PUNK 101


Punk แค่เล่นสามคอร์ดก็ตั้งวงได้แล้ว!

รู้จักแฟนซีนชื่อ สนิฟฟินกลู (Sniffin’ Glue) มั้ย? เป็นแฟนซีน “ทำมือ” แนวพังก์ที่เกิดมาในยุคเริ่มต้นของพังก์ในอังกฤษ ฉบับแรกออกปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1976 และเลิกทำในปีต่อมาเพราะมาร์ก เฟอร์รี เจ้าของแฟนซีนฉบับนี้ไปตั้งวงดนตรีพังก์ชื่ออัลเทอเนทีฟทีวี

ที่พูดถึงแฟนซีนฉบับนี้ก็เพราะว่าฉบับหนึ่งเขามีคำแนะนำเกี่ยวกับคนที่ต้องการทำวงพังก์อันสุดแสนคลาสสิกเรียบง่ายมากว่า “นี่คือคอร์ดหนึ่ง, นี่คือคอร์ดหนึ่ง และนี่อีกคอร์ดหนึ่ง ไปตั้งวงพังก์ได้แล้ว!”

หมายถึง เล่นคอร์ดให้เป็นสักสามคอร์ดก็ตั้งวงพังก์ได้แล้วจ้ะ

มันง่ายขนาดนั้นเลย…

มาดูแนวคิดเบื้องหลังที่ว่ามีสามคอร์ดก็ทำวงพังก์ได้แล้วดีกว่า

เริ่มต้นด้วยเมเจอร์สเกล ดู [Fig 1]  ยกตัวอย่างด้วย A major scale ลองใส่เพาเวอร์คอร์ดเข้าไปจะออกมาเป็นแบบ [Fig2]  สังเกตว่าในคอร์ด G#5 ดูเหมือนว่าจะเป็นคอร์ดที่มีโน้ตนอกสเกล คือ โน้ต D# (ถ้าเป็น A major จะติดชาร์ป อยู่สามตัวคือ F, C และ G ถ้าเห็นตัวอื่นติด # มันคือโน้ตนอกสเกล) แต่ไม่จำเป็นจะต้องไปกังวลเรื่องนั้น

เพาเวอร์คอร์ด คือคู่ perfect 5th แค่ชื่อมันก็น่าสนใจแล้วว่า perfect = สมบูรณ์แบบ มันเป็นคู่เสียงที่สนับสนุนกันดีเยี่ยมที่สุดในบรรดาคู่เสียงที่มี

การสร้างคอร์ดจากสเกล เรียกว่า ไดอะโทนิคคอร์ด โน้ต 7 ตัว สร้างคอร์ดได้ 7 คอร์ด ในขั้นนี้เราสนใจแค่คอร์ด 1 กับคอร์ด 5 ก่อน  5 คือ โทนิคคอร์ดกับโดมิแนนท์คอร์ด       ถ้าจะอ้างอิงทฤษฎีหน่อยก็ต้องบอกว่าคือ cadence V-I

ทางเดินคอร์ด V – I นี่คือทางเดินคอร์ดที่ถือว่าจบสมบูรณ์ในตัวเอง นิยมใช้กันมาตั้งแต่สมัยดนตรีเทรดดิชันนัลมิวสิค อย่าง โยฮัน เซบาสเตียน บาค ก็ใช้คาแดนซ์แบบนี้แล้ว

ในที่นี้คือคอร์ด A5 – E5 แต่ถ้าเล่นกันแค่สองคอร์ดมันอาจจะน้อยไป ลองเพิ่มขึ้นมาอีกซักคอร์ด จะเป็นคอร์ดอะไรก็ได้ แล้วก็ไม่ต้องสนใจทางเดินคอร์ดตามทฤษฎีให้มากนัก จงเชื่อในหูของคุณเอง! ถ้าคุณคิดว่าคุณเล่นแล้วออกมาดี ได้เสียที่คุณพอใจ มันจะเป็นทางเดินคอร์ดที่ดีแน่ๆ

ลองเลือกทางเดินคอร์ดเบสิคที่สุด I – IV – V  ทางเดินคอร์ดพื้นฐานที่พบในเพลงไม่รู้กี่ล้านเพลง พบตั้งแต่ดนตรีเทรดดิชันนัลมิวสิค แจ๊ส บ็อป บลูส์ ร็อก

FIG 4 เล่นกีตาร์ในแบบพังก์ คล้ายกับจอห์นนี่ ราโมน ต้นตำรับพังก์จากนิวยอร์ก (หรือจะให้เจาะจงลงไปจะคล้ายเพลง “KKK Took My Baby Away”) จุดเด่นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเขาเรียกว่า Buzzsaw คือสับคอร์ดเร็วและกระหน่ำไม่หยุดพัก ทำให้เกิดริธึ่มกีตาร์หนักแน่นมั่งคง เหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีวันหยุดพัก โดยมากเขาจะเล่นเ 8th note rhythm ไปเรื่อยๆ  สับคอร์ดให้เร็วๆ และมั่นคง ไม่แกว่ง

แต่การเล่นแบบนี้มันเป็นการเล่นแบบโอลสคูล ปัจจุบันพัฒนาสีสันการเล่นกีตาร์ต่อมาเรื่อยๆ และในยุคที่พังก์กลับมาอีกครั้งในช่วงทศวรรษ 90s  การเล่นริฟฟ์แบบเมทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของดนตรีพังก์ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ที่เล่นแบบนี้จะออกไปทางฮาร์ดคอร์ แต่วงที่เป็นพังก์ก็นำมาปรับปรุงในแบบพังก์ได้เหมือนกัน

วงพังก์ในยุค 90s ที่เด่นก็มีดิออฟสปริง (The Offspring) เล่นริธึ่มแบบสามคอร์ดผสมกับการเล่นคล้ายกับริฟฟ์ในดนตรีเมทัล คือสร้างท่อนฮุคในการเล่นริธึมกีตาร์ อย่างในเพลง “Pretty fly (For a Wise Guy) จะได้ยินการเล่นริฟฟ์ที่สะดุดหู  (โน้ตที่นำมาให้ดู เล่นไม่ตรงคีย์ที่ Offspring เล่นจริง  เอามาแค่เป็นไลน์ให้ดู)

หลังจากดิออฟสปริงและกรีนเดย์นำเอาดนตรีแบบป็อปพังก์มาสร้างกระแสพังก์อีกครั้งในช่วงกลางทศวรรษ 90 ก็มีวงดนตรีป็อปพังก์เกิดขึ้นมากมาย จนกระทั่งทำให้หลายคนเกิดความรู้สึกในทางลบกับดนตรีป็อปพังก์ไปเลย ซึ่งน่าเสียดายมากที่ทำให้วงป็อปพังก์ดี ๆ โดนอคติตามไปด้วย

สำหรับดนตรีพังก์กลายพันธุ์อีกคณะที่น่าสนใจก็คือ ซัม 41 ที่เอาส่วนผสมของพังก์ เมทัลและป๊อปมาผสมกันได้น่าสนใจ  อย่างเพลง “Still Waiting” จะมีทั้งการเล่นริธึมกีตาร์ในแบบเดิม ตามสไตล์เดอะราโมนส์และต่อด้วยการสร้างริฟฟ์ที่ติดหูเป็นตัวเบรก ก่อนจะเข้าริฟฟ์คล้ายกับริฟฟ์ของดนตรีเมทัลในช่วงเวิร์สของเพลงเป็นต้น

อย่างที่บอก มีแค่สามคอร์ดก็เล่นพังก์ได้ ไม่ใช่คำพูดเกินจริง

0 Comments

ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.