Detroit Rock City


จะว่าไปแล้ว ดีทรอยต์ร็อกซิตี เป็นภาพยนตร์ในสายเปลี่ยนผ่านอายุ (coming of age) ที่ธรรมดาสามัญมาก แค่เด็กวัยรุ่นสี่คนที่ดิ้นรนเดินทางไปดูวงโปรดของตัวเองเล่นคอนเสิร์ตให้ได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ถ้าไม่มีโฆษณาว่า “หนังที่ทำโดยแฟนเพลงคิส เพื่อแฟนเพลงคิส” ดังนั้นถึงแม้ว่าเนื้อหาของภาพยนตร์จะไม่ดึงความสนใจจากคนหมู่มาก แต่สำหรับคนที่เป็นแฟนวงคิสก็คงจะต้องหันมามองบ้าง

คิสไม่ใช่วงดนตรีที่เขียนเนื้อเพลงลุ่มลึก เนื้อหาของบทเพลงเวียนวนอยู่กับแนวคิดเซ็กซ์ ยาเสพติด ร็อกแอนด์โรล ใช้คำที่คนจำง่ายร้องตามท่อนฮุกสะดวก ถ้าพูดถึงฝีมือทางด้านการเล่นดนตรีก็ฝีมือธรรมดาไม่เคยได้รับการยกย่องในแง่ของฝีมือการเล่นดนตรีว่าเลิศเลอ อาศัยเพียงทีมเวิร์กที่เข้าขาและร็อกกันสนั่นหวั่นไหว พวกเขาไม่เคยมีเพลงหรือว่าอัลบั้มขึ้นอันดับหนึ่งในบิลบอร์ดชาร์ต แต่พวกเขามีฐานแฟนเพลงเหนียวแน่น และเป็นวงดนตรีทีทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำอยู่ในลำดับต้นของวงการร็อกโดยไม่จำเป็นที่จะต้องออกอัลบั้มใหม่เสียด้วยซ้ำ

เสน่ห์อย่างเดียวของคิสก็คือพวกเขามองดนตรีเป็นเรื่องความบันเทิง สองผู้นำของวงคือพอล สแตนลี กับจีน ซิมมอนส์ฉลาดในการนำเสนอความบันเทิงแน่วแน่มาตั้งแต่ตั้งวงเมื่อปีค.ศ. 1971 (ตอนนั้นยังใช้ชื่อวงว่าวิคเก็ดเลสเตอร์ คือถ้าพูดถึงดนตรีว่า “เล่นดนตรี” ต้อง “ขายดนตรี” วงคิสอาจไม่ใช่วงดนตรีด้วยซ้ำ สองหัวหอกของคิสยอมรับอย่างหน้าไม่อายว่าไม่เคยคิดจะทำดนตรียิ่งใหญ่ซับซ้อนเหนือมนุษย์ แม้ว่าช่วงที่พวกเขาตั้งวงจะเป็นช่วงที่วงดนตรีเช่นแบล็กซับบาธ เล็ดเซพพลินกำลังดัง แถมดนตรีโปรเกรสซีฟร็อกที่หลงใหลความลึกล้ำของเสียงดนตรีกำลังผลิบาน พลพรรคคิสคงคิดใคร่ครวญกันแล้วว่าถ้าให้นำเสนอออกมาแบบนั้นมันคงไม่เวิร์กแน่ ทักษะและความสร้างสรรค์เทียบชั้นวงเหล่านั้นลำบาก ดังนั้นต้องนำเสนอร็อกพื้น ๆ ที่เน้นความสนุกสนานเป็นหลัก

ตรงนี้ก็เข้ากับหลักการตลาด คือ ถ้าคิดจะประสบความสำเร็จ ต้องคิดถึงสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน แต่ถ้ามีใครทำมาก่อน ก็ต้องทำให้ดีกว่า และถ้าทำให้ดีกว่าไม่ได้ ก็ต้องเลือกที่จะแตกต่าง! คิสเลือกที่จะแตกต่าง  เพราะสิ่งที่พวกเขาสนใจก็คือทำอย่างไรถึงจะให้แฟนเพลงรู้สึกสนุกไปกับพวกเขา และนั่นก็เป็นเคล็ดลับความสำเร็จของคิสที่เล่นกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมาสามสิบกว่าปี

อย่างแรกที่แตกต่างก็คือการแต่งหน้าและแต่งตัวของพวกเขา อันที่จริงการแต่งหน้าไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นในตอนนั้น เพราะในช่วงที่พวกเขาตั้งวงคือประมาณต้นทศวรรษ 70 ก็มีวงแกล็มร็อกทาหน้าทาตากันบ้างแล้ว อย่างอลิซ คูเปอร์เจ้าพ่อช็อคร็อกก็แต่งหน้าแต่งตาและมีการแสดงประกอบระหว่างแสดงดนตรี แต่สิ่งที่อลิซ คูเปอร์ทำเพียงแค่ทาอายไลน์เนอร์ ขณะที่คิสทำมากกว่านั้นคือแต่งให้มันหลุดโลกไปเลย นั่นคือพวกเขาได้สร้างบุคลิกที่เป็นแบบอย่างเฉพาะ คือจีน ซิมมอนส์มือเบสเป็นอสูรกายพ่นไฟ สำรอกเลือด พอล สแตนลี มือกีตาร์และร้องนำเป็นเด็กน้อยจากดวงดาว เอซ เฟรห์ลีมือกีตาร์เป็นมนุษย์จากอวกาศ และปีเตอร์ คริสส์มือกลองเป็นแมว

นี่คือการสร้างแพ็คเกจจิงที่แตกต่างและแปลกใหม่ แม้แต่เด็กที่ไม่เคยฟังดนตรีร็อกยังสนใจพวกคิส เพราะคิดว่าสมาชิกทั้งสี่หลุดมาจากหนังสือการ์ตูน พวกเขาเรียกร้องความสนใจจากผู้คนได้สำเร็จ ทว่าสามอัลบั้มแรกของคิสกลับขายได้ไม่ดีนัก เหตุผลส่วนหนึ่งก็มาจากการที่พวกเขาใช้การแต่งหน้าทาตาได้กลายเป็นหอกย้อนกลับมาทิ่มแทงว่าพวกเขาไม่มีความสามารถทางด้านดนตรีเลยต้องหาจุดอื่นมากลบเกลื่อน ทางบริษัท คาซาบลังกาพยายามจะโปรโมทพวกเขาทุกวิถีทาง (เช่นจัดแข่งจูบมาราธอนก็มี) แต่ยอดจำหน่ายอัลบั้มมันไม่กระเตื้องขึ้น จนนีล โบการ์ตนายใหญ่แห่งคาซาบลังกาที่มองเห็นจุดขายตั้งแต่แรกต้องมาบัญชาการเข้มข้นด้วยตัวเองในอัลบั้มเดรสเซสทูคิลอัลบั้มลำดับที่สามซึ่งผลกลายเป็นว่ายอดขายแย่กว่าฮอตเตอร์แดนเฮลอัลบั้มที่สองเสียอีก

ถึงแม้ว่ายอดขายจะไม่มากนัก สิ่งที่พอจะขึ้นหน้าขึ้นตาอยู่บ้างก็คือการแสดงบนเวทีอันตระการตาอาศัยของประกอบเวทีเช่นพลุ การพ่นไฟและสำรอกเลือดของจีน (ความจริงเป็นโยเกิร์ตกับสีผสมอาหาร) แสงสีฉูดฉาดและควันรวมไปถึงการเล่นเพลงสดของคิสเร้าใจคนดู คือเพลงเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ว่าฟังแล้วมันส์ ซึ่งความสำเร็จทางการแสดงสดนี้เป็นจุดเริ่มให้บิล อูคอยน์ผู้จัดการของวงเริ่มมองเห็นว่าสิ่งที่แฟนเพลงต้องการมันคือการแสดงสด และเขาจึงเสนอให้ทำอัลบั้มแสดงสดออกมาคั่นเวลา

สมัยนั้น (ช่วงกลางทศวรรษ 70) การออกอัลบั้มแสดงสดมีค่าเพียงอัลบั้มค่าเวลาเท่านั้น แต่นีลมองจุดขายตามแบบที่บิลเสนอมาได้ทะลุปรุโปร่ง เลยยอมปล่อยอัลบั้มแสดงสดออกมาเป็นแผ่นคู่แม้ว่าราคาจะแพงกว่าแผ่นเดี่ยว และอีกอย่างคือคาซาบลังกาใกล้ล้มละลายเต็มที การออกอัลบั้มแสดงสดจึงเป็นการลงทุนที่ไม่มากนัก และผลตอบรับงานชุดนี้เกินความคาดหมายของทุกคนที่เกี่ยวข้อง เริ่มจากเพลง “ร็อกแอนด์โรลออลไนท์” ที่เวอร์ชั่นเดิมในอัลบั้มเดรสเซสทูคิลไม่ค่อยจะได้รับการเหลียวแลจากทางสถานีวิทยุ แต่เวอร์ชั่นแสดงสดกลับเปิดออกอากาศกันเป็นว่าเล่น รวมไปถึงยอดจำหน่ายขึ้นทะลุไปติดสูงสุดที่อันดับ 9 ของบิลบอร์ดชาร์ตอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อเทียบกับความล้มเหลวที่เคยมีก่อนหน้านั้น

หลังจากคิสประสบความสำเร็จ การตลาดอันเข้มข้นก็เริ่มขึ้น เริ่มจากแฟนคลับที่ใช้ชื่อเก๋ ๆ ว่ากองทัพจูบ (KISS Army) ถัดจากนั้นของสะสมก็เริ่มต้นกันระห่ำ นับจากโปสเตอร์ โมเดล ไปจนถึงกล่องดินสอและกล่องข้าว เอาเพลงเก่าจากสามชุดแรกมารวมขายใหม่ ความสำเร็จของพวกเขาสูงสุดก็ช่วง 1975 – 1979 พวกเขากลายเป็นวงที่ดังที่สุดของอเมริกา ซึ่งในภาพยนตร์ ดีทรอยต์ร็อกซิตี ได้แสดงถึงความคลั่งไคล้คิสที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นว่าอยู่ในระดับใด และแฟนเพลงของจะหวนรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพวกเขาได้แน่นอน

detroit_rock_city_ver1

ในเมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ทำมาขายแฟนคิสโดยเฉพาะ ทุกสิ่งทุกอย่างเลยมีแต่คิสเต็มไปหมด ตั้งแต่ชื่อภาพยนตร์ก็เอามาจากชื่อเพลง “ดีทรอยต์ร็อกซิตี” ของคิสจากอัลบั้มเดสทรอยเยอร์ เมื่อปีค.ศ. 1976 หลังกระแสคิสดังไปทั่วอเมริกา โดยเหตุการณ์ในเรื่องดีทรอยต์ร็อกซิตีจับเอาช่วงปีค.ศ. 1978 ซึ่งเป็นช่วงที่คิสกำลังอยู่ในช่วงความนิยมสูงสุดของอาชีพของพวกเขา คนที่ไม่ใช่แฟนเพลงคิสอาจจะคิดว่าเป็นการเชิดชูความยิ่งใหญ่ของคิสเกินเหตุ แต่ช่วงนั้นคิสดังจริง แรงจริง

สำหรับเมืองดีทรอยต์เป็นที่รู้จักกันในนามของมอเตอร์ซิตีหรือเมืองรถยนต์ เนื่องมาจากเป็นเมืองศูนย์กลางผลิตรถใหญ่ที่สุดของอเมริกา ส่วนในด้านดนตรีก็มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในช่วงปลายทศวรรษ 60 ต่อเนื่องกับต้นทศวรรษ 70 เพราะเป็นแหล่งกำเนิดดนตรีโปรโตพังก์/การาจร็อกออกมามากมาย เช่นเอ็มซีไฟฟ์ (ชื่อเต็มคือมอเตอร์ซิตีไฟฟ์) อิกกี ป็อปแอนด์เดอะสตูเกจส์ และแอมบอยดุ้ก เป็นต้น

แม้จะดูเหมือนเป็นเพลงสดุดีเมืองดีทรอยต์ว่าเป็นเมืองร็อก แต่เนื้อหาของเพลงนี้เป็นเรื่องของคนที่ขับรถประสานงากับรถบรรทุกที่ขับสวนมา ตรงนี้ถ้าจะจับแพะชนแกะให้มันเข้ากับเมืองดีทรอยต์ก็คงจะได้ในแง่ว่าดีทร้อยต์เป็นเมืองอุตสาหกรรมรถยนต์ บทเพลงเลยเกี่ยวกับรถยนต์

ถ้าจะมั่วกันได้ขนาดนั้นก็คงไม่รู้จะกล่าวอะไรแล้ว

ภาพยนตร์เรื่องดีทรอยต์ร็อกซิตีไม่เกี่ยวกับเมืองดีทรอยต์ เพราะตามท้องเรื่องจะเป็นที่คลิฟแลนด์, โอไฮโอ เนื้อหาว่าด้วยเด็กวัยรุ่น 4 คนที่ชอบวงคิสขนาดตั้งวงสดุดี ได้ซื้อบัตรคอนเสิร์ตวงโปรดของตัวเอง…แล้วพบว่าทำบัตรหาย!

เนื้อหาเพียงแค่นั้น นอกนั้นเพียงเติมเรื่องให้เต็ม และจบอย่างมีความสุข…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.