Blaze of Glory งานเดี่ยวชุดแรกของ จอน บอน โจวี


Blaze of Glory นี่ถ้าจะว่ากันด้วยอคติลำเอียง ก็ต้องบอกว่าซาวนด์โดยรวมในงานชุดนี้ลงตัวกว่างานชุด นิวเจอร์ซีย์ ของ บอนโจวี เสียอีก

จอน บอน โจวี สารภาพไว้ในดีวีดีที่ให้มาใน ท็นทาวเซนต์บอนโจวีแฟนส์แคนท์บีรองค์ (100,000,000 Bon Jovi Fans Can’t Be Wrong) ว่ามันไม่ใช่แค่ถ่ายทอดความรู้สึกจากตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง ยังกันส์ทู (Young Guns II) เท่านั้น  แต่มันมาจากความรู้สึกกดดันภายในใจของเขา ณ เวลานั้นด้วย

ณ ช่วงเวลานั้น (ค.ศ. 1987 – 1990) เป็นช่วงที่บอนโจวีกำลังโด่งดังถึงขีดสุดด้วยความแรงจากอัลบั้ม สลิพเพอรีเวนเวท (Slippery When Wet – 1986)  ต่อด้วย นิวเจอซีย์ (New Jersey -1988) ซึ่งกดดันพวกเขามาก มันเป็นช่วงรอยต่อที่ลดบทบาทแกล็มเมทัลที่บอนโจวีไม่เคยมี แต่จำใจต้องเป็นแกล็มเมทัลเพราะอิทธิพลของดนตรีในยุคนั้น  ขณะเดียวกันก็ไม่อาจจะเปลี่ยนบทบาทของวงดนตรีอย่างฉับพลันเพราะกลัวความล้มเหลวที่ไม่สามารถรั้งชื่อเสียงความโด่งดังต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่า นิวเจอซีย์ จะประสบความสำเร็จไม่เท่ากับ สลิพเพอรี่เวนเวท แต่ยอดจำหน่ายและความนิยมยังอยู่ในระดับที่มีวงร็อกเพียงไม่กี่วงเท่านั้นจะเทียบได้ พวกเขากลายเป็นร็อกสตาร์ที่มีแฟนเพลงจากทั่วทุกมุมโลก เดินทางรอนแรมด้วยกันเป็นปีเพื่อเปิดการแสดงให้แฟนเพลงทั่วโลกได้ชื่นชม

แต่การเจอหน้ากันนาน ๆ ส่งผลให้มีความเครียดเกิดขึ้น

การทัวร์จบลงในช่วงต้นปี 1990 สมาชิกแยกย้ายกันกลับบ้าน…โดยขึ้นเครื่องบินคนละลำ… เบื่อหน้ากันขนาดนั้น!

จอน บอน โจวี ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกในปี 1990 ริชชี่ แซมโบราออกงานเดี่ยวชุดแรกในปีถัดมา (โดยมีเพื่อนร่วมวงสองคน; เดวิด ไบรอัน กับ ติโก ตอเรส  มาร่วมงานด้วย)

สถานการณ์ภายในวงเรียกได้ว่าง่อนแง่น และอย่าได้แปลกใจว่าทำไมอัลบั้มถัดมาถึงได้ทิ้งช่วงนานปี

จอน บอน โจวีได้รับข้อเสนอจาก เอมิลิโอ เอสตาเวส  เพื่อขอนำเพลง “วอนเต็ด เดด ออร์ อะไลฟ์” ไปใช้ในภาพยนตร์คาวบอยเรื่อง ยังกันส์ทู แต่ จอน บอน โจวี กลับคิดว่าเพลงนี้ไม่ค่อยเหมาะและเขียนเพลงใหม่ “เบลซออฟกลอรี” ให้พิจารณาแทน

และจากเพลงนั้น จอนขยับขยายความคิดจนมีเพลงพอจะทำเป็นอัลบั้มได้

อัลบั้ม เบลซออฟกลอรี (Blaze of Glory) จึงได้ออกมาสู่สาธารณะชน ชื่อเต็มของงานชุดนี้จะมีคำว่าได้แรงบันดาลใจจากยังกันส์ทู – inspired from Young Guns II  เพราะบทเพลงอื่นเขียนขึ้นในเนื้อหาเกี่ยวพันกับภาพยนตร์ แต่ไม่ได้ใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้เลย

จะเรียกว่าเป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มก็คงได้ เนื้อหาแต่ละเพลงมันเกี่ยวพันกันกับ เรื่องราวของ บิลลี เดอะคิด กับ แพ็ต แกเร็ตต์ ฝ่ายหนึ่งคือคนนอกกฎหมาย แต่อีกคนคือนักล่าค่าหัวที่ต่อมากลายเป็นนายอำเภอผู้จับกุมและสังหารบิลลี เดอะคิด

บทเพลงในงานชุดนี้ลดระดับความแรงจากที่เคยทำในนิวเจอซีย์ การสร้างงานในเชิงร็อกกึ่งป็อปอารมณ์คาวบอยบ่งบอกความเติบโตและแสดงความสามารถด้านการเขียนเพลงของ จอน บอน โจวีได้ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา (และปัจจุบันก็ไม่เคยเขียนเพลงได้ดีแบบนี้อีกเลย)

การปล่อยเวลาพอสมควร และดำเนินงานในฐานะศิลปินเดี่ยวช่วยให้ จอน บอน โจวี  กล้าพอจะเสี่ยงทำตามใจตัวเอง และผลมันก็คือการเขียนเพลงที่ดีที่สุดของเขา โดยเฉพาะเพลง “เบลซ ออฟ กลอรี” ที่ให้อารมณ์เปลี่ยวเหงาของคนพเนจรร่อนเร่ บาดลึกด้วยเสียงกีตาร์คมบาดใจของ เจฟฟ์ เบ็ค เมื่อรวมเข้ากับความดังของบอนโจวีทำให้เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในชาร์ตบิลบอร์ดซิงเกิ้ล

Young Guns II Soundtrack

ภาพชีวิตทุ่งแห้งแล้ง การพยายามเอาชีวิตรอดของผู้ถูกกฎหมายบ้านเมืองตามล่า จะเป็นอย่างไร?  ดนตรีภายในอัลบั้มนี้ปล่อยภาพให้ออกมาได้อารมณ์แบบนั้น

ก่อนหน้านั้นและหลังจากนี้เขาไม่เคยรีดเร้นอารมณ์ออกมาได้ขนาดนี้.

นอกเหนือจากการเขียนเพลง  สิ่งที่ยอดเยี่ยมในงานชุดนี้ก็คือเสียงร้องที่แหบกร้านของ จอน บอน โจวีเข้าอารมณ์ความเดียวดาย สิ้นหวัง อย่างในเพลง “มิราเคิล” กับ “ซานตาเฟ” ให้อารมณ์บีบคั้นอย่างมีพลัง (ซานตาเฟ เป็นสถานที่ที่บิลลี่ เดอะ คิด โดนจองจำระหว่างรอคำพิพากษา) มันเป็นความเจ็บปวดที่แสนเศร้า แต่ก็ยังต้องเดินหน้าต่อไปไม่ว่าจะกล้ำกลืนความรวดร้าวขนาดไหน!  หรือ “บลัด มันนี” ที่เหมือนจะตัดพ้อต่อว่าแพ็ท แกเร็ตต์ เพื่อนเก่าที่กลายเป็นนายอำเภอและตามล่าค่าหัวเขา.

จอน บอน โจวี อุทิศเพลง “บลัด มันนี” ให้กับ บ็อบ ดีแลน  และนั่นทำให้นึกเรื่องหนึ่งได้ เมื่อปีค.ศ. 1973 ดีแลน เคยออกอัลบั้มที่ชื่อ แพ็ท การ์แร็ตต์ แอนด์ บิลลี เดอะ คิด (Pat Garrett and Billy the Kid) มาก่อนแล้ว และอัลบั้มนั้นเป็นการทำอัลบั้มประกอบภาพยนตร์ชื่อเดียวกัน จากฝีมือการกำกับของ แซม แพ็คกินพา เจ้าพ่อหนังสไตล์คาวบอยตะวันตก. ซึ่งในงานชุดนั้น ดีแลนได้ทำเพลงอมตะฝากไว้ด้วย คือ “น็อกกิง ออน เฮฟเวนส์ ดอร์”  

ถ้าลองฟังอัลบั้ม แพ็ท การ์แร็ตต์ แอนด์ บิลลี เดอะ คิด เทียบกับ เบลซออฟกลอรี จะได้ยินอารมณ์เศร้าๆ หม่นๆ  คล้ายๆ กัน แต่อารมณ์บีบคั้นด้วยสไตล์ดนตรีแบบ จอน บอน โจวี คงจะเข้าถึงคนฟังเพลงร็อกได้มากกว่า มันมีเพลงที่กลับไปหาร็อกแอนด์โรลเก่าๆ เช่น “ยู เรียลลี ก็อต มี นาว” มีร่องรอยอิทธิพลของลิตเติ้ล ริชาร์ด แขกรับเชิญเจือจางอยู่เบื้องหลัง”

จอน บอน โจวี ปลดพันธนาการในเรื่องความคาบเกี่ยวกับแกล็มเมทัลไปได้หมดสิ้นในงานชุดนี้  และเป็นงานสุดท้าย (นับจนถึงวันนี้) ที่ยังฟังอย่างชื่นชม…

  1. “Billy Get Your Guns”
  2. “Miracle”
  3. “Blaze of Glory”
  4. “Blood Money”
  5. “Santa Fe”
  6. “Justice in the Barrel”
  7. “Never Say Die”
  8. “You Really Got Me Now”
  9. “Bang a Drum”
  10. “Dyin’ Ain’t Much of a Livin”
  11. “Guano City”

3 thoughts on “Blaze of Glory งานเดี่ยวชุดแรกของ จอน บอน โจวี

  1. เพลงที่โดดเด่นมากอีกเพลงหนึ่ง คือ Bang a drum เป็นร็อคกอสเปลที่ยอดเยี่ยม น้องๆ I still haven’t found’ ของ U2 เลยทีเดียว จนมีศิลปินคันทรี่นำไปคัฟเวอร์ด้วย

    Liked by 1 person

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.