Led Zeppelin: ข้อครหาเรื่องลอกเพลง


ระหว่างแรงบันดาลใจกับการลอกเลียนเป็นเรื่องที่คนภายนอกเข้าไปตัดสินลำบาก แต่ที่ไม่ค่อยเข้าใจอย่างหนึ่งว่าเวลามีกรณีเพลงไทยไปคล้ายเพลงอื่น ๆ แม้เพียงจะแค่ท่อนเดียว จะโดนถล่มยับเยินราวกับว่าศิลปินคนนั้นมาขโมยเพลงตัวเองไปใช้ แต่พอเป็นศิลปินต่างประเทศไม่ค่อยมีการถล่มมากมายเท่าไหร่

เรื่องแรงบันดาลใจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่วงระดับยักษ์ใหญ่เช่นเลดเซพพลินก็ยังไม่วายโดนครหา โดยเฉพาะอัลบั้ม เลดเซพพลินทู อันสุดแสนจะคลาสสิคมีหลายเพลงที่ไปหยิบยืมความคิดจากเพลงครูมาใช้

“บริงอิตออนโฮม”เพลงนี้มาจากเพลงชื่อเดียวกัน คือ “บริงอิตออนโฮม” ของซันนี บอย วิลเลี่ยมสัน เพลงนี้อาจจะบอกได้ว่าพวกเขาเอาเพลง “บริงอิตออนโฮม” มาเพื่อคารวะต้นฉบับ เพราะเพลงในเวอร์ชันเลดเซพพลินเอาเวอร์ชั่นของซันนี่ บอย วิลเลี่ยมสัน มาใช้ในตอนขึ้นต้น กับตอนจบท้าย แต่ตรงกลางซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของเพลง เป็นวัตถุดิบของพวกเขาล้วนๆ แบบนี้จะเรียกวาลอกเลียน ล้อเลียน ได้รับแรงบันดาลใจ หรือว่าบูชาครู?

“Bring it On Home” ของ ซันนี บอย วิลเลียมสัน

“Bring it On Home” ของ Led Zeppelin

เพลง “เดอะเลมอนซองก์” มีบางช่วงดัดแปลงมาจาก “คิลลิงฟลอร์ ” ของ ฮาวลิ่ง วูล์ฟ

“The Lemon Song” ของ เลดเซพพลิน

“Killing Floor” ของ ฮาวลิง วูล์ฟ

เพลง “Whole Lotta Love ” เนื้อเพลงแทบจะไปดึงมาจากเพลง “You Need Love” ของมัดดี วอเตอร์ ซึ่งเขียนเพลงโดยวิลลี ดิกสัน ดูกันประโยคต่อประโยค

  • จากเพลง “Whole Lotta Love “

You need coolin’, baby, I’m not foolin’
I’m gonna send ya back to schoolin’
Way down inside, honey, you need it
I’m gonna give you my love
You’ve been learnin’ and baby, I been learnin’
All them good times, baby, baby, I’ve been discernin’
way, way down inside, honey, you need
I’m gonna give you my love

  • จากเพลง “You Need Love”

I ain’t foolin’ you need schoolin’
Baby you know you need coolin’
Baby, way down inside, woman you need love
You’ve got yearnin’ and I got burnin’
Baby you look so sweet and cunning
Baby way down inside, woman you need love
Woman you need love, you’ve got to have some love
I’m gonna give you some love, I know you need love

แถมท้ายด้วยการปิดเพลงว่า “Shake for me girl I wanna be your back door man” ก็ทำให้คิดว่ามาจากเพลง  “เชกฟอร์มี” และ “แบ็กดอร์แมน” ของ ฮาวลิง วูล์ฟ ซึ่งเขียนเพลงโดยวิลลี ดิกสัน เช่นกัน (รู้สึกว่าเลดเซพพลินจะชอบวิลลี ดิกสันมาก ในอัลบั้มแรกก็มีเพลงที่เขียนโดยวิลลีสองเพลง)

อัลบั้มแรก ๆ ของเลดเซพพลิน ไม่ค่อยได้รับเสียงวิจารณ์ในทางที่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสาเหตุนี้ คือพวกเขาขอยืมเพลงระดับครูจากบลูส์รุ่นใหญ่มาใช้โดยไม่บอกถึงที่มา อาจจะด้วยพวกเขาคิดว่านี่คือการแสดงสดุดีต่อบลูส์รุ่นใหญ่เหล่านั้น หรือคิดว่าคนฟังน่าจะรู้จักเพลงบลูส์เหล่านั้นเป็นอย่างดี หรือจะด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม มันทำให้พวกเขาด่างพร้อยด้วยข้อหาขโมยเพลงคนอื่นมาใช้

และนั่นทำให้นิตยสารใหญ่อย่างโรลลิงสโตนวิจารณ์ (ในเวลานั้น) ว่าพวกเขามีดีแค่เอาเพลงบลูส์รุ่นเก่า มาใช้

การที่โรเบิร์ต แพลนต์ ไปดึงเอาประโยคเด็ดจากเพลงบลูส์เก่า ๆ มาใช้ทำให้โดนครหาไม่น้อย อย่างท่อน They call me the hunter, That’s my name ในเพลง “ฮาวเมนีมอร์ไทมส์ ” (จากอัลบั้มแรก) ก็ไปดึงมาจากเพลง “เดอะฮันเตอร์” ของ อัลเบิร์ต คิง นอกจากนี้ ใน “บูกีวิธสตู” จากอัลบั้มฟิสิคัลกราฟิตียังมีความละม้ายกับเพลง  “อูห์! มายเฮด” ของริชชี วาเลนส์

ปัจจุบันเพลงเหล่านั้นล้วนให้เครดิตต่อผู้ประพันธ์ดั้งเดิม อย่างที่จิมมี เพจให้สัมภาษณ์นิวยอร์กไทม์ส ว่า “ในเนื้อเพลงนั้นมี ‘ยูนี้ดเลิฟ’ และมีความคล้ายคลึงในเนื้อร้อง ตอนนี้ผมไม่ชี้นิ้วไปที่ใคร ผมแค่อยากบอกว่านั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นและวิลลี ดิกสันได้เครดิตไป ยุติธรรมแล้ว”

ความคิดเห็นส่วนตัว

ถ้าเป็นเมื่อก่อน จะไม่ชอบกรณีแบบเลดเซพพลินลอกเพลง ด้วยเหตุผลว่า คนทำงานแบบนี้น่าจะมีความเป็นตัวของตัวเอง สร้างสรรค์ ชาญฉลาด ไม่ควรไปขโมยความคิดของคนอื่นมาใช้

Nothing of me is original. I am the combined effort of everybody I’ve ever known.

ประโยคข้างบนมาจาก อินวิสิเบิลมอนสเตอร์ส (Invisible Monsters, 1999) ของชัค พาเลห์นิค ถึงจะเป็นนิยายเสียดสี แต่มันเป็นความจริง เราไม่อาจสร้างอะไรขึ้นมาลอย ๆ การทำงานศิลปะทุกแขนงล้วนเริ่มต้นจากการเรียนรู้ เลียนแบบ ก่อนจะนำไปประยุกต์และค้นหาแนวทางของตัวเอง

แรงบันดาลใจจะเกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าไม่ได้อ่าน ไม่ได้ฟัง ไม่ได้ดู งานของครู?

หนังสือ ไม้ศักดิ์สิทธิ์: บทความว่าด้วยบทกวีและการวิจารณ์ (The Sacred Wood: Essays on Poetry and Criticism) ของ ที เอส เอลเลียตมีตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า “Immature poets imitate; mature poets steal”  พากย์ไทยได้คร่าว ๆ ว่า กวีไร้ฝีมือเลียนแบบแต่ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ขโมย

ขออนุญาตจับใจความในส่วนที่ ที เอส เอลเลียต เขียน (อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้จากหนังสือเล่มที่อ้างถึง)

ที เอส เอลเลียตแสดงทัศนคติในการวิจารณ์บทกวี (หรือตัวกวี) เอาไว้ว่า ถ้าเป็นพวกกวีธรรดาสามัญทั่วไปจะเลียนแบบ แต่กวีผู้ยิ่งใหญ่ขโมย แต่ว่า พวกกวีไร้น้ำยาจะทำให้สิ่งที่ไปเอามาจากคนอื่นกลายเป็นสิ่งไร้คุณค่า สูญเปล่า ปราศจากสิ่งน่าสนใจ ส่วนกวีที่ยอดเยี่ยมจะทำให้สิ่งที่ไปเอามาจากคนอื่นกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดีกว่า หรืออย่างน้อยก็แตกต่างไปจากเดิม มันจะให้ความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ขณะที่กวีไร้น้ำยาจะทำได้เพียงสิ่งไร้สาระไม่น่าสนใจ

ดังนั้นเมื่อมอง (ฟัง) เพลงของเลดเซพพลินที่ไปเพลงของคนอื่นมาทำใหม่ แม้เมื่อโดนถอดโครงสร้างค้นหาที่มา เพลงของพวกเขาก็ยังเป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมอยู่ดี เพลงแบบนี้ทำให้คนฟังค้นหาที่มา หรือรากฐานของดนตรีอย่างเคารพและเห็นคุณค่า มีความอิ่มเอมในใจของคนฟัง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นำไปสร้างสรรค์ต่อ

แต่ถ้าฟังเพลงที่ไปเอาของคนอื่นมาใช้แล้วไม่มีอะไรแปลกใหม่  นอกจากชื่อเสียงและเงินในกระเป๋าของคนลอกเลียนที่มากขึ้น งานนั้นก็เป็นแค่ของลอกเลียนไร้คุณค่า

ทุกวันนี้ฟังเพลงของเลดเซพพลินในฐานะกวีที่ยอดเยี่ยมจะทำให้สิ่งที่ไปเอามาจากคนอื่นกลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดีกว่า หรืออย่างน้อยก็แตกต่างไปจากเดิม มันจะให้ความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ขณะที่กวีไร้น้ำยาจะทำได้เพียงสิ่งไร้สาระไม่น่าสนใจ

Advertisements

2 thoughts on “Led Zeppelin: ข้อครหาเรื่องลอกเพลง

  1. […] ดูอย่างเลดเซพพลินเป็นต้น เชื่อว่าคนที่ฟังเพลงร็อกคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความ “ออริจินัล” ของเลดเซพพลิน เทคนิคการเล่น และไอเดียการทำเพลงของจิมมี เพจ โรเบิร์ต แพลนต์ จอห์น พอล โจนส์ และ จอห์น บอนแนม ล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงดนตรีรุ่นหลังนับไม่ถ้วน แต่วงเลดเซพพลินก็เคยโดนข้อครหาเรื… ต้องจ่ายเงินและเปลี่ยนเครดิตเพลงไปหลายเพลง ที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ ก็โดนฟ้องศาลหาว่าท่อนอินโทร “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” ไปลอกมาจากเพลงของวงสปิริต […]

    Like

  2. […] ดูอย่างเลดเซพพลินเป็นต้น เชื่อว่าคนที่ฟังเพลงร็อกคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธความ “ออริจินัล” ของเลดเซพพลิน เทคนิคการเล่น และไอเดียการทำเพลงของจิมมี เพจ โรเบิร์ต แพลนต์ จอห์น พอล โจนส์ และ จอห์น บอนแนม ล้วนสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงดนตรีรุ่นหลังนับไม่ถ้วน แต่วงเลดเซพพลินก็เคยโดนข้อครหาเรื… ต้องจ่ายเงินและเปลี่ยนเครดิตเพลงไปหลายเพลง ที่เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ ก็โดนฟ้องศาลหาว่าท่อนอินโทร “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” ไปลอกมาจากเพลงของวงสปิริต […]

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s