คู่เสียงปิศาจ


เมื่ออยู่ในฐานะคนฟังเพลงน่าจะใช้ความรู้สึกเป็นหลักมากกว่า ถ้าเป็นเพลงที่ไม่ชอบ ต่อให้ประพันธ์ยุ่งยากซับซ้อนยังไงก็ไม่ชอบอยู่ดีนั่นแหละ…การฝืนใจฟังเพลงเป็นการทำลายสุนทรียภาพอย่างน่ารังเกียจ

ดนตรีก็เหมือนอาหาร คือไม่จำเป็นต้องทำอาหารเป็นก็สามารถรับรู้ (โดยรสนิยมส่วนตัวเป็นหลัก)ว่าอาหารจานนั้นอร่อย หรือไม่อร่อย

เพียงแต่ ถ้าทำอาหารเป็นจะพิจารณาส่วนผสมที่ประกอบขึ้นเป็นอาหารจานนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ แยกแยะส่วนผสมว่ามันมีอะไร หรือ ขาดอะไร จึงทำให้อาหารจานนั้นไม่ถูกปากคุณ

เกริ่นยาว เพื่อจะเขียนเนื้อหาสั้น ๆ เหมือนเคย…

คู่เสียงปิศาจเป็นชื่อเล่นของ ไตรโทน หรือ diminish fifth (พลิกกลับคือ augmented fourth) ที่เรียกว่าไตรโทน หรือ Tri Tone (เออ แล้วก็ไม่ใช้คำอังกฤษแต่แรกต้องมาทับศัพท์แล้วเขียนกำกับอีก…(แล้วจะวงเล็บบ่นอะไรซะยาว?))

Tri Tone ชื่อมันก็บอกแล้วว่า 3 โทน (ไม่เกี่ยวกับวงสามโทนแต่อย่างใด – จะมีใครจำวงสามโทนได้มั้ยนะ?)

ถ้าเป็นกีตาร์

1 เฟร็ตบนคอกีตาร์คือ ครึ่งโทน (semi tone) ดังนั้นโน้ต ไตรโทน ก็คือโน้ตที่ห่างกัน 6 เฟร็ท ถ้านับเป็นโน้ต C ไป D เท่ากับ 1 โทน, D ไป E เท่ากับ 1 โทน, E ไป F เท่ากับ ½ โทน บวกกับ F ไป F# อีก ½ โทน รวมแล้วจาก C ถึง F# ได้ ไตรโทน หรือสามเสียงเต็ม ซึ่งมันก็คือ augmented fourth หรือ ถ้าเป็น C กับ Gb ก็จะเป็น diminish fifth.

ใน diatonic scale จะเกิด ไตรโทนเพียงครั้งเดียว…

โดยธรรมชาติของเสียงไตรโทนจัดอยู่ในประเภท dissonance ซึ่งในสมัยเก่าก่อนไม่นิยมนำมาใช้เป็นท่วงทำนองประสาน เพราะมันให้เสียงขัดหู.

แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า เสียง dissonance (ขัดหู) มันคู่กับเสียง consonance (รื่นหู) มันเป็นหยินกับหยาง เปรียบเหมือนทำอาหารจะให้รสหวานจัดอย่างเดียวก็เลี่ยนตาย ต้องเติมเผ็ด เติมเปรี้ยวไปเบรกรสหวานเลี่ยนบ้าง ใช่หรือไม่?

การใช้ไตรโทน หมือนว่าเป็นคู่เสียงต้องห้าม แต่จริงแล้วก็ไม่ได้ห้าม เพราะถ้าย้อนกลับไปหา sheet music ในสมัยโบราณ ย้อนได้ถึงยุคกลางตอนต้น จะได้เห็นไตรโทนเพ่นพ่านตามแบบฝึกหัด เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครใช้ไตรโทนมากนักเวลาเขียนเพลงเพราะเสียงของมันเป็น dissonant คือเสียงไม่เสนาะ เพิ่มเสียงไปอีกครึ่งเสียงก็จะได้ perfect fifth ที่เสนาะโสตเข้ากันเต็มที่ หรือลดเสียงลงครึ่งเสียงก็ได้ perfect forth คู่เสียงเข้ากันได้ดี (โปรดสังเกต ใช้ชื่อคู่เสียงว่า perfect – สมบูรณ์แบบ หมายความตามนั้น)

เพราะว่าคนเลี่ยงใช้คู่เสียงนี้กันมาก ก็เลยมีคนตั้งชื่อเล่นให้คู่เสียงนี้ว่า diabolus in musica หรือ devil in music หรือ ปิศาจในเสียงเพลง ชื่อนี้เริ่มแพร่หลายในราวต้นศตวรรษที่ 18 ว่ากันว่ามันน่าจะมีที่มาตั้งแต่ยุคกลางนั่นแหละ โดยท่านกุยโดแห่งอาเรสโซ ซึ่งเป็นผู้รวบรวมขัดเกลาและเผยแพร่หลักทฤษฎีดนตรีที่เป็นรากฐานที่เราเอามาปรับปรุงมาใช้เป็นมาตรฐานทุกวันนี้เป็นคนที่ใช้มันเรียกระยะห่างตัวโน้ตในระบบ hexachordal ของเขา

ต้องไม่ลืมด้วยว่าในยุคกลางนั้นอิทธิพลของศาสนจักรเข้าข่าย “ยุคมืด”

ถ้าจะเขียนถึงประเด็นของทฤษฎีดนตรีในยุคนั้นน่าจะอีกยาว ที่สำคัญหนังสือตำราอยู่ที่กรุงเทพฯ จำเป็นต้องละ ไว้ ไม่อยากเผยแพร่สิ่งผิด ๆ ออกไป

แต่พอเข้าสู่ยุคบาโร้ก หรือว่ายุคคลาสสิคัล มีคนใช้คู่เสียงปิศาจในบทเพลงมากขึ้น แต่ใช้เหมือนกับเป็น “ทางผ่าน” คือใช้ ไตรโทน สร้างเสียงที่ “เครียด” เพื่อสร้างอารมณ์เข้าเสียงที่ “รื่นหู” บางทีก็แอบแฝงอยู่ในคอร์ดที่รองรับท่วงทำนอง อย่างการใช้วิธีคิดว่า เสียง minor third สองช่วง ลองนึกถึง minor third ช่วงแรก C ถึง Eb กับ Eb ถึง Gb ถ้านับเสียงจาก C ถึง Gb คือไตรโทน ซึ่งถ้าเป็นทาง minor แล้ว การสร้างคอร์ด diminished triad (รวม minor third สองช่วง) จะอยู่ตำแหน่งที่สองในสเกล ใช้ในทางเดินคอร์ด iio-V-I แต่ถ้าพลิกกลับตัวโน้ต (inversion)ให้เป็น iio6 มันก็จะเลี่ยงเสียงไตรโทนลงไป เปิดทางให้กับเสียง dominant root ให้กับเสียงเบส (จะได้ซาวนด์ dominant-seventh chord)

ที่เขียนมานี่ก็เพื่อบอกว่า ไตรโทนไม่ได้ “ต้องห้าม” ขนาดว่าไม่มีใครใช้แล้วเพิ่งมาโผล่ในดนตรีเมทัล คู่เสียงไตรโทนได้รับการใช้งานแบบแฝงเร้นมานานเป็น substitute dominant แต่ที่เห็นได้ชัดก็คืองานในยุคโรแมนติก อย่าง Dante Sonata ของ ฟรานซ์ ลิสต์ เมื่อปีค.ศ. 1849 ก็ใช้ไตรโทนเป็นตัวแทนของบรรยากาศนรก… หรือ Gotterdammerung ของ ริชาร์ด วากเนอร์ บรรยายเรื่องราวบอกเล่าตำนานชาวนอร์ส (แถบสแกนดิเนียเวีย) โดยมีไตรโทนเป็นตัวเอก

ยิ่งมาดนตรี “ยุคใหม่” อย่างแจ๊ส ที่ใช้ dominant chord และพวก substitute dominant (Sub V) ที่ใช้กันแพร่หลายจนกลายเป็นของสามัญประจำแจ๊ส นั่นก็ไตรโทน

ในดนตรีเมทัล บทเพลงที่บ่งบอกไตรโทนได้ดีที่สุดก็คือเพลง “Black Sabbath” ของวง Black Sabbath

โทนี ไอออมมี ผู้สร้างท่อนริฟฟ์อันน่าสะพรึ่งกลัวนี้ บอกว่าเขาได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีบูลส์ แจ๊ส ที่เขาฟังบ่อยและมีดนตรีคลาสสิกร่วมด้วย

ท่อนริฟฟ์หลักที่ใช้เป็นริฟฟ์เปิดเพลงสร้างขึ้นจากเมโลดี้ของไตรโทน ของ G กับ C# ให้บรรยากาศที่น่าสยองขวัญราวกับดนตรีประกอบภาพยนตร์ประเภทภูตผีปิศาจ…

เอ่อ…ก็อย่างชื่อมันนั่นล่ะ คู่เสียงปิศาจ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.