The Eagles: Hell Freezes Over


Hell Freezes Over บันทึกการแสดงสดที่เกิดขึ้นได้ยากเย็นจนเกิดคำว่า รอให้นรกเย็นก่อน ถึงจะมารวมตัวกันได้

ดิอีเกิลส์เป็นวงดนตรีที่มียอดขายอัลบั้มติดอันดับสูงสุดตลอดกาลอยู่ถึง 2 ชุดใน 10 อันดับแรก ศักดิ์ศรีและบารมีไม่เป็นรองใครทั้งนั้น แต่หลังจากสร้างชื่อเสียงมากมายในทศวรรษ 70 แล้วพวกเขาออกอัลบั้มเดอะลองรันปีค.ศ. 1979 ตามมาด้วยอัลบั้มบันทึกการแสดงสดอีเกิลส์ไลฟ์เมื่อปีค.ศ. 1980 จากนั้น ดอน เฮนรี เกล็น ฟราย ดอน เฟลเดอร์ โจ วอลช์ และธิโมธี บี ชมิท ก็แยกย้ายกันไปคนละเส้นทาง (แต่กว่าจะประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการก็ในปีค.ศ. 1982) และครั้งนั้นมันก็เป็นและหลังจากนั้นเมื่อมีใครถามว่าเมื่อไหร่พวกเขาจะกลับมารวมตัวกันอีก? ก็มักจะได้รับคำตอบหนักแน่นว่า “ไม่มีทาง”

และนั่นก็คือที่มาของชื่องานชุดนี้ เฮลฟรีซเซสโอเวอร์ ใครจะไปเชื่อว่าจะมีวันที่น้ำแข็งในนรกมันละลาย หลังจากผ่านไป 14 ปีพวกเขากลับมาเล่นร่วมกันในปีค.ศ. 1994 และถ้านับมาถึงปัจจุบันก็ผ่านไปแล้วอีก 11 ปี พวกเขาก็ออกทัวร์โดยใช้ชื่อ แฟร์เวลทัวร์วอลลุมวัน พอมีคนถามว่าทำไมมีวอลลุมวันห้อยท้าย ก็ได้คำตอบว่าเผื่ออนาคตข้างหน้าอาจจะกลับมาร่วมออกทัวณ์กันอีกก็ได้ ใครจะไปรู้

มาเข้าเรื่องดีกว่า เฮลฟรีซเซสโอเวอร์ เป็นอัลบั้มแรกในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกว่านี่เป็นงานที่ควรรำลึกถึงเป็นอย่างยิ่ง

เปิดดีวีดีมาจะเป็นบทสัมภาษณ์ของสมาชิกดิอีเกิลส์เกี่ยวกับการมารวมตัวกันในครั้งนี้ ว่ามายังไงไปยังไงถึงได้กลับมาทำงานร่วมกันอีก จากนั้นก็เป็นภาพการฝึกซ้อม ภาพหลังเวทีก่อนจะเริ่มแสดง กว่าจะเริ่มเล่นดนตรีจริงก็ล่วงเวลาเข้าไป 11 นาทีแล้ว สำหรับเมนูดีวีดีในแผ่นนี้ทำออกมาเรียบง่ายไม่มีลูกเล่นอะไรเลย คือมีอินเด็กซ์ให้เลือกเพลง ไม่มีลูกเล่นอะไรมากมาย แต่คนส่วนใหญ่ก็คงเลือกที่จะให้เล่นตามปกติมากกว่า ทั้งในเรื่องของเมนู และส่วนเอ็กซ์ตราธรรมดาเกินไปหน่อย คือมีแค่เพลง “เซเวนบริดจ์โรด” ให้ฟังในระบบดีทีเอสออดิโอ งานนี้แสดงศักยภาพของการมิกซ์และระบบเสียงจริง ๆ ทำได้ดีเป็นพิเศษ

เปิดการแสดงมาก็เห็นพญาอินทรีย์ทั้งห้านั่งเรียงหน้ากระดาน กรีดสายกีตาร์อินโทรเล็กน้อย ก่อนที่ท่อนอินโทรอันคุ้นหูแฟนเพลงจะเริ่มขึ้น พร้อมกับเสียงกระหึ่มของแฟนเพลง “โฮเต็ลแคลิฟอร์เนีย” มาทักทายเป็นเพลงแรกในแบบอคูสติก ยังยอดเยี่ยมเหมือนเคย โดยเฉพาะท่อนประสานกีตาร์ช่วงเอาท์โทร ไม่ว่าจะบรรเลงด้วยอีเล็กทริคหรือว่าอคูสติกก็ยังเป็นท่อนโซโลกีตาร์ที่ประสานกันได้ตราตรึงใจจริง ๆ

หลังจากนั้นเกล็น ฟรายก็ทักทายคนดูเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าเพลงดังอีกเพลง “เตกีลาซันไรส์” และ ดอน เฟลเดอร์ก็มากับเพลง “เฮลป์มีธรูเดอะไนท์” ที่ฟังไพเราะจับใจเป็นพิเศษ น่าเสียดายเมื่อตอนที่ดิอีเกิลส์มาเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเราขาดดอน เฟลเดอร์ไป เมื่อได้ดูดีวีดีชุดนี้แล้วก็ได้แต่รู้สึกเสียดายการดวลกีตาร์ระหว่างโจ วอลช์ กับดอน เฟลเดอร์มาก ดูมีชีวิตชีวาอย่างเช่นในเพลง “ไลฟ์อินเดอะฟาสต์เลน” ซึ่งโจ วอลช์จะเล่นริฟฟ์ของเพลงเป็นส่วนใหญ่ แล้วดอนเป็นคนเสริมไลน์กีตาร์ให้เพลงฟังดูสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เห็นในดีวีดีนี้แล้วเพิ่งนึกขึ้นออกว่าในตอนที่ได้ดูพวกเขาเล่นในกรุงเทพฯ โจ วอลช์ดูจะมีบทบาทในวงมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าในดีวีดีจะไร้บทบาทในวงนะ เพียงแต่เทียบกับตอนที่มาเล่นในกรุงเทพฯ นั้นเห็นได้ชัดว่าโจ วอลช์กับเกล็น ฟรายคือจอมขโมยซีนแต่ในดีวีดีนี้ออกจะขรึมหน่อย

ส่วนธิโมธี บี ชมิท นี่ก็น่าแปลกใจตรงที่ว่าเพลงที่เขาร้องกับดิอีเกิลส์เป็นเพลงฮิตทั้งนั้นตั้งแต่สมัยเพลง “ไอแคนท์เทลยูวาย” และมาในคราวนี้ก็ยังมีเพลง “เลิฟวิลคีปอัสอไลฟ์” แต่พอไปทำงานเดี่ยวของตัวเองกลับเงียบไป

ในบรรดาเพลงที่อยู่ในดีวีดีนี้ที่ชอบที่สุดก็คือ เพลง “เก็ตโอเวอร์อิต” เป็นเพลงร็อกสนุกสนานมากเพลงหนึ่ง อาจจะเพราะเพลงในช่วงหลังดูคึกคักส่งทอดอารมณ์มาตลอดก็เป็นได้ พอมาถึงเพลงนี้มันเลยเป็นจุดพีกพอดี ก่อนที่จะลากันด้วย “เดสเพอราโด” อันแสนเศร้า

สำหรับทางด้านภาพที่ออกมานั้นอยู่ในระดับใช้ได้เท่านั้น ไม่ถึงกับดีมาก เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่าการถ่ายทำครั้งนี้เตรียมการเป็นอย่างดีสำหรับเผยแพร่ทางโทรทัศน์ด้วย แต่เมื่อดูในดีวีดีแล้วพบว่าความคมชัดของภาพมันไม่เด่นเท่าที่ควรจะเป็น ถึงแม้ว่าระดับความอิ่มตัวของสีจะมีอยู่มากพอสมควร รายละเอียดของแสงเงาก็มี แต่มันดู “ซีด” เกินไปหน่อย และเวลาที่สีตัดกันจัด ๆ หรือว่ามีแสงจ้าสาดเข้ามามันจะเห็นถึงข้อบกพร่องทางภาพชัดขึ้น

แต่ระบบเสียงของงานชุดนี้กลับอยู่ในสภาพเยี่ยมยอดมาก มีระบบเสียงให้เลือก 3 แบบคือพีซีเอ็มสเตริโอให้เสียง48kHz 16-bit แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคือระบบดีทีเอส 5.1 ที่เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชนิดได้ยินชัดเจน เสียงร้องก็ไม่จมหาย ได้ยินชัดมาก และการมิกซ์ออกมาน่าทึ่ง วางซาวนด์สเตจรอบทิศทางจริง ๆ ราวกับนั่งฟังการเล่นจริงว่านักดนตรีแต่ละคนอยู่ตรงจุดไหนของเวที แล้วเสียงของผู้ชมจะไปอยู่ทางด้านหลัง คุณจะได้บรรยากาศเหมือนกับอยู่ในการแสดงและมีผู้ชมรอบ ยิ่งในเพลง “นิวยอร์กมินิต” ที่โดยส่วนตัวไม่ได้ชอบอะไรกับเพลงนี้มากนัก แต่พอมาเจอระบบเสียงเข้าก็ต้องนิ่งสนิท ฟังแล้วเคลิ้มไปเลยกับการมิกซ์ที่มีมิติ

หายากจริง ๆ สำหรับวงดนตรีวงหนึ่งที่จะประสบความสำเร็จตั้งแต่งานชุดแรกในปีค.ศ. 1972 และรักษาชื่อเสียงมาได้จนถึงทุกวันนี้ ถ้าเป็นแฟนเพลงของพวกเขาอยู่แล้วก็คงไม่พลาดดีวีดีชุดนี้ แต่ใครที่ไม่รู้จัก ลองหางานชุดนี้มาชมจะได้รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

2 Comments

ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.