ข้ามไปยังเนื้อหา

Yesterday (my arrange)


การฝึกกีตาร์ควรจะมีจุดมุ่งหมายในการฝึกว่าจะไปในทิศทางไหน อยากจะเล่นสนุกหรืออยากจะให้เป็นอาชีพ อยากจะเล่นตามผับตามเธคหรือว่าอยากเขียนเพลงเอง เลือกทิศทางของตัวเองให้ได้ก่อน เพราะแต่ละทางจะมีหนทางการฝึกฝนต่างกัน หากต้องการเล่นตามผับตามเธคก็ต้องหัดแกะเพลงให้ไวไวเข้า หากอยากเล่นสนุกก็ไม่ต้องซีเรียสอะไร บางคนอาจจะคิดว่าการแต่งเพลงเองได้เป็นเรื่องพิเศษ แต่บางคนอาจจะไม่ต้องการทำอะไรขนาดนั้น แค่เล่นสนุกไปวัน ๆ ก็โอเคแล้ว คิดแบบนี้ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด หรืออาจจะเอาจริง (แบบสมัครเล่นหน่อย) ก็หัดเรียบเรียงดนตรีและวิเคราะห์ค้นหาแนวความคิด ถ้าอยากจะเป็นนักดนตรีเก่งฉกาจก็ต้องฝึกฝนไม่มีหนทางลัดอื่น

สารภาพตามตรง ทุกวันนี้ไม่สนุกกับการฝึกกีตาร์อย่างเมื่อก่อน พอมีมีงานประจำเพื่อเลี้ยงชีวิตแล้วก็ต้องใช้เวลาทำงาน ปล่อยดนตรีเป็นงานอดิเรกส่วนหนึ่งในชีวิต ถ้าว่างก็พยายามเขียนศึกษาหาความรู้และทดลองอะไรเพิ่มเติม อย่างการเรียบเรียงเพลงเป็นต้น

ฟังเพลง “เยสเตอร์เดย์” ของ เดอะบีตเทิลส์ แล้วเกิดความคิดขึ้นมาว่าน่าจะลองทำอะไรเล่นกับเพลงนี้ดูสักหน่อย ถึงแม้ว่าจอห์น เลนนอนจะเคยให้ความเห็นว่าไม่ค่อยชอบเพลงนี้เท่าไหร่เพราะว่าพอล แม็กคาร์ตนีย์เขียนเพลงนี้แบบไม่มีที่มาที่ไป แต่แฟนเพลงเดอะบีตเทิลส์ก็ยังชอบเพลงนี้อยู่ดี แถมเยังมีหลากหลายเวอร์ชั่นอีกต่างหากก็อยากนำเพลงนี้มาเรียบเรียงใหม่ดูบ้าง

แนวคิด

เวลานึกถึง “เมื่อวาน” ทีใดจะนึกถึงกล่องดนตรีทุกครั้งไป ต้องโทษภาพยนตร์ มิสเตอร์บีน จะมีฉากหนึ่งที่มิสเตอร์บีนนั่งคิดถึงความหลังที่ทุกอย่างพังไปหมด แล้วก็มีเสียงเพลง “เยสเตอร์เดย์” ร้องโดยวงเว็ตเว็ตเว็ต ดังขึ้นมาประกอบ ก็เลยอยากเก็บเพลง “เยสเตอร์เดย์” ให้อารมณ์แบบกล่องดนตรีโดยจะเล่นด้วยกีตาร์โปร่งตัวเดียว

เรียนรู้เพลงจากต้นฉบับ

เริ่มที่ข้อมูลเบื้องต้นของเพลงนี้กันก่อน

โครงสร้างของเพลงนี้คือ Intro – Verse – Verse – Bridge – Verse -Bridge – Verse – Coda อยู่ในคีย์ F major ท่อน Verse ประกอบด้วยทางเดินคอร์ด F – Em – A – Dm – Bbmaj7 – C7 – F- Dm – G – Bb – F ประโยคเพลงของท่อน Verse มี 7 บาร์เท่านั้น ปกติเพลงทั่วไปจะเขียนประโยคเพลงไว้ด้วยเลขที่หาร 4 ลงตัว (เช่น 4-8-12-16) แต่พอลได้แสดงให้เห็นแล้วว่าดนตรีไม่มีอะไรผิด อยากเล่นอย่างไรก็เล่นไปเถอะ ส่วนในท่อน Bridge ประกอบด้วยทางเดินคอร์ด E7 – A7 – Dm – Bbmaj7 – Dm – Gm – C7 – F

กีตาร์จะตั้งสายต่ำกว่ามาตรฐาน 1 เสียงเต็ม กล่าวคือ ตั้งสายจากต่ำไปหาสูงเป็น D – G – C – F – A – D (ถ้าจับคอร์ด G ตามปกติจะได้เสียงคอร์ด F)

เริ่มต้น

สิ่งแรกที่ทำก็คือฟังทำนองจากเสียงร้องของพอล แม็กคาร์ตนีย์ให้ขึ้นใจเสียก่อน เพลงนี้มีจุดหลักอยู่ที่ท่อน Verseกับ Bridge ก็จะลองดีดกีตาร์เลียนเสียงร้องของพอล โดยไม่ลืมแนวคิดตั้งต้นว่าอยากจะทำให้ออกมาแนวกล่องดนตรี ทำให้ส่วน duration บางจุดจะไม่ตรงกับเสียงร้องของพอลจะปรับปรุงตามที่คิดว่าเหมาะสม

ตอนแกะทำนองไม่ยึดติดกับคีย์ แต่จะดูระยะระหว่างตัวโน้ตให้มันตรงเสียก่อน (เหมือนกับลองฮัมทำนองให้ตรงเป๊ะนั่นแหละ) เพราะคิดไว้ว่าจะเปลี่ยนคืย์เล็กน้อยให้เหมาะกับการเล่นอยู่แล้ว

ทำนองที่ลงให้ดูในตัวอย่างที่ 1 และ 2 (Melody arranged for guitar) เป็นส่วนของท่อน Verse และ Bridge อยู่ในคีย์ G ซึ่งต้นฉบับจะเป็นคีย์ F สาเหตุที่เลือกคีย์ G ก็เพราะว่ามันเป็นคีย์ที่สะดวกต่อการเล่นด้วยสายเปิด

สาเหตุอีกประการก็คือรู้ว่ากีตาร์ที่เล่นในเพลงต้นฉบับนี้ลดสายมาต่ำกว่ามาตรฐาน 1 เสียง ดังนั้นเวลาที่เพลงต้นฉบับต้องการเสียงคอร์ด F จะจับคอร์ดเป็นคอร์ด G ซึ่งจะได้เปรียบในเรื่องของการใช้สายเปิดช่วยเล่น เลยคิดว่าการคงลักษณะสายเปิดไว้น่าจะดี

ลองเล่นทำนองเพลงนี้ดูก่อน เพราะนี่คือหัวใจของเพลงที่จะนำเสนอ จำทำนองให้ขึ้นใจและเล่นได้โดยไม่ผิดพลาด

เพิ่มการเรียบเรียงให้สมบูรณ์

เมื่อได้ทำนองออกมาแล้ว เพลงยังไม่สมบูรณ์ ทำนองอย่างเดียวเห็นทีจะยังใช้ไม่ได้ต้องเติมเสียงประสานให้กับท่วงทำนองที่เราเล่นออกมา กีตาร์มีลักษณะเด่นตรงที่มันเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นได้ทั้งทำนองและแนวประสานได้พร้อมกัน

ทำนองได้แล้ว ยังต้องเติมโน้ตให้มัน”เต็ม”และน่าฟังมากกว่านี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่ภูมิใจนำเสนอคือทำนอง ต้องให้ทำนองมันเด่นกว่าเสียงอื่น (ยกเว้นตั้งโจทย์นำเสนอสิ่งอื่นก็จะเป็นอย่างอื่น) สิ่งที่จะมาเติมในส่วนนี้ให้เต็มต้องไม่กลบหรือทำให้ทำนองด้อยไป

ความคิดแรกก็คือน่าจะยึดเอาคอร์ดเดิมของเพลงเป็นเครื่องนำทาง เพราะรู้แล้วว่าแต่เดิมเล่นคอร์ดอะไร ย้ายคีย์จากคีย์ F เป็นคีย์ G เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง อย่างบาร์แรกเป็นคอร์ด G อย่างไม่ต้องสงสัย บาร์แรกเป็นคอร์ด G ในแบบ open G ที่พบเห็นทั่วไป ใช้อาร์เปจจิโอเพราะว่ามันบอกคอร์ดได้ง่าย (ความจริงอาร์เปจจิโอคือการเล่นโน้ตในคอร์ดทีละตัว) ใช้การวางนิ้วเป็นรูปคอร์ดก่อนจะวางแนวประสานลงไปประกบกับทำนอง

ดูตัวอย่างจากบาร์ที่ 20 เป็นต้นไป คือในช่วงปลายท่อน Bridge ต่อกับช่วงต้นของท่อน verse ดูบาร์ที่ 22 และ 23 ใช้คอร์ด G คอร์ด G ประกอบด้วยโน้ต G-B-D บาร์ที่ 22 คือบาร์สุดท้ายของท่อน bridge เป็นช่วงสุดท้ายที่ร้องว่า Day ลากยาว ถ้าเล่นแต่เสียงเมโลดีเพียงอย่างเดียว ในที่นี้คือ whole note ที่เล่นที่เฟรต 3 สาย 1 ตรงที่เป็น 8th -note ทั้งหมดคือโน้ตที่ประดับเข้ามาให้เต็ม ตรงนี้ผมรู้อยู่แล้วว่าใช้คอร์ด G ก็เลยบรรเลงคอร์ด G ในแบบอาร์เปจจิโอเลย

ในการคิดทางนิ้วสำหรับ”เยสเตอร์เดย์” เวอร์ชั่นนี้พยายามจะเลี่ยงการเล่นโน้ตซ้ำในสายเดียวกัน และพยายามใช้ประโยขน์จากสายเปิดให้มากที่สุดเพื่อเล่นได้ง่าย อย่างเช่นโน้ต D ที่เล่นในบาร์ที่ 22 นี้อาจจะเล่นด้วยสาย 5 เฟรต 5 ก็ได้ แต่ไม่เล่น ใช้สายเปิดดีกว่า ในบาร์นี้ใช้โน้ตเพียง 3 ตัวจากคอร์ด G เท่านั้นคือ G-B-D ไล่ขึ้นแล้วก็ไล่ลงเพื่อให้ไปรับกับบาร์ต่อไปที่จะเข้ามาซึ่งก็ยังอยู่ในคอร์ด G อยู่เหมือนเดิม

สำหรับบาร์ที่ 23 เป็นบาร์แรกของท่อน Verse ถ้ามีโน้ตที่เป็นทำนองหลักอยู่จะไม่ค่อยแทรกโน้ตอื่นเข้าไปเพื่อป้องกันไม่ให้โน้ตที่ใส่เข้าไปตีกับเสียงทำนอง เพราะเป้าหมายของการใส่โน้ตอื่นเข้าไปนี้จะช่วยประคองให้เสียงทำนองมั่นคงมากขึ้น หากว่าใส่เข้าไปแล้วทำให้ทำนองโดนกลบก็ต้องพิจารณาตัดทอนลงไป ในบาร์ที่ 23-24 จะเห็นว่าใส่คอร์ดลงไปกับทำนองด้วย การใส่เป็นคอร์ดลงไปนี้จะเลือกใส่ตรง Strong beat อย่างในบาร์ที่ 23 นี้ทำนองจะเป็นโน้ต A เข้าหาโน้ต G โดยลักษณะของเสียงเป็นคอร์ด G จะเห็นว่าสิ่งที่เล่นก็เป็นแค่โน้ตในคอร์ด G เท่านั้นที่เสริมทำนองเข้ามา

อีกจุดหนึ่งที่อยากให้ดูก็คือบาร์ที่ 20 และ 21 ลักษณะของการเรียบเรียงในช่วงนี้จะให้เบสไลน์เคลื่อนตัวตรงกันข้ามกับเสียงทำนอง เสียงโน้ตที่อยู่บนสุดคือโน้ตทำนอง อาจจะไม่ดำเนินไปตรงข้ามเสียทีเดียว แต่ก็ดูโดยรวมแล้วมันใช่

ปิดท้าย

ก่อนที่จะสร้างอะไรขึ้นมาเองคงต้องศึกษางานของคนอื่นก่อน เมื่อศึกษาแล้วก็ต้อต่อยอด แล้วจึงสร้างทางของตัวเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: