร์ดอื่นเข้ามาทดแทนเพื่อเสียงที่ออกมาจะได้ไม่เลี่ยนจนเกินไป ลองกลับไปที่ 4 บาร์แรกจะเห็นว่าเล่น tonic chord กันอย่างเดียวมันซ้ำซากเกิดไป ลองเพิ่ม I7 เข้าไปหน่อยจะดีมั้ย? การเพิ่ม I7 เข้าไป จะเป็นการเพิ่ม tension ให้กับเสียงที่ออกมา สำหรับ tension นี่ก็คือเสียงกระด้าง, เสียงที่ไม่เข้ากัน คือถ้าจะใช้ก็อยากให้ระมัดระวังไม่ให้ใช้มากเกินไป ยกเว้นมีความประสงค์อย่างนั้นจริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ลองเอาไปใส่ใน 3 beat หลังของบาร์ที่ 4 หน้าตามันจะออกมาอย่างนี้

1            2            3            4

| I  /  /  / | I  /  /  / | I  /  /  / | I  I7  /  / |

คือเสียง tension ถ้าจะถามว่าจำเป็นไหม? มันก็น่าจะเป็นตัวเลือกสำหรับการสร้างสีสันที่ดี เหมือนขับรถอยู่ในระเบียบมาตลอด อยู่ ๆ ลองหักพวงมาลัยให้ไปครูดขอบทางเล่นบ้างจะได้รู้สึกตื่นเต้น เป็นระยะ แต่ถ้าขับรถไปแล้วขับครูดขอบฟุตบาทไปตลอดมันคงไม่ค่อยดีจริงมั้ย? ก็เหมือนกับชีวิตคนเรา ถ้าไม่ได้สัมผัสกับความทุกข์จะลิ้มรสสุขได้อย่างไร?

สำหรับ I7 มันจะเป็น tension ของ IV ในบาร์ที่ 5 คือความสัมพันธ์ของมันก็คือ เจ้า I7 นี้เป็น dominant seventh ของ IV ให้ความรู้สึกคล้ายๆกับ V7 – I นั่นแหละ เพียงแต่ไม่ชัดเจนเท่า ซึ่งในจุดนี้ให้ระวังกันเล็กน้อย เพราะเคยวิเคราะห์ในทางที่ว่า บาร์ที่ 5 และ 6 มันเป็นการ transpose ไปสู่อีกคีย์หนึ่ง เช่นในตัวอย่างนี้ก็คือ การเปลี่ยนจากคีย์ E ไปสู่คีย์ A ย้อนกลับไปดูตารางอันแรกๆ เลยนะครับ ดูที่คีย์ A major จะเห็นว่า ในคีย์ A นั้น เจ้า dominant seventh ก็คือ E7 และในคีย์ E เจ้า IV ก็คือ A  ถ้าวิเคราะห์อย่างนี้จะเห็นภาพได้ชัดว่าทำไมเปลี่ยนจากคอร์ด I เป็น I7 แล้วมันจึงเข้าท่าเข้าทาง เพราะใช้กฎ  V – I เข้ามาใช้ได้  แต่ว่าในบาร์ที่ 7 มันจะกลับมาอยู่ในคีย์ E อีกครั้ง

แต่ว่าในทางบลูส์มีค่านิยมอยู่อย่างคือ นิยมเล่นเป็นคอร์ด seventh ทั้งหมด อธิบายได้ด้วยเรื่องของ dominant seventh ที่กล่าวไปแล้ว ดังนั้น ถ้าเล่นบลูส์อาจจะเล่นอย่างนี้

 

1            2            3            4

| I  /  /  / | I  /  /  / | I  /  /  / | I  I7  /  / |

 

5             6             7            8

| IV7 /  /  / | IV7 /  /  / | I  /  /  / | I  /  /  / |

 

9            10            11           12

| V7 /  /  / | IV7 /  /  / | I  /  /  / | /  V7  /  / |

 

ซึ่งในคีย์ E มันจะเป็นอย่างนี้

 

1            2            3            4

| E  /  /  / | E  /  /  / | E  /  /  / | E7  /  /  / |

5            6            7            8

| A7 /  /  / | A7 /  /  / | E  /  /  / | E  /  /  / |

9            10           11           12

| B7 /  /  / | A7 /  /  / | E  /  /  / | /  B7  /  / |

อาจจะเปลี่ยนบาร์ที่สองให้เป็น IV7 ก็ได้เหมือนกัน

1         2          3         4

| E / / / | A7 / / / | E / / / | E7 / / / |

ทำการบ้านกันหน่อย

ลองไปหาบทเพลงของปรมาจารย์บลูส์มาฟัง แล้วลองคิดดูว่า

  • ท่านเหล่านั้นเล่น I หรือว่า IV7 ในบาร์ที่ 2
  • และท่านเหล่านั้นเล่น I7 ในบาร์ที่ 4 บ้างหรือเปล่า
  • และถ้าท่านเหล่านั้นเล่น IV7 ในบาร์ที่ 10 หรือเปล่า หรือว่าเล่น V7 และถ้าเล่น จะเป็น turnaround หรือไม่

ลองฟังแล้วพิจารณาด้วยตัวเอง ความจริงบลูส์อาจจะมีโครงสร้างหลักอย่างที่เรียกว่า 12-บาร์บลูส์ แต่เอาเข้าจริงมีการพลิกแพลงได้หลากหลาย และไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว หมายความว่าถ้าเล่นบลูส์ไม่จำเป็นต้องเล่น 12-บาร์ บลูส์ ด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ถ้าเป็นบลูส์แมนสิ่งที่เล่นก็คือ บลูส์ มันอาจจะมีแพ็ตเทิร์นแบบ 8 บาร์ก็ได้ หรืออาจจะเป็น 16 บาร์ก็ได้ แล้วแต่ว่าใครจะเล่นอย่างไร เพียงแต่จุดดั้งเดิมที่มันเป็นนั้นมันเป็นอย่างที่อธิบาย

โอเค หลังจากนั้นลองมาพูดถึงเรื่องสเกลกันหน่อย จะไม่เล่น E major scale แต่จะมีการดัดแปลงโน้ตบางตัว  ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ E major แล้วจะได้pentatonic scale คิดเป็นสูตรง่ายก็คือ 1 – b3 – 4 – 5 – b7 ถ้าเห็น b3 ก็บอกได้เลยว่านี่เป็น minor tonality

 

E Major E  

F#

 

 

G#

 

 

A

 

 

B

 

 

C#

 

 

D#

 

E บลูส์ E G A B D

แต่ถึงแม้ว่ามันจะออกมาในทาง minor แต่คอร์ดที่เราใช้อยู่ในทาง major นี่เป็นอีกหนึ่งลักษณะของดนตรี บลูส์ และให้คุณคิดถึง b7 (ในที่นี้คือโน้ต D) หน้าที่และบทบาทมันไม่ต่างกับกับลักษณะของ dominant seventh ที่ได้กล่าวถึงในช่าง V7 – I เลย ลองจับระยะคู่เสียงดูเอาก็แล้วกัน

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.