คนที่เล่นกีต้าร์  จะต้องรู้จักกับฟรอยด์ โรส  และถึงแม้แต่คนที่ไม่ได้เล่นกีต้าร์ก็น่าจะเคยได้ยินสรรพคุณของฟรอยด์ โรส อุปกรณ์สำคัญของมือกีต้าร์คนดังอย่าง เอ็ดดี แวน เฮเลน, สตีฟ วาย, โจ แซทเทียนี…

…แล้วเคยฟังบทเพลงจากผู้คิดค้นผลิตมันขึ้นมาหรือไม่?

ฟรอยด์ ดี โรส (Floyd D. Rose) มือกีตาร์สมัครเล่นที่พบปัญหาเมื่อใช้คันโยกแล้วสายกีตาร์มักจะเพี้ยน เขา (ซึ่งมีงานประจำในฐานะช่างทำเครื่องประดับอัญมนี) จึงออกแบบอุปกรณ์เพื่อทีจะช่วยตรึงสายกีตาร์ไม่ให้เสียงเพี้ยน ไม่ว่าจะใช้คันโยกหนักหน่วงเพียงใดก็ตาม

ตอนนั้นมันราวปีค.ศ. 1977

อุปกรณ์ชุดนั้นตั้งชื่อตามเขาว่า “ฟรอยด์ โรส” กลายเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยในหมู่มือกีตาร์อย่างรวดเร็ว โดยลูกค้ารายแรก ๆ ก็เป็นมือกีตาร์ชื่อดัง เช่น เอ็ดดี แวน เฮเลน (Eddie Van Halen), นีล ฌอน (Neal Schon), แบร็ด กิลลิส (Brad Gillis) ช่วงแรกเป็นงานแฮนด์เมดด้วยฝีมือของเขาคนเดียวทั้งหมด

ระบบคันโยกฟรอยด์โรสสร้างชื่อเสียงและทำให้เขามีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ

แต่ความฝันจะเป็นนักดนตรียังไม่หายไปไหน!

ในช่วงปี 1982 เขาลาออกจากวง คอร์ (C.O.R.E.) พร้อมกับ โจนาธาน เค. (Jonathan K. หรือชื่อเต็ม Jonathan Scott Palmerston) ตั้งชื่อวงง่ายๆ ว่า คิว ไฟฟ์ (Q5) ในตอนแรกมีเพียงสองคน และเขียนเพลงเอง ต่างจากสมัยเป็นวงคอร์ที่เล่นเพลงของคนอื่น แต่การทำวงจำเป็นต้องอาศัยนักดนตรีคนอื่นมาช่วยเล่น จึงไปขอให้สมาชิกวงทีเคโอ (TKO) สองคนคือ อีแวน ชีลี (Evan Sheeley – มือเบส) และ แกรี ธอมป์สัน (Gary Thompson – มือกลอง) มาช่วยบันทึกเสียงเดโม

เวลานั้นวง ทีเคโอ มีชื่อเสียงพอสมควร ได้ออกอัลบั้มแล้ว ในขณะที่ โจนาธาน เค. กับ ฟรอยด์ โรสยังเป็นนักดนตรีที่เล่นเพลงของคนอื่นตามคลับตามบาร์

และเมื่อลองเล่นด้วยกันสักพัก ทั้งอีแวนและแกรีก็ลาออกจาก ทีเคโอ มาร่วม คิว ไฟฟ์ อย่างเป็นทางการ และไปชักชวนมือกีตาร์ของวงทีเคโอคือ ริก เพียร์ซ (Rick Pierce – มือกีตาร์) ให้เข้ามาร่วมวง  นอกจากนี้  เคน คินเนียร์ (Ken Kinnear) ผู้จัดการวงทีเคโอ (และเป็นผู้จัดการวงฮาร์ตด้วย) ก็เข้ามาเป็นผู้จัดการวงด้วย

เนื่องจากในสมัยนั้นลอสแอนเจลิสเป็นแหล่งของเฮฟวีเมทัล แต่ คิว ไฟฟ์ อยู่ซีแอ็ตเติล ก็เลยตัดสินใจไปทำอัลบั้มแรกกันที่ลอสแอนเจลิส ใช้เวลา 3 สัปดาห์ก็กลับมาซีแอ็ตเติลและบันทึกเสียงเพิ่ม 1 เพลง

และกลายมาเป็นอัลบั้ม สตีล เดอะ ไลต์ (Steel the Light) ออกวางจำหน่ายในปีค.ศ. 1984

งานชุดนี้เยี่ยมอย่างที่ดนตรีเฮฟวีเมทัลพึงจะมีและพึงจะเป็น และไปได้สวยพอสมควร ออกทัวร์ยุโรปก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี แต่พออัลบั้ม เวน เดอะ มิร์เรอร์ แคร็กส์ (When The Mirror Cracks, 1985) กลับหันเหทิศทางไปทางหาป็อป

“อัลบั้ม เวน เดอะ มิร์เรอร์ แคร็กส์ มีอะไรแปลกประหลาดสักหน่อย คือมันเริ่มจากสิ่งหนึ่งแต่ไปจบอีกอย่างหนึ่ง อย่างแรกเป็นเพราะเรามีเวลาในสตูดิโอมากกว่างานชุดแรก ทำให้เราลองทำอะไรกับบทเพลงของเรา อย่างผมลองเปลี่ยนเนื้อหรือว่าท่วงทำนองเพื่อให้เข้ากับดนตรี อัลบั้มนี้มันทำทีละส่วน ผมมักจะได้รับโทรศัพท์ให้มาสตูดิโอเพื่อจะพบกับท่อนดนตรีที่หลากหลาย ดังนั้นเมื่อมันออกมาในสัปดาห์สุดท้ายทุกอย่างจึงเปลี่ยนไป  ถึงแม้ว่าผมจะเปลี่ยนมัน ร้องมันใหม่ แต่พอผมกลับมาอีกวัน มันก็กลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว” โจนาธาน เค นักร้องนำเล่าความหลัง

โพลีแกรมต้นสังกัดในขณะนั้นไม่ค่อยพอใจงานของพวกเขาเท่าไหร่ รวมถึง คิว-ไพร์ม (Q-Prime) ที่เป็นบริษัทจัดการของพวกเขาด้วย อยากให้อัลบั้มลำดับที่ 3 ออกมา “พาณิชย์” แต่ โจนาธาน เค. กับ ริก เพียร์ซ ตัดสินใจว่าจะทำดนตรีที่หนักขึ้นจึงออกไปตั้งวงไนต์เชด (Nightshade) แทน โดยมี เจฟฟรี แม็กคอร์แม็ก เป็นมือกลอง แอนโธนี แม็กเนลลี เป็นมือเบส ออกอัลบั้ม เดด ออฟ ไนต์ (Dead Of Night, 1991) ซึ่งในตอนนั้นคุยว่าอัลบั้มนี้น่าจะเป็นอัลบั้มลำดับที่ 3 ของ คิว ไฟฟ์ ถ้าทั้งคู่ไม่ออกมาเสียก่อน

ส่วนทางวง คิว ไฟฟ์ เดินหน้าต่อ ได้นักร้องนำคนใหม่จากแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาชื่อ มาร์ตี มาเป็นนักร้องนำคนใหม่

“เขาชื่อมาร์ตี มาจากแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เขาเสียงดีแต่ว่านุ่มเกินไปสำหรับเฮฟวีเมทัล เราเขียนเพลงทั้งอัลบั้มและบันทึกเสียงมันและออกมาดีมาก ทุกวันนี้ผมฟังแล้วยังคิดว่าพวกนี้เป็นเพลงฮิตได้แน่ ๆ แต่มันก็มีเหตุผลที่มันไม่ออกมา” อีแวน ชีลี มือเบสเล่า

แต่น่าเสียดายที่อัลบั้มลำดับที่สามไม่สำเร็จออกมา

“ตอนนั้นฟรอยด์มีปัญหาอะไรบางอย่างกับเอ็ดดี แวน เฮเลน เอ็ดดีอ้างว่าเขาเป็นคนคิดระบบคันโยกที่ฟรอยด์เป็นคนประดิษฐ์ขึ้นมา ฟรอยด์โกรธมาก และผลก็คือเอ็ดดีต้องบอกกับนิตยสารกีตาร์ว่ามันเป็นการเข้าใจผิดและเขาไม่ได้คิดมันขึ้น ดังนั้นเอ็ดดีมีปัญหากับฟรอยด์ตั้งแต่ตอนนั้น เราบันทึกเสียง (อัลบั้มลำดับที่ 3) ผมเอามันให้เพื่อนที่วอร์เนอรส์บราเธอรส์ในฮอลลีวู้ดฟังและพวกเขาก็เอามันให้เท็ด เทมเพิลแมน เท็ดชอบมากและบอกว่าเขาจะดูแลการผลิตให้พวกเขา เขาฟังมันในห้องบันทึกเสียงที่เอ็ดดี แวน เฮเลน กำลังบันทึกเสียงให้กับ แพตตี สไมธ์ อยู่ ก็เลยได้ฟัง เอ็ดดีสนใจเพลงและถามว่าพวกนี้เป็นใคร เท็ด เลยบอกว่าเป็นเพื่อนคุณไง คนที่ทำคันโยก พอรู้ เอ็ดดีเลยบอกเท็ดว่า อย่าทำให้เพลงให้พวกมัน แค่นั้นแหละ” อีแวนบอก

ต่อมา อีแวนลาออกไปอยู่กับวงไนต์เชดในหลายปีให้หลัง

ปีค.ศ. 2014 วงคิว ไฟฟ์ ได้รับการติดต่อให้ไปแสดงที่สวีเดนร็อกเฟสติวัล ตอนนั้น โจนาธาน กับ อีแวน ตกลงใจว่าน่าจะลองทำดูสักครั้ง เลยชวน เจฟฟรี แม็กคอร์แม็ก อดีตมือกลองไนต์เชด ให้มาตีกลอง และ เดนนิส เทอเนอร์ เป็นมือกีตาร์ แต่ดูเหมือนว่าชื่อ คิว ไฟฟ์ จะขายได้ พวกเขาจึงอยู่กันต่อมา ภายหลังได้ เจมส์ เนลสันเพิ่มมาอีกคน และออกอัลบั้มชื่อ นิว เวิลด์ ออเดอร์ (New World Order, 2016)


ปรับปรุงล่าสุด 20 ธันวาคม พ.ศ. 2561

โฆษณา

Published by Friday I am in Rock

Lover and Hater, A profound liar of all time.

Join the Conversation

1 Comment

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: