The Doors: Light My Fire


วันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 1967 วงเดอะดอรส์ได้ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ดิ เอ็ด ซัลลิแวน โชว์ ดอะเอ็ด ซัลลิแวนโชว์นฐนนแน่นปึกe, New Romantic, Popถึงจะไม่ใช่การปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ครั้งแรกของพวกเขา แต่ครั้งนั้นทำให้พวกเขาเป็นที่พูดถึงมากขึ้นจากการได้ออกรายการ

เดอะดอรส์ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ครั้งแรกเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1967 ทางเครือข่ายแคนาเดียนบรอดคาสติงคอร์เปอร์เรชัน โดยในครั้งนั้นพวกเขาบรรเลงเพลง “ดิเอนด์”  แต่ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักมากนัก (มีภาพฟุตเตจในดีวีดีชุด เดอะดอรส์ซาวนด์สเตจเพอฟอร์แมนซส์) จากนั้นพวกเขาก็ได้มาปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์แนววาไรตี้ชื่อมาลิบูยู โดยบรรเลงเพลง “ไลต์มายไฟร์” บนชายหาด รายการแพร่ภาพในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1967 ซึ่งก็ไม่ทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักมากไปกว่าเดิม เพราะ ณ ขณะนั้นพวกเขาดังอยู่แล้ว โดยมีข้อยืนยันง่ายมากคือเพลง “ไลต์มายไฟร์” ขึ้นถึงอันดับ 1 ในบิลบอร์ดฮ็อต 100 ซิงเกิลส์เรียบร้อยแล้ว

แต่เมื่อพวกเขาได้ปรากฏตัวในรายการ ดิ เอ็ด ซัลลิแวน โชว์ นั่นทำให้พวกเขาเป็นที่รู้จักในอีกด้านมากกว่าวงดนตรีที่มีเพลงฮิต!

เดอะดอรส์ได้รับการติดต่อจากรายการ ดิ เอ็ด ซัลลิแวน โชว์ ให้มาเล่นรวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง แต่ก่อนที่จะได้แสดงในรายการ ดิ เอ็ด ซัลลิแวน โชว์ ครั้งแรก ทางวงได้รับการขอร้องแกมบังคับจาก บ็อบ เพรชต์ (Bob Precht) โปรดิวเซอร์รายการ ให้เปลี่ยนเนื้อร้อง “higher” ซึ่งเป็นถ้อยคำส่อไปในทางยาเสพติด (get high เป็นคำสแลงถึงการล่องลอยไปตามฤทธิ์ยา) ซึ่งทางวงก็ยอมตกลงเปลี่ยน “higher” เป็น “better”.

ก่อนการแสดงก็มีการซ้อมให้เอ็ด ซัลลิแวนดูก่อน ซึ่งทางวงก็ปฏิบัติตัวดีเป็นที่น่าพอใจ แต่พอถึงเวลาจริง  จิม มอร์ริสันกลับร้อง “higher” ชัดถ้อยชัดคำ!

ทุกวันนี้มีคำอธิบายหลายแนวทางถึงการกระทำในครั้งนั้น เช่นเรย์ แมนซาเร็กอธิบายว่าจิมประหม่าที่ได้ออกรายการดัง ถึงเวลาจริงเลยลืมไปว่าต้องเปลี่ยนเนื้อร้อง แต่ในหนังสือเกี่ยวกับเดอะดอรส์หลายเล่ม อย่างเช่น เดอะคอมพลีตไกด์ทูเดอะมิวสิกออฟเดอะดอรส์ ของปีเตอร์ เค. โฮแกนและคริส ชาร์ลเวิร์ธ (Peter K. Hogan, Chris Charlesworth) จะบอกว่าเดอะดอรส์รับปากทางรายการไปอย่างนั้นเอง โดยไม่คิดจะเปลี่ยนเนื้อร้องแต่อย่างใด แถมยังบรรยายว่าจิม มอร์ริสันพูดว่า “We ‘did’ Sullivan” (ออกทำนองสะใจ)

ผลจากการกระทำในครั้งนั้นทำให้ เอ็ด ซัลลิแวน โกรธทางวงเป็นอย่างมาก ไม่ยอมแม้แต่จะจับมือสมาชิกวงตามธรรมเนียมปฏิบัติของเขาหลังบรรเลงเพลงจบ และยกเลิกสัญญาที่จะให้มาเล่นในรายการที่เหลืออีก 6 ครั้ง

แต่เดอะดอรส์คงไม่สนใจ  เพราะหลังจากนั้นพวกเขาเป็นที่พูดถึงมากมาย เด็กวัยรุ่นมอง จิม มอร์ริสัน ในฐานะวีรบุรุษผู้กล้าหาญ ที่ควรค่าต่อการยึดถือเป็นแบบอย่าง

เค้าโครงหลักของเพลง “ไลต์มายไฟร์” เขียนโดย ร็อบบี ครีเกอร์ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงแจ๊ส มีคนตั้งข้อสังเกตว่าการเล่นออร์แกนและกีตาร์คล้ายคลึงกบที่จอห์น โคลทรานเล่นโซปราโนแซ็กคู่กับเสียงเปียโนของแม็กคอย ไทเนอร์ในเพลง “มายแฟโวริตธิงส์” มาก (เพลงนี้เดิมเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ซาวนด์ออฟมิวสิกที่จอห์น โคลทรานเอามาทำใหม่) ส่วนเรย์ ซึ่งคิดและบรรเลงเบสผ่านเฟนเดอร์โรดส์เปียโนเบส (เวลาแสดงสด) ยอมรับว่าเขาได้แรงบันดาลใจในการเล่นไลน์เบสเพลงนี้จากเพลง “บลูเบอรีฮิล” ของแฟตส์ โดมิโน

แต่อย่างไรก็ตามเสียงเบสในอัลบั้มเป็นฝีมือของมือเบสรับจ้าง ซึ่งไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร คาโรล เคย์มือเบสสาวฝีมือดีอ้างว่าเธอเป็นคนเล่นเบสเพลงนี้ “ตอนนั้นเดอะดอรส์ไม่ได้อยู่ในห้องบันทึกเสียง มีแค่ทีมงานไม่กี่คนเราทำเพลงนี้ กำลังเล่นที่นั่นพอดี แต่ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้เพราะมีอะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉันเป็นคนหยาบคาย ฉันไม่ได้เสพยา ฉันคิดว่ามันโง่ ฉันคิดว่าสำหรับคนเสพยาและตายบนเวทีนั่นโง่มากและไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย ดังนั้นฉันจะอยู่ห่างจากเรื่องนี้ ไม่อยากพูดคุยอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ แต่ฉันคือคนที่เซ็นสัญญาเล่น ฉันเล่นเพลงนั้น”

ส่วนร็อบบี ครีเกอร์ เคยให้สัมภาษณ์นิตยสารมิกซ์ ไว้ดังนี้

“ปกติมือเบสจะเล่นตามที่เรย์เล่นไว้โดยเขาจะใช้เฟนเดอร์โรดส์เปียโรเบส ที่เขามักจะวางบนออร์แกนของเขา เป็นเฟนเดอร์โรดส์ตัวเล็ก ๆ ที่มีแต่เบสโน้ต ดังนั้นมือเบสจะต้องเลียนแบบสิ่งที่เรย์ทำไว้ แต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะบางทีเราก็มีมือเบสฝีมือดีมาบันทึกเสียงให้ คนแรกที่เราใช้บริการคือ ลาร์รี เน็คเทล (Larry Knechtel) เขาเล่นเพลง ไลต์มายไฟร์ กับบางเพลงในอัลบั้มแรก เขาจะเลียนแบบที่เรย์เล่นด้วยมือซ้าย แต่ในอัลบั้มที่สอง เรามี ดั๊ก ลูบาห์น (Doug Lubahn) เขาเล่นอยู่กับวงเดอะเคลียร์ไลต์ ซึ่งเซ็นสัญญากับอิเล็กตราเหมือนกัน เขาเป็นคนมีหัวคิดสร้างสรรค์มาก เขาดัดแปลงไลน์เบสในสเตรนจ์เดยส์ เลิฟมีทูไทม์ มันเยี่ยมมาก เขาทำสิ่งที่เยี่ยม ๆ เอาไว้มากมาย”

เพลงนี้อยู่ในอัลบั้มแรกของวง เดอะดอรส์ (1967) ความยาวมากกว่า 7 นาที แต่ว่ามีเวอร์ชั่นสำหรับเปิดออกอากาศทางวิทยุความยาว 3 นาที โดยตัดท่อนโซโล่ช่วงกลางออกไป แจส โฮลสแมน ผู้ก่อตั้งอิเล็กตราเร็คคอดส์เล่าว่า “เรามีปัญหาใหญ่เรื่องความยาวเพลง เจ็ดนาทีครึ่ง ไม่มีใครคิดออกว่าจะตัดเพลงนี้ออกมายังไง สุดท้ายผมเลยพูดกับ พอล (ร็อธไชลด์ – โปรดิวเซอร์ของอัลบั้ม) ว่าคงไม่มีใครทำได้นอกจากคุณ แล้วเขาก็ตัดท่อนโซโลออก ทุกคนต่างตะโกนเอะอะโวยวาย ยกเว้นจิม จิมบอกว่า ‘ลองคิดถึงเด็กในมิเนอาโปลิสฟังเพลงนี้แม้จะเป็นเวอร์ชันที่โดนตัดออกผ่านทางวิทยุสิ มันจะทำให้เขาหันมาสนใจแน่’ พวกเขาเลยบอก เอาเลย ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยมันออกมา เราทำเป็นซิงเกิลโดยมีเวอร์ชั่นเต็มอยู่อีกหน้าหนึ่ง”

ซิงเกิลวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1967 และขึ้นถึงอันดับ 1 ตาราง บิลบอร์ดฮ็อต 100 ซิงเกิลส์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 1967 อยู่ในอันดับ 1 นาน 3 สัปดาห์

และ เวอร์ชั่นของ วิลล์ ยัง (Will Young) ก็ขึ้นถึงอันดับ 1 ใน ยูเคซิงเกิลส์ชาร์ตเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 2002

(ปรับปรุงเพิ่มเติม 3 มิถุนายน พ.ศ. 2560)

 

Advertisements

One thought on “The Doors: Light My Fire

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.