Lyrics And Stories

Motorcycle Emptiness


“มอเตอร์ไซเคิลเอ็มพ์ติเนส” เป็นแพลงแรกที่ทำให้รู้จักกับมานิกสตรีตพีซเชอร์ส ถ้าวันนั้นรายการ เรดิโอแอ็กทีฟของคุณวาสนา วีระชาติพลี ไม่เปิดเพลงนี้ก็คงไม่ติดตามเดอะมานิกส์มาจนถึงวันนี้

ไม่เคยเรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของบทเพลงนี้ (เช่นเดียวกับที่ไม่เคยเข้าใจความหมายของบทเพลงอื่นของเดอะมานิกส์ได้สักหน)

แต่จะทำความเข้าใจไปทำไม? บทเพลงของเดอะมานิกส์มีไว้รัก ไม่ได้มีไว้ให้เข้าใจ เพียงแค่ประโยค “Under neon loneliness, Motorcycle emptiness” ก็ทำให้รู้สึกถึงความเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวในใจ ก็น่าจะเพียงพอกับอารมณ์ที่มีให้เพลงนี้แล้วมิใช่หรือ?

Culture sucks down words
Itemise loathing and feed yourself smiles

เจอสองประโยคแรกของเพลง ก็ทำเอามึน Culture sucks down words วัฒนธรรมที่ไม่อาจจะสรรหาถ้อยคำมานิยามได้? หรือมันกระอักกระอ่วนจะพูดไม่ออก?  คำว่า itemise เป็นคำที่ไม่คุ้นเคย พยายามสืบหานิยามความหมายของคำนี้ก็บอกว่ามีอยู่ 2 ความหมายคือ

  1. specify individually
  2. place on a list of items

ในที่นี้น่าจะเป็นความหมายแรก  คือนึกถ้อยคำระบุเจาะจง มันก็ดูจะน่าชิงชัง ได้แต่ฝืนยิ้มให้ตัวเอง  หรือบอกตัวเองให้ฝืนยิ้มเข้าไว้…

แปลมั่วหรือเปล่าวะ….บางท่านอาจจะตั้งคำถามนี้

ก็มั่วสิ…ใครว่าไม่มั่ว!

Organise your safe tribal war
Hurt maim kill and enslave the ghetto

ชีวิตที่ต้องรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี  อย่าไปขวางทางพวกที่อยู่เป็นกลุ่มเป็นพวก เป็นก๊กเป็นเหล่า ขืนไปยุ่งจะโดนทำร้าย (จิตใจหรือร่างกาย หรือทั้งสองอย่าง)  ฆ่า (ให้ตายไปจากสังคม)  และเอาไปกักขังไว้ให้อยู่ในที่แย่ ๆ

Each day living out a lie
Life sold cheaply forever, ever, ever

ใช้ชีวิตที่มีอยู่กับโกหกคำโต

ชีวิตที่บอกขายราคาถูก…

Under neon loneliness
Motorcycle emptiness
Under neon loneliness
Motorcycle emptiness

เบื้องใต้แสงนีออน มีเพียงความเดียวดาย  มอเตอร์ไซค์ที่จอดทิ้งเอาไว้…

ตรงนี้เคยสงสัย “มอเตอร์ไซค์ที่ว่างเปล่า” มันว่างเปล่าอย่างไร? แต่ยึดเอาจินตนาการส่วนตัวเป็นที่ตั้ง คือฟังเพลงนี้ (แบบไร้ความเข้าใจความหมายของเพลง) แล้วลองหลับตา จะนึกถึงบรรยากาศซอกหลืบหนึ่งในเมืองใหญ่ มีแสงไฟนีออน สาดส่องมาที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่

ฟิล์มนัวร์กันไปเลย

Life lies a slow suicide
Orthodox dreams and symbolic myths

ชีวิตที่เหมือนกำลังฆ่าตัวตายช้า ๆ หมดไปกับความฝันที่สวยหรูที่โดนตอกฝังมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย พร้อมกับงมงายในตัวแทนแห่งศรัทธา Orthodox เป็นตัวแทนความเก่า ประเพณี วิถีแบบเดิมที่ฝังหัวกันมา ตามความเชื่อทางศาสนา  วิถีชาวบ้าน หรือทัศนคติที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น

From feudal serf to spender
This wonderful world of purchase power

ตั้งแต่ยุคศักดินา (feudal serf) มาถึงยุคของคนมีเงินทอง มันเป็นโลกที่สวยงาม ด้วยพลังแห่งการจับจ่ายใช้สอย

ชีวิตทุนนิยมในสังคมบริโภควัตถุจริงๆ

Just like lungs sucking on air
Survival’s natural as sorrow, sorrow, sorrow

Yeah! เศร้า เศร้า เศร้า

Under neon loneliness
Motorcycle emptiness
Under neon loneliness
Motorcycle emptiness

All we want from you are the kicks you’ve given us
All we want from you are the kicks you’ve given us…

Under neon loneliness
Motorcycle emptiness
Under neon loneliness
Motorcycle emptiness

Drive away and it’s the same
Everywhere death row, everyone’s a victim
Your joys are counterfeit
This happiness corrupt political shit
Living life like a comatose
Ego loaded and swallow, swallow, swallow

จะหนีไปไหน มันก็ยังเหมือนเดิม ทุกๆ ที่ยังกับอยู่ในห้องดับจิต ทุกๆ ชีวิตล้วนเป็นเหยื่อ  มีความสุขแบบแหลๆ เอามาบังหน้าการเมืองเน่าๆ

เฮ้ย…ถึงกับสะดุ้งตอนเขียนประโยคข้างบน  ณ วันนี้ มันเหมือนกับสภาพและความรู้สึกที่มีต่อกรุงเทพฯตอนนี้จริงๆ

Under neon loneliness
Motorcycle emptiness
Under neon loneliness
Motorcycle emptiness
Under neon loneliness
Motorcycle emptiness
Under neon loneliness
Everlasting nothingness

ใต้แสงนีออนที่สาดส่องความเปลี่ยวดาย  ที่ไม่เคยมีอะไรอยู่เลยสักสิ่ง

อ่านเนื้อเพลงจบแล้วคิดอย่างไร?

(ไม่ต้องตอบ  อันนี้ถามตัวเองแบบรำพึงกับฟ้ากับดิน)

เจมส์ ดีน แบรดฟิลด์เล่าว่า  “It was the first song that Nick and Richey wrote as a fifty-fifty partnership and I remember thinking, “God, this is really going to work.” When it came to recording our first album our producer Steve Brown said that I needed to put a “dime store riff’ on it – a riff that would become the signature of the song. The song metamorphosised into something that we never realised that it would and that was down to Steve Brown, the producer.”

ส่วน นิกกี้ ไวเออร์มือเบสผู้เขียนเพลงนี้เล่าว่า “the ultimate early Manics statement of longing for something you’re never going to get. There’s a slight sense of melancholic hope, accepting defeat and making something of it. It was one of the first songs we [Nick and Richey] sat down at the table and wrote together which was pretty special. It still gives me goose bumps thinking about it. There are so many lyrical ideas in ‘Motorcycle Emptiness’ you almost get swamped in it: too much of everything. Even today it sounds like no other band.”

ไม่แปล เพราะแปลไม่ออก (ฮา…ไม่ออก)

เกร็ด 1

เชื่อกันว่า เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายเรื่อง Rumble Fish ของ เอส อี ฮิลตั้นเป็นนิยายที่ตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1975 มีเนื้อหาเกี่ยวกับแก็งค์มอเตอร์ไซค์ การติดยา ภาวะโดดเดี่ยวและแปลกแยกจากสังคมรอบตัว

ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่าหยิบเอานิยายเรื่องนี้มาทำเป็นภาพยนตร์ในปีค.ศ. 1983 โดยให้ แม็ท ดิลล่อนมารับบทเด่น รัสตี้ เจมส์และได้ มิกกี้ รู้ค มารับบทพี่ชาย (ออกจะสงสัยนามสกุลของมิกกี้เล็กน้อย Rourke  ควรออกเสียงรู้ค หรือ รู้คเค?  คือโดยส่วนตัวเรียกว่า รู้ค มาตลอด แต่อ่านนิตยสารเล่มหนึ่งเขียนว่า รู้คเค  เอ่อ…วงเล็บยาวเกินไปหน่อย)

เกร็ด 2

ประโยค Under Neon Loneliness มาจากบทกวี Neon Loneliness ของ แพ็ททริค โจนส์ (พี่ชายของนิกกี้ ไวเออมร์ มือเบสนั่นเอง)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s