Crossroads: ตำนานการขายวิญญาณของ Robert Johnson


เรื่องเล่าประเภท ขายวิญญาณให้ปิศาจเพื่อแลกกับอะไรสักอย่างมีมานานมาก  อย่างเช่นเรื่องเฟาส์ตที่เล่ากันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ในหลายเวอร์ชั่น (แต่ที่เด่นที่สุดน่าจะเป็นเวอร์ชั่นของเกอเต้) และในวงการดนตรีก็มีเรื่องเล่าลือทำนองนี้อยู่เหมือนกัน แต่พอหยิบเรื่องแบบนี้มาทำภาพยนตร์ มันกลับดูตลกปัญญาฝ่อไปเสียได้ อย่างเรื่อง ช็อกเอมเดด (Shock ‘Em Dead) เกี่ยวกับการขายวิญญาณให้ปิศาจเพื่อที่จะได้เป็นร็อกสตาร์ อุตส่าห์ได้ไมเคิล แองเจโล บาติโอ (Michael Angelo Batio) มือกีตาร์ที่ได้รับการจัดอันดับจากคนอ่านนิตยสารกีตาร์วันว่าเป็นมือกีตาร์ที่เร็วที่สุดในโลกมาปรากฏตัวแสดงฝีมือการเล่นกีตาร์สองคอพร้อมกันอย่างน่าทึ่ง แต่ดูเหมือนว่าการมาโผล่ในภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะไม่สร้างชื่อเสียงให้เขาแล้วยังเป็นรอยด่างพร้อยในชีวิตเขาเสียด้วย

หรือจะเป็นเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับการซ่อนข้อความในบทเพลงที่จะได้ยินเมื่อนำแผ่นมาเล่นย้อนหลัง ก็มีภาพยนตร์เอามาเล่น ดังเช่น ทริกออร์ทรีต (Trick Or Treat) ได้จีนส์ ซิมมอนส์  (Gene Simmons) มือเบสวงคิสมาช่วยแสดงแถมด้วยออซซี่ ออสบอร์น (Ozzy Osbourne) โผล่มาช่วงสั้น ๆ ก็ไม่ได้ช่วยให้ภาพยนตร์ดูดีขึ้น มิหนำซ้ำแฟนเพลงร็อกดูแล้วยิ่งรู้สึกว่ามันทำให้เพลงร็อกดูปัญญาอ่อนลงไปทุกที

ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องจะออกมาแย่ไปเสียหมด อย่างน้อย ครอสโรดส์ (Crossroads) ก็เป็นเรื่องที่นำเสนอออกมาแล้วไม่น่าเกลียด เนื้อเรื่องว่าด้วยมือกีตาร์รุ่นเยาว์ผู้พยายามตามหาบทเพลงที่สาบสูญของโรเบิร์ต จอห์นสัน (Robert Johnson) บลูส์แมนผู้มีคำเล่าลือว่าเขาขายวิญญาณให้ปิศาจเพื่อแลกกับความเป็นเลิศทางด้านดนตรี

โดยเฉพาะฉากดวลกีตาร์ช่วงท้ายระหว่างมือกีตาร์สายมาร (รับบทโดยสตีฟ ไว) กับตัวเอกของเรื่อง (แต่คนคนเล่นกีตาร์จริงคือไร คูเดอร์) เป็นที่น่าจดจำมาก

Robert Johnson: The Bluesman

ไม่ค่อยมีใครรู้ชีวิตจริงของโรเบิร์ต จอห์นสันมากนัก ทุกวันนี้มีรูปถ่ายเพียง 2 รูปเท่านั้นที่ได้รับการยืนยันจากครอบครัวของเขาว่าเป็นรูปของโรเบิร์ตจริง เรื่องราวส่วนใหญ่ของเขามักจะมาจากถ้อยคำของผู้คนที่อยู่ร่วมสมัยเดียวกับเขาซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเติมสีตีไข่ใส่เข้าไปจนอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการขายวิญญาณให้ปิศาจ

สาเหตุที่มีคำเล่าลือว่าเขาขายวิญญาณให้ปิศาจมาจากฝีมือกีตาร์ของเขาที่ก้าวหน้าขึ้นเร็วผิดปกติ กล่าวคือช่วงเวลาที่เขาหันมาเล่นกีตาร์จริงจังประมาณปีค.ศ. 1929 – 30 หลังจากที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตขณะคลอดบุตร เขาก็หมดความสนใจที่จะทำงานในไร่ฝ้ายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว  ประกอบกับช่วงนั้นซัน เฮาส์ บลูแมนส์ผู้มีชื่อเสียงย้ายมาอยู่ในแถบนั้นพอดี ยิ่งทำให้เขาหันมาสนใจการเล่นกีตาร์มากขึ้นจนขนาดติดตามซัน เฮาส์ไปในการแสดงเกือบทุกแห่ง

แต่ว่าฝีมือการเล่นกีตาร์ของโรเบิร์ตช่วงนั้นแย่มาก ขนาดที่ซัน เฮาส์ออกปากให้เขาลองไปหาเครื่องดนตรีชนิดอื่นเล่นอาจจะรุ่งกว่าหัดเล่นกีตาร์ และช่วงปีค.ศ. 1931 เขาก็เดินทางจากถิ่นที่เขาอยู่ไปโดยให้เหตุผลว่าจะเดินทางไปตามหาพ่อที่อยู่คนละเมือง แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาได้เจอพ่อของเขาหรือไม่ รู้กันแต่ว่าเมื่อเขากลับมาอีกครั้ง เขามีฝีมือการเล่นกีตาร์ในระดับที่ซัน เฮาส์ยังตะลึง!!

ช่วงเวลาที่โรเบิร์ต จอห์นสันหายไปจากเมืองประมาณปีเศษ และเท่าที่ทุกคนรู้คือเขาเดินทางอยู่เกือบตลอดเวลา ทำให้ไม่มีใครระบุได้ชัดเจนว่าเขาไปฝีกกีตาร์กับใคร? ที่ไหน? อย่างไร?   รู้แต่ว่าเมื่อเขากลับมาอีกที เขาเล่นกีตาร์ในแบบที่คนอื่นเล่นไมได้ ทำให้หลายคนคิดว่าฝีมือกีตาร์ที่รุดหน้าอย่างรวดเร็วของเขาไม่ได้มาจากการฝึกฝนตามปกติสามัญ แถมด้วยเสียงเล่าลือว่ามีคนเคยเห็นโรเบิร์ต จอห์นสันนั่งเล่นกีตาร์คนเดียวในสุสานยามค่ำคืน! ยิ่งทำให้เรื่องราวของเขาดูลึกลับมากขึ้น แถมด้วยการตีความเนื้อเพลงที่เขาแต่งหลายเพลงพาดพิงถึงปิศาจ อย่างเช่น “ครอสโรดส์บลูส์”  (Crossroads Blues) ที่มีคนตีความหมายว่าเขียนเพลงนี้เพื่อบอกว่าเขาได้ขายวิญญาณให้ปิศาจไปแล้วที่ทางแยกแห่งหนึ่งเพื่อแลกกับการเล่นกีตาร์ที่ยอดเยี่ยม การตีความเตลิดไปไกลถึงกับระบุว่าเป็นทางแยกไฮเวย์61 ตัดกับไฮเวย์ 49 ในคลาค์เดล, มิสซิสซิปปี

นอกจากนี้เขายังมีนิสัยประหลาด คือไม่ชอบให้ใครมองเวลาเล่นกีตาร์ แม้แต่ตอนที่เขากำลังเล่นให้คนดู ถ้าเขารู้สึกว่าใครกำลังมองมือของเขาอยู่เขาจะเบี่ยงตัวหนีสายตานั้นทันที และจอห์นนี ไชนส์  (Johnny Shines) ผู้ติดตามโรเบิร์ตช่วงสามถึงสี่ปีก่อนเขาเสียชีวิต ก็บอกว่าเขาไม่เคยเห็นโรเบิร์ตซ้อมดนตรี และถ้าจะเล่นเพลงของคนอื่นเขาจะอาศัยฟังจากแผ่นเสียงแล้วเล่นได้เลย

วิเคราะห์ตำนาน

ถ้าตัดเรื่องเล่าประเภทขายวิญญาณ อาจตีความได้ว่า โรเบิร์ต จอห์นสันเป็นแค่มือกีตาร์ผู้มีพรสวรรค์คนหนึ่ง (ตรงนี้อาจจะมีคนแย้งว่าแล้วทำไมช่วงแรกเล่นห่วยมาก) อย่างเรื่องที่เขาไม่ชอบให้ใครดูมือเขาเวลาเล่นกีตาร์ก็เป็นไปได้ว่าเขาหวงวิชา เนื่องจากการเล่นของเขาล้ำหน้าคนอื่นเลยกลัวว่าคนอื่นจะรู้เทคนิคการเล่นของเขาแล้วทำได้ดีกว่าก็เป็นได้ แบบเดียวกับที่เอดดี แวน เฮเลน (Eddie Van Halen) เคยหันหลังให้คนดูเวลาเล่นแท็ปปิงช่วงกลางทศวรรษ 70 เพราะเกรงว่าจะมีคนขโมยเทคนิคการเล่นแท็ปปิ้งไปเลียนแบบ

ส่วนการที่จอห์นนี ไชนส์ไม่เคยเห็นโรเบิร์ตซ้อมดนตรี ก็เป็นไปได้ว่าเขาแอบไปซ้อมดนตรีโดยไม่ให้ใครเห็น และจอห์นนี ไชนส์ก็เล่าว่าโรเบิร์ตชอบแอบหนีไปสังสรรค์ในคลับในบาร์ทั้งดื่มเหล้าเล่นไพ่และหายไปกับหญิงสาวบ่อย ๆ ใครจะไปรู้ว่าที่เขาหายไปอาจจะไม่ได้หายไปกับสาว ๆ ทุกครั้ง แต่อาจจะไปหลบซ้อมกีตาร์ที่ไหนสักแห่งที่ไม่มีใครเห็น อย่างเช่นที่มีคนบอกว่าเห็นเขาเล่นกีตาร์คนเดียวในสุสานยามค่ำคืนอาจจะเป็นการฝึกฝนของเขาที่ต้องการเก็บงำเทคนิคการเล่นให้เป็นความลับก็ได้

ส่วนการฟังเพลงแล้วเล่นได้เลย เป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับนักดนตรีที่ฝึกเอียร์เทรนนิ่งมายาวนาน ไม่ต้องดูอื่นไกล ในเมืองไทยก็มีชัคกี้ ธัญญรัตน์ “กีตาร์เทพ” เขาฟังเพลงแล้วสามารถเล่นต่อได้โดยไม่รู้มาก่อนว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร ซึ่งคุณชัคกี้บอกว่ามันเกิดจากความเคยชินที่ฟังเพลงมานานแล้วจะรู้เอง ยิ่งสำหรับเพลงบลูส์ในสมัยที่โรเบิร์ตมีชีวิตอยู่จะมีโครงสร้างหลักและทางเดินคอร์ดที่เป็นแบบแผนคล้ายกัน น่าจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะรู้ว่าเพลงนั้นจะเล่นยังไง

สไตล์การเล่นที่โดดเด่นของโรเบิร์ต จอห์นสันที่ทุกคนทึ่ง แม้แต่คีธ ริชาร์ดมือกีตาร์หน้าตายแห่งหินกลิ้งยังเคยออกปากว่าตอนฟังเพลงของโรเบิร์ต จอห์นสันคิดว่ามีคนเล่นกีตาร์สองคน เมื่อมาวิเคราะห์การเล่นแล้วเกิดจากเขาใช้เทคนิคฟิงเกอร์ริ่งที่รุนแรง ควบคู่ไปกับการเล่นวอล์กกิงเบส คือไม่ได้เล่นเบสโน้ตเพียงจุดเดียวทื่อ ๆ แต่มีการเดินโน้ตที่หลากหลาย ให้ความรู้สึกเหมือนว่ามีคนเล่นกีตาร์มากกว่า 1 คนซึ่งเป็นเรื่องซับซ้อนมากสำหรับบลูส์ในสมัยนั้น การใช้เบสโน้ตและกระจายคอร์ดที่ซับซ้อนนี้น่าจะรับอิทธิพลมาจากทางแจ๊ส และโดยส่วนตัวเชื่อว่าเขาน่าจะตั้งสายกีตาร์แบบ open G แบบมือกีตาร์คันทรี่ในยุคนั้นด้วย

การเล่นแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากมากนักในปัจจุบัน แต่ว่าถ้าเป็นในสมัยนั้นคงไม่ค่อยมีใครเล่น แม้แต่บลูส์ในทศวรรษที่ 40 ก็ยังไม่ค่อยมีการเล่นแบบนี้  อีกทั้งโรเบิร์ต จอห์นสันไม่ได้เล่นเดลตาบลูส์ในแบบดั้งเดิมเคร่งครัด คือเดลต้าบลูส์จะเป็นบลูส์ของชนบท เล่นกันง่าย ๆ เรียบ ๆ ทื่อ ๆ แบบดั้งเดิม แต่โรเบิร์ตเติมส่วนผสมของบลูส์แบบ “ในเมือง” ที่ผ่านการเรียบเรียงดนตรีมาชั้นหนึ่ง ส่งผลให้การเล่นของเขาจะคล้ายกับการเล่นในสไตล์ชิคาโกบลูส์ที่เริ่มนิยมในช่วงทศวรรษที่ 1940  อย่างเช่นเพลง “ไอบีลีฟไอ’ลดัสต์มายบรูม” จะมีจังหวะที่หนักหน่วง คล้ายคลึงกับดนตรีร็อกแอนด์โรล

โรเบิร์ต จอห์นสัน บันทึกเสียงบทเพลงของเขาไว้ 2 ครั้ง รวมทั้งหมด 41 แทร็กจาก ทั้งหมด 29 เพลง ซึ่งเขาร้องและเล่นกีตาร์โปร่งเพียงคนเดียว แต่มันสร้างความสงสัยให้กับคนอีกสองถึงสามทศวรรษถัดมาว่าเขาเล่นแบบนั้นได้อย่างไร นักดนตรีเช่น อิริก แคลปตัน (Eric Clapton) คีธ ริชาร์ด (Keath Richard) จิมมี่ เพจ (Jimmy Page) ปีเตอร์ กรีน(Peter Green) เรื่อยมาจนถึงบลูส์แมนส์ยุคปัจจุบันอย่างเคนนี เวนย์ แช็ปเพิร์ด (Kenny Wayne Sheppard) และเค็บ โม (Keb Mo)ต่างก็หลงใหลการเล่นกีตาร์ของโรเบิร์ต จอห์นสันทั้งนั้น

วาระสุดท้ายของโรเบิร์ต จอห์นสันมาถึงในคืนวันเสาร์ปลายเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1938  เขาไปเล่นดนตรีร่วมกับซันนี่ บอย วิลเลี่ยมสัน (Sonny Boy Williamson) แต่การแสดงนั้นไม่จบ เพราะเขาก็เกิดอาการเจ็บปวดรุนแรงจนไม่สามารถเล่นดนตรีต่อไปได้ หลังจากคืนนั้นเขาก็ย้ายที่อยู่ และเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านโดยมีคนคอยดูแลตลอดเวลา และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1938 คนส่วนใหญ่เชื่อว่าเขาโดนวางยาพิษในวิสกี้ที่เขาดื่มในคืนที่เล่นดนตรีครั้งสุดท้าย แต่หลายคนเชื่อว่าเขาเสียชีวิตจากโรคปอดบวม (ซึ่งในตอนนั้นไม่มีการชันสูตรศพเขาอย่างเป็นงานเป็นการ)     และขณะเดียวกันก็มีหลายคนเชื่อว่านี่เป็นการกระทำของปิศาจที่มาทวงวิญญาณของเขากลับไป

ถ้าสนใจงานของโรเบิร์ต จอห์นสันแนะนำอัลบั้ม โรเบิร์ต จอห์นสัน เดอะคอมพลีตเร็ค คอร์ดดิง (Rebert Johnson: The Complete Recording) รวมบทเพลงทั้ง 29 เพลง 41 แทร็กไว้ครบถ้วน บทเพลงเดลตาบลูส์แท้ ๆ อาจจะระคายหูสำหรับผู้ไม่คุ้นเคย อาจจะลองเริ่มจากอัลบั้ม มีแอนด์มิสเตอร์จอห์นสัน (Me and Mr. Johnson) ของ อีริก แคลปตัน และหรืออีกอัลบั้มที่น่าสนใจคือ เดอะโรเบิร์ต จอห์นสันซองบุ๊ก (The Robert Johnson Songbook) ของปีเตอร์ กรีน สปลินเนอร์กรุ๊ป (Peter Green Splinter Group)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.