British Invasion


บริติชอินเวชั่น (British Invasion) เป็นคำที่ใช้เรียกช่วงเวลาหนึ่งที่วงดนตรีจากอังกฤษสามารถเข้ามาสร้างความนิยมในอเมริกา (และน่าจะทั่วโลก) ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวประมาณว่าอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1964  – 1967

ก่อนหน้าจะมีกระแสบริติชอินเวชันนั้นแทบจะไม่มีวงจากอังกฤษคณะใดได้รับความนิยมในอเมริกา การติดต่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างอังกฤษกับอเมริกามีอยู่บ้าง เมื่อเอลวิส เพรสลีย์ดังระเบิดในอเมริกา ก็โผล่ข้ามไปดังที่เกาะอังกฤษ แต่วงดนตรีจากเกาะอังกฤษแทบไม่เคยมีพื้นที่ในอเมริกาเลย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะในอเมริกาเองก็มีการแข่งขันกันสูงมาก พื้นที่กว้างใหญ่จนเทียบเท่าทวีปทำให้มีนักร้องและศิลปินมากมายที่พยายามฝ่าฝันกว่าจะถึงมาจุดสูงในระดับประเทศ ดังนั้นถ้าจะมีศิลปินจากที่อื่นแทรกเข้ามาก็ต้องฝ่าฝันกับเจ้าถิ่นมากมาย และแสดงว่าต้องมีฝีมือหรือว่ามีเสน่ห์เฉพาะตัวจริง

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นในปลายปีค.ศ. 1963 เมื่อกระแสคลั่งเดอะบีตเทิลส์ หรือบีตเทิลส์มาเนีย (Beatlemania) ในอังกฤษได้ยินข้ามมหาสมุทรไปถึงฝั่งอเมริกา

ในตอนนั้นแม้แต่ วอลเตอร์ ครอนไคต์ (Walter Cronkite) นักเล่าข่าวคนดังแห่งสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสยังหยิบเรื่องกระแสบีตเทิลส์มาเนียในอังกฤษมานำเสนอ จากนั้นคนอเมริกันก็เริ่มพูดถึงเดอะบีตเทิลส์มากขึ้นเรื่อย ๆ และในช่วงปลายปีค.ศ. 1963 เพลง “ไอวอนต์ทูโฮลด์ยัวร์แฮนด์” ของเดอะบีตเทิลส์ก็เริ่มดังในอเมริกา เอ็ด ซัลลิแวนเดินทางไปอังกฤษ และระหว่างรอเครื่องบินกลับอเมริกาที่สนามบินฮีธโรว์ บังเอิญเดอะบีตเทิลส์กำลังอยู่ในสนามบินพอดีทำให้เขาได้เห็นความคลั่งไคล้ที่แฟนเพลงมีต่อเดอะบีตเทิลส์ด้วยตาตัวเอง และตัดสินใจติดต่อขอเชิญเดอะบีตเทิลส์ให้ข้ามมหาสมุทรไปออกรายการเอ็ด ซัลลิแวนโชว์

เดอะบีตเทิลส์ตอบรับคำเชิญ และมาเยือนรายการเอ็ด ซัลลิแวนโชว์ วันที่ 9 กุมภาพันธ์พ.ศ. 1964 ช่วยส่งเรตติ้งรายการเอ็ด ซัลลิแวนโชว์ในวันนั้นมากเป็นประวัติการณ์ บริษัทนีลเซนเรตติงส์ (Nielsen Ratings) ซึ่งเป็นผู้สำรวจและจัดทำเรตติ้งรายการโทรทัศน์ รายงานว่าคนดูโทรทัศน์ในวันนั้นดูรายการเอ็ด ซัลลิแวนโชว์ถึงร้อยละ 45

ก่อนหน้านั้นสองวัน ทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสได้รายงานข่าวการมาเยือนอเมริกาของเดอะบีตเทิลส์ด้วยประโยคเด็ดว่า “The British Invasion this time goes by the code name Beatlemania”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของบริติชอินเวชัน หลังจากนั้นก็มีวงดนตรีจากอังกฤษตามมาอีกมากมาย เช่นเดอะโรลลิงสโตนส์ ดิแอนิมอลส์ เดอะคิงส์ เดอะฮู เฮอร์แมนส์เฮอร์มิตส์ เดอะทร็อกส์และโดโนแวน เป็นต้น

วงในกลุ่มบริติชอินเวชันมาแนวทางอยู่สองกลุ่มหลัก คือกลุ่มดนตรีสคิฟเฟิล ได้แก่พวกที่อยู่ในลิเวอร์พูดซึ่งได้รับอิทธิพลจากดนตรีคันทรีและบลูส์ปนร็อกแอนด์โรลมีนักดนตรีต้นแบบอย่างเอลวิส เพลสลีย์  บัดดี ฮอลลี ซึ่งเดอะบีตเทิลส์ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนี้  อีกกลุ่มเป็นวงดนตรีจากลอนดอนอย่างเดอะโรลลิงสโตนส์ จะเอนเอียงไปทางริธึ่มแอนด์บลูส์ โดยได้รับอิทธิพลจากมัดดี วอเตอร์ ฮาวลิ่ง วูล์ฟเป็นต้น

ทั้งสองสายก็ได้รับอิทธิพลจากดนตรีของอเมริกาเหมือนกัน และดูเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่น่าทึ่ง เพราะในขณะที่วงจากเกาะอังกฤษได้รับอิทธิพลจากอเมริกาไปพัฒนาจนสู่ขั้นก้าวกระโดด อเมริการับอิทธิพลจากวงอังกฤษเหล่านี้มาพัฒนาตัวเองอีกทอดหนึ่ง อย่างเช่นเดอะเบิร์ด บีชบอยส์ เดอะดอร์ส จนเป็นกระแสไซคีเดลิกดึงความนิยมจากวงอังกฤษให้กลับมาสู่วงอเมริกาเหมือนเดิมในช่วงราวปีค.ศ. 1967 ปิดฉากความยิ่งใหญ่ของวงดนตรีจากเกาะอังกฤษในยุคบริติชอินเวชัน เพราะหลังจากนั้นวงดนตรีจากเกาะอังกฤษก็ไม่สามารถครองความนิยมในอเมริกาแบบถล่มทลายได้อีก แม้ว่าจะมีในช่วงต้นทศวรรษ 80 หรือยุคโพสต์พังก์ บรรดากระแสนิวเวฟ นิวโรแมนติก อย่างเช่นวงเดพีเชโหมด ยูริธึมมิกส์ ดูแรนดูแรน บอย จอร์จ มาเรียกความนิยม แต่ถ้าเทียบถึงผลกระทบที่ตามมาอย่างในยุคบริติชอินเวชั่นไม่ได้เลย

กระแสดนตรีบริติชอินเวชั่นอาจจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ส่งผลกระทบต่อวงการดนตรีเป็นอย่างมาก เพราะการคิดค้นทดลองนำไปสู่ดนตรีเฮฟวีเมทัล แอซีดร็อก โปรเกรสซีฟ ร็อก และอีกมากมายหลายแขนงจนมาถึงทุกวันนี้

อัลบั้มแนะนำ

The Beatles – Please Please Me

คงไม่ต้องบรรยายอะไรมาก!

The Who – My Generation [1965]

เดอะฮูเป็นวงของพวกม็อดเล่นดนตรีอาร์แอนด์บีที่แรงขึ้นกว่าเดิม ดนตรียุคแรกของพวกเขาเรียกว่าแม็กซิมัมอาร์แอนด์บี คือนำดนตรีอาร์แอนด์บีมาเล่นให้แรงขึ้น และต้องยอมรับว่า คีธ มูน มือกลองของวงทำให้ภาคริธึมน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ประสานไปกับไลน์เบสที่โดดเด่นของ จอห์น แอนท์ไวส์เซิล และการกระแทกคอร์ดอันรุนแรงของพีต ทาวน์เชนด์ ที่กล้าใส่เสียงดิสทอร์ชันและใช้ฟีดแบ็กช่วงท้ายเพลง “มายเจเนอเรชัน” เป็นการเปิดศักราชการใช้เสียงดิสทรอชันอย่างเป็นล่ำเป็นสันในเวลาต่อมา

The Yardbirds – For Your Love [1965]

เดอะยาร์ดเบิร์ดส์เป็นวงดนตรีทางผ่านของมือกีตาร์ผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกถึงสามคน คืออีริก แคลปตัน  เจฟฟ์ เบ็ค และ จิมมี เพจ สำหรับ อัลบั้ม ฟอร์ยัวร์เลิฟ จะได้ยินเสียงกีต้าร์ของอีริก แคลปตัน กับเจฟฟ์ เบ็ค ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะได้ยินสองคนนี้เล่นในอัลบั้มเดียวกัน ดนตรีไปในแนวทางบูลส์ที่เจือปนลักษณะไซคีเดลิกและการทดลองที่อิสระ

The Rolling Stones – Aftermath [1966]

อัลบั้มลำดับที่ 4 ที่ฝีมือการประพันธ์เพลงของคู่หู มิก แจ็กเกอร์กับคีธ ริชาร์ดส์เข้าขากันอย่างลงตัว แถมยังได้ไบรอัน โจนส์ซึ่งเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายและมักทดลองเสียงแปลกใหม่เสมอ องค์ประกอบหลายอย่าง รวมกันให้หินกลิ้งเป็นหนึ่งเดียวที่สามารถเทียบเคียงกับสี่เต่าทองได้สบาย

The Kinks – The Kinks [1964]

เป็นอีกคณะที่มักจะได้รับเครดิตสำหรับดนตรีเมทัลและบริตร็อก สองพี่น้อง เรย์และเดฟ เดวีย์ ได้สร้างเพลงป็อปที่มีท่อนริฟฟ์สนุก ๆ อย่างในเพลง “ยูเรียลลีก็อตมี”ที่หลายคนรู้จักเพลงนี้จากเวอร์ชั่นของแววนเฮเลนมากกว่า

The Moody Blues – Days of Future Passed [1967]

ถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการทำเพลงอาร์แอนด์บีแต่ว่างานลำดับสองได้ออกไปทางคอนเซ็ปต์อัลบั้มชัดเจนและดนตรีออกไปในทางโปรเกรสซีฟร็อก อัลบั้มนี้ได้ใช้เสียงต่าง ๆ สร้างความรู้สึกอลังการ และเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บุกเบิกดนตรีโปรเกรสซีพร็อกในเวลาต่อมา

One thought on “British Invasion

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.