ถ้อยคำจากผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์แบล็ค เมทัล นอร์เวย์ 1991 – 1993


จากบทความที่ผ่านมา “ความวุ่นวายของแบล็กเมทัลในนอร์เวย์ช่วงปี 1990 – 1993” มีบทสัมภาษณ์นักดนตรีที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยตัดตอนมาจากแต่ละแห่ง แต่ละเรื่อง อาจจะไม่ครบทั้งหมด แค่น่าจะทำให้คนที่สนใจเรื่องราวมองภาพรวมได้พอสมควร ส่วนชื่อผู้ให้สัมภาษณ์คาดว่าคนที่ฟังแบล็กเมทัลน่าจะคุ้นกันดี  

เฮลแฮมเมอร์ [มือกลองวงเมย์เฮม]

ผมไม่เคยรู้จักกับเดดหรือยูโรนีมัสมาก่อน ผมได้ข่าวมาจากเพื่อนคนหนึ่งว่ายูโรนิมัส ต้องการมือกลองคนใหม่ ผมจึงติดต่อยูโรนิมัส และเขาก็ขอให้ผมส่งเดโมเทปไปให้เขาฟัง และเขาก็ตอบรับผมเข้าวง ผมเลยย้ายไปอยู่กับพวกเขาในสไคนอกเมืองออสโล ซึ่งเราใช้เป็นที่อยู่และที่ซ้อมดนตรี เดดเข้าร่วมวงก่อนหน้าผมไม่กี่เดือน

เคานต์ กริชแนค [มือเบสวงเมย์เฮม ผู้ก่อตั้งวงเบอร์ซัม]

ผมไม่เคยรู้จักกับยูโรนิมัสมาก่อน จนกระทั่งเบอร์ซัมได้เซ็นสัญญากับเดธไลค์ไซเลนซ์นั่นแหละ แต่ผมเคยคุยกับเฮลแฮมเมอร์และเดดมาก่อนหน้านั้นแล้ว และรู้มาว่าเดดเคยแทงยูโรนีมัสครั้งหนึ่งด้วย เขาเกลียดยูโรนีมัสมากพอดู

(หมายเหตุ พยายามหาข้อมูลเรื่องเดดแทงยูโรนีมัสแต่ยังหาไม่เจอว่ามีเหตุการณ์นี้จริงหรือไม่)

เฟาสต์ [มือกลองวง เอมเพอเรอร์]

ผมพบกับยูโรนีมัสและเดดในการแสดงสดของแอนแทรกซ์ที่ออสโล ราวปีค.ศ. 1989 เรามาเจอกันข้างนอกซึ่งยูโรนีมัสขายพวกแผ่นเสียงอยู่แถวนั้น

เดดสูงพอ ๆ กับผม แต่ว่าผอมมาก เขามีผมที่ยาวสยาย สวมแจ็กเกตที่มีสัญลักษณ์อะไรประดับอยู่เต็มไปหมด เราไม่ได้พูดคุยกันมากนัก ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจเสียมากกว่า พวกเขาก็เป็นคนน่าคบเหมือนกัน

เมทัลเลียน [ผู้ก่อตั้ง สเลเยอร์ (แฟนซีนในนอร์เวย์) และบริษัท เฮดน็อตฟาวนด์]

เดด เป็นคนพิเศษ เป็นเพื่อนที่ดี ขี้อาย และก็เป็นคนเงียบ ๆ เขาจะไม่คุยกับคนอื่นมากนัก มักจะขลุกอยู่กับคนที่รู้จักกันดีเท่านั้น ผมรู้จักเขาตั้งแต่ปีค.ศ. 1987 ตอนนั้นเขาทำเดโมของวง มอร์บิดอยู่ ผมเป็นคนชักนำให้เขาได้รู้จักกับยูโรนีมัสและนั่นทำให้เขาเข้ามาร่วมวงเมย์เฮม

เฮลแฮมเมอร์

ผม, ยูโรนีมัสและเดดอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเก่านอกเมืองออสโลซึ่งเราใช้เป็นที่ซ้อมดนตรีด้วย แต่ตอนที่เกิดเรื่องนั้นผมกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ผมในออสโล พอผมจะกลับผมก็ได้รับโทรศัพท์จากยูโรนีมัสเขาบอกว่า

“คุณยังกลับมาที่นี่ไม่ได้ เพราะพวกตำรวจปิดบ้านแล้ว”

“ทำไมล่ะ” ผมถาม

“เพราะว่า เดด กลับบ้านเก่าไปแล้วล่ะสิ”

“เขากลับสวีเดนไปแล้วน่ะหรือ” ผมถามอีกครั้ง

“เปล่า…เขาระเบิดหัวตัวเองกระจุย

ยูโรนีมัสเป็นคนพบศพของเดด เรามีกุญแจบ้านเพียงดอกเดียวและบ้านล็อกอยู่ เขาจึงต้องเข้าบ้านทางหน้าต่าง และมีหน้าต่างเดียวที่เปิดได้เป็นหน้าต่างห้องของเดด เขาก็เลยปีนเข้าหน้าต่างนั้นแล้วก็พบศพของเดด โดยที่หัวครึ่งหนึ่งกระจุยหายไป เขาก็เลยออกไปซื้อกล้องถ่ายรูปจากร้านขายของที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วก็กลับมาถ่ายรูปศพของเดดเอาไว้ก่อนที่จะเรียกตำรวจ

เดด อยู่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอน มีปืนวางอยู่บนตัก มันสมองกระจายไปเปื้อนที่นอน ซึ่งเจ้า ยูโรนีมัสถ่ายรูปจากด้านนั้นจนเห็นถึงกระดูกชัดเจน

ภายหลังจากที่ ยูโรนีมัสโดนฆ่า (โดยวาร์ก ไวเคิร์นส์) พ่อของยูโรนีมัสเข้าไปจัดอพาร์ทเมนต์ของเขาแล้วเจอรูปพวกนั้นก็เลยทำลายมันทิ้งไปหมด

เฟาสต์

เดด ฆ่าตัวตายเองแน่นอน แม้ว่าภายหลังจะมีข่าวลือว่ายูโรนีมัสเป็นคนฆ่าเดดก็ตาม แต่ผมเคยบอกเขาถึงเรื่องข่าวลือพวกนี้ เขาเพียงแต่บอกว่า “เดด ฆ่าตัวตายเองจริง ๆ แต่ว่าใครจะไปลือว่าผมเป็นฆ่าเดดก็ไม่เป็นไร เพราะมันจะยิ่งเพิ่มตำนานให้เมย์เฮมมากยิ่งขึ้น”

อิซาห์น [มือกีตาร์ เอมเพอเรอร์]

ด้วยความสัตย์จริง ผมคิดว่าสิ่งทั้งหลายที่เราได้พูดและทำลงไปนั้นเพียงเพื่อจะสร้างความตระหนกตกใจให้แก่ผู้คน อย่างการเผาโบสถ์ ก็เป็นการแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านพวกคริสเตียน และก็เหมือนการโอ้อวดตัวเองด้วย “เฮ้ ดูสิ เพิ่งไปเผาโบสถ์มา ฉันนี่แหละของจริง”

เมทัลเลียน

ผมได้รับรู้จากยูโรนีมัสว่า เคานต์กริชแนค เผาโบถส์ ใช่ เยี่ยมเลย โบสถ์แห่งแรกใน เบอเกนน่ะ ส่วนตัวเคานต์กริชแนค เขาอาจจะไม่พูดกับผมตรง ๆ แต่ก็ส่งความหมายในแบบที่เราเข้าใจกันดี

เปอร์ อังเดรส์ นอร์เดนเกน [บาทหลวงโบสถ์ในออสโลที่โดนเผา]

ผมตื่นเพราะว่าลูกสาวมาปลุก บอกว่ามีคนโทรศัพท์มาหา ตอนนั้นมันเวลา 04:30 ผมได้รับแจ้งว่าโบสถ์โดนเผา ผมรีบใส่เสื้อผ้าและไปยังโบสถ์ พร้อมทั้งภาวนาว่ามันเป็นแค่ไฟไหม้เล็ก ๆ  แต่ว่าการได้เห็นเปลวเพลิงสาดแสงโชติช่วงทำให้ผมช็อกไปชั่วขณะหนึ่ง

วันรุ่งขึ้น ผมจึงได้รับทราบข่าวว่าไม่ใช่แต่โบสถ์นี้เท่านั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แย่มาก เพราะโบสถ์เป็นสิ่งที่มีความหมายมากต่อชุมชน มันเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัย แม้แต่คนที่ไม่เคยมาโบสถ์ยังร่ำไห้ถึงโบสถ์และร่วมไม้ร่วมมือกันบูรณะกันขึ้นมาใหม่

ตอนแรกตำรวจไม่คิดว่าจะเป็นฝีมือของพวกนับถือซาตานด้วยซ้ำ

ซามอธ [มือกีตาร์เอมเพอเรอร์]

การเคลื่อนไหวต่าง ๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่า “ลงมือกันคืนนี้” มันไม่เหมือนกับอัศวินโต๊ะกลม ไม่มีการนัดพบวางแผนก่อนที่จะไปลงมือทำมัน

ผมตระหนักดีว่าสิ่งที่จะทำลงไปจะต้องได้รับผลตอบแทนกลับมาแน่นอน และไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมเลือกทางเดินของผมแล้ว และผมก็ไม่เคยกังวลถึงผลที่จะกลับมาถึงตัวผมแต่อย่างใด

เฟาสต์

แบล็กเซอร์เคิลมันเป็นแค่ชื่อร้านที่บรรดาผู้คนจะมาเจอกัน มักจะมีคนถามผมว่าใครเป็นสมาชิกของแบล็กเซอร์เคิลบ้าง จริง ๆ ก็คือ แบล็กเซอร์เคิลไม่มีสมาชิก ไม่เคยมีใครทำบัตรสมาชิก ไม่เคยมีมีตติงอย่างเป็นทางการ มันเป็นสถานที่ที่เราจะไปเจอกัน ไปรู้จักกัน เท่านั้น

เฮลแฮมเมอร์

ผมต่อต้านความคิดที่จะเผาโบสถ์นอร์เวย์  ผมบอกพวกเขาว่า ทำไมไม่ไปเผาสุเหร่าของพวกฮินดูหรือว่าอิสลาม ทำไมถึงมาเผาโบสถ์อันเป็นศิลปะโบราณของนอร์เวย์ แต่ว่าคำพูดของผมไม่ได้ทำให้พวกเขาเปลี่ยนใจ

(หมายเหตุ…โห…เผาโบสถ์ของฮินดูหรือว่าอิสลามมันแย่เหมือนกันนั่นแหละ ประมวลจากคำพูดประโยคนี้ค่อนข้างแน่ใจว่า เฮลแฮมเมอร์ เป็นพวกที่ไม่ค่อยเห็นคุณค่าของคนผิวสีอื่นที่ไม่ใช่ผิวขาวแน่ ๆ)

เฟาสต์

ยูโรนีมัสเปิดร้านขายแผ่นเสียงในราวเดือนพฤษภาคมหรือไม่ก็กรกฎาคมปีค.ศ. 1991 ผมทำงานที่นี่ในช่วงปีค.ศ. 1992 – 1993 ตอนแรกเขาเปิดร้านร่วมกับคนอื่นอีกสองคน แต่มันไปไม่ค่อยรอด เขาเลยมาหาผมและขอให้ผมทำงานกับเขา ซึ่งผมก็ตกลงเพราะผมต้องการงาน และเขาก็ได้คนทำงานในร้าน

ผมได้เจอกับ เคานต์กริชแนค ราวปีค.ศ. 1991 เขามันพวกทำอะไรรุนแรงและทุ่มเทเต็มที่ ยิ่งหลังจากเขาโดนจับกุมครั้งแรกในเดือนมกราคมค.ศ. 1993 ยิ่งทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นมันทำให้เขากลายเป็นคนที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น

เคานต์กริชแนค

เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1993 มีคนมาสัมภาษณ์ผม และผมก็โพล่งออกไปว่า “ผมรู้ว่าใครเป็นคนเผาโบถส์พวกนั้น” มันเป็นแค่ค่านิยมเรียบง่ายที่ว่า แสดงศักดานุภาพของเทพโอดินให้ปวงชนได้รับรู้ แล้วเทพโอดินจะเจิดจ้าอยู่ในดวงวิญญาณของท่าน

การสัมภาษณ์ครั้งนั้นเป็นการสัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ ผมพูดอะไรออกไปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่าเรามีปืนนะ เราจะฆ่าคุณ ยิ่งได้รู้ว่าคนสัมภาษณ์เป็นคริสเตียนก็ยิ่งแกล้ง หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ ก็หัวเราะอยู่กับพื้นนั่นแหละ

แต่ว่าไอ้ที่ให้สัมภาษณ์ดันขึ้นหน้าหนึ่ง และไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ให้สัมภาษณ์ไปแล้วตำรวจก็มาหาถึงบ้านและผมก็โดนจับ

เฟาสต์

ผมรู้เพียงแต่ว่า มีความเครียดและความขัดแย้งระหว่างยูโรนีมัสกับเคานต์กริชแนค แต่ผมไม่คิดว่ายูโรนีมัสจะคิดว่ามันเป็นเรื่องซีเรียส แต่เคานต์กริชแนคแสดงให้เห็นชัดว่าเขาไม่ชอบหน้ายูโรนีมัส เพราะว่ายูโรนีมัสมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับนับถือในแวดวงใต้ดินมากกว่าเขา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เขาไม่ชอบ เขาอยากจะไปอยู่ในจุดนั้นมากกว่า และนอกจากนั้นยังมีเรื่องเงินระหว่างสองคนนี่ด้วยอันเป็นผลมาจากการทำงานชุดแรกของเบอร์ซัมที่ออกกับเดธไลค์ไซเลนซ์

เคานต์กริชแนค

ยูโรนีมัสมันพวกไม่แน่จริง เวลามีใครสักคนเผาโบสถ์ เขาจะรีบแล่นไปอยู่แถวนั้นและจะพูดคุยกับทุกคน เขามันจะพูดว่า “เรา” เพราะว่าเขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา อยากจะมีส่วนร่วมแต่ไม่ได้ลงมือทำจริง

เขาไม่เคยวางแผน และไม่เคยทำอะไรเลย

เขามันทำอะไรทีหลังผมเสียอีก แต่จอมโว เวลาผมมีไอเดียอะไรใหม่เล่าให้เขาฟังเขาก็จะ “โอเค มันเยี่ยมจริง ๆ” แต่หลังจากนั้นเขาก็จะไปเล่าให้คนอื่นฟังว่า “เฮ้ย…ผมมีไอเดียใหม่” หลังจากนั้นคนอื่นก็จะรู้เรื่องกันไปหมด มีบางคนที่รู้เรื่องก็เรียกเขาลับหลังว่า “ปากของกริชแนค” ซึ่งก่อนเขาตาย ผมก็เล่าให้เขาฟังว่าผมคิดยังไงกับเขา นั่นทำให้เขาเกลียดผม เพราะว่าผมรู้สันดานเขาอย่างถ่องแท้

อย่างพวกวงดาร์กโธรนไง นอกจากเฟนริซแล้วไม่มีใครชอบหน้ายูโรนีมัสซักคน แน่ล่ะ พวกดาร์กโธรนเป็นพวกนับถือซาตานของจริง

ใครก็ไม่ชอบเขา เพราะว่าเขาไม่ได้เป็นในสิ่งที่เขาพยายามจะแสดงว่าเขาเป็น ผู้คนรับรู้ความจริงมากขึ้นทุกทีว่าเขามันพวกโกหกหลอกลวง เขามันพวกกาฝาก

เฟาสต์

ผมฆ่าผู้ชายไปคนนึง วันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1992 ผมย้ายมาอยู่ออสโลในเดือนกรกฎาคม 1992 และหนึ่งเดือนหลังจากนั้นผมก็ฆ่าชายคนนั้น เมื่อผมกลับจากไปเยี่ยมแม่ช่วงสุดสัปดาห์

ผมออกไปข้างนอก, ผมออกไปเพื่อที่จะหาเหล้าดื่มซะหน่อย แต่ว่าผมก็ไม่ได้ดื่ม คนมันเยอะมากเกินไป ผมก็เลยเดินกลับบ้าน ชายคนนี้ก็ประกบตัวผม เขาเมา และพูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องแต่เหมือนว่าจะพูดอะไรกับผม ผมก็เลยว่า “โอเค ผมจะพูดกับคุณ” และไม่นานผมก็ตระหนักว่าเขาเป็นพวกรักร่วมเพศ เขาอยากจะขอไฟไปจุดบุหรี่ ทั้งที่เขาก็สูบบุหรี่อยู่ในตอนนั้น ไม่นานเขาก็เอ่ยชวนผมให้เขาไปในสวนสาธารณะ ซึ่งผมก็ตกลงที่จะไปเพราะตอนนั้นผมอยากจะฆ่าเขา แต่ผมไม่ใช่คนประเภทเดินแล้วหาเหยื่อที่จะฆ่าหรอกนะ

เขาพยายามที่จะต่อสู้เหมือนกัน แต่ผมมีมีด เมื่อเขาล้มลงผมก็ยังแทงเขาอย่างแรงที่หลัง จนกระทั่งมีดมันปักจมไปในเนื้อกระดูก หลังจากเขาตายแล้วผมยังกลับมาเตะเขาอีกหลายทีให้แน่ใจว่าเขาตายจริงก่อนที่จะเดินจากไป

ศพนั้นโดนพบโดยนักเรียนหญิงในสองวันต่อมา และมันก็กลายเป็นข่าว ผมคุยกับยูโรนีมัสและก็คุยกับเคานต์กริชแนคด้วยเหมือนกัน ตอนนั้นเขากำลังวางแผนเผาโบสถ์แห่งหนึ่งอยู่

สนอร์ รัค  [มือกีตาร์วง โธรนส์, ผู้ร่วมสังหาร ยโรนีมัส]

สิ่งหนึ่งที่ เดอะเคานต์อิจฉาบาร์ดก็คือบาร์ดฆ่าคนตาย แต่เขาไม่เคยทำอย่างนั้น อย่างมากเขาก็เผาโบสถ์ แต่เขาก็บอกว่าสิ่งที่บาร์ดทำน่ะ ไม่ได้วิเศษอะไรเลย แต่ลึกลงไปแล้วการลงมือฆาตกรรมของบาร์ด ทำให้หลายคนยอมรับนับถือบาร์ดมากขึ้น ซึ่งเดอะเคานต์ อกว่าบาร์ดเพียงแต่ฆ่าพวกรักร่วมเพศโง่ ๆ คนหนึ่งเท่านั้น ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เขาคิดถึงความรุนแรงที่จะต้องมากกว่านั้น

เฟาสต์

ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างยูโรนีมัสกับเคานต์ เพราะว่าตอนนั้นผมอยู่ในอังกฤษกับวงของผม (เอมเพอเรอร์) แต่ผมได้ยินข่าวเล่าลือว่ายูโรนีมัสโทรหามอร์ทิสและพูดถึงว่าเขาอยากฆ่าวาร์ก แต่ผมได้ยินข่าวลือนี้หลังจากเขาโดนฆ่าไปแล้ว และด้วยความสัตย์ ผมไม่คิดว่าจะมีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องการฆ่าวาร์ก แต่บางทีมันอาจจะมีอะไรระหว่างพวกเขาก็ได้ ซึ่งผมไม่รู้เพราะว่าผมอยู่ในอังกฤษในช่วงนั้น

สนอร์ รัค

ยูโรนีมัสไม่รู้หรอกว่าผมอยู่ด้วยวันนั้น เดอะเคานต์กดออดและพูดผ่านอินเทอร์คอมเขาจึงออกมาเปิดประตูให้ แต่เขาไม่อยากให้เดอะเคานต์เข้าไปข้างใน ผมได้ยินเขาพูดว่ามันดึกแล้ว และกำลังจะเข้านอน ให้เดอะเคานต์มาหาวันรุ่งขึ้น เดอะเคานต์เลยบอกว่าเขามีสัญญาทางธุรกิจมาให้ยูโรนีมัสเลยยอมให้เข้าไป

ผมตามเข้าไป และใช้ผ้าเช็ดรอยนิ้วมือตรงประตู และไม่ได้จับราวบันได มันจึงไม่มีรอยนิ้วมือผม แต่ว่า เดอะเคานต์ไม่ได้ระวัง จริง ๆ เขามีถุงมือ แต่ว่าไม่ได้สวมมันก็เลยมีรอยนิ้วมืออยู่ แถมยังมือหนังสือสัญญาที่เอาเข้าไปวันนั้นมันลงชื่อและวันที่เอาไว้เป็นหลักฐานเสียด้วย เขาลืมที่จะหยิบมันมาด้วย

หนังสือสัญญาฉบับนั้นยูโรนีมัสเป็นคนเขียนและส่งมาให้เดอะเคานต์ลงนาม ซึ่งเดอะเคานต์ ใช้เป็นข้ออ้างในการเข้าพบเขาในคืนนั้น ตอนที่เรากลับออกมา ผมยังถามถึงหนังสือสัญญาที่ว่าเพราะผมไม่เห็นเขาถืออยู่ แต่เดอะเคานต์บอกว่าเขาเอามันติดตัวกลับมาด้วยแล้ว

ระหว่างขับรถกลับ เราไม่แน่ใจว่ายูโรนีมัสตายหรือเปล่า เดอะเคานต์บอกเพียงว่าเขาแทงไปหลายแผลและแน่ใจว่าตายแน่

ผมไม่เคยรู้สึกเสียใจ อาจบางทีจะมีบ้างตอนเจอหน้าพ่อแม่ของยูโรนีมัสแต่ผมก็ไม่เคยเจอหน้าพวกเขา ผมไม่เคยมีค่ำคืนที่นอนไม่หลับ แต่รู้สึกแย่นิด ๆ ที่ต้องมาอยู่ในนี้ (หมายถึงในคุก)

ซามอธ

ผมไม่ตกใจมากหรอกนะ เพียงแต่หวังว่าคนที่ลงมือฆ่าจะไม่ใช่กริชแนค ผมรู้ว่าถ้าเป็นเช่นนั้นมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะแน่ ๆ กริชแนค โดนจับในเวลาไม่นาน และหลังจากนั้นก็มีเรื่องตามต่อมาเป็นลูกโซ่ ตำรวจเริ่มดมกลิ่นไปทุกทิศทุกทางทั้งในนอร์เวย์และสวีเดน

การตายของยูโรนีมัสจะว่าไปก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเสียใจเป็นการส่วนตัว แต่ว่าการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับเขามันทำลายพวกเรา ทำให้พวกเราโดนขุดคุ้ยและจบลงในคุก

0 Comments

ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.