Avenged Sevenfold: Sounding the Seventh Trumpet


ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าไม่ค่อยฟังดนตรีในสายเมทัลคอร์เท่าไหร่ คือชอบดนตรีออกไปทางป็อปมีท่วงทำนองให้ติดหูสักเล็กน้อย เวลาไปฟังดนตรีที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับท่วงทำนองเลยเกิดอาการปิดกั้นตัวเองพอสมควร

แต่มันก็ต้องมีข้อยกเว้นกันบ้าง

อย่างเช่นอัลบั้ม ซาวนดิงเดอะเซเวนธ์ทรัมเป็ท ของเอเวนจ์ดเซเวนโฟลด์นี่ล่ะ ตอนที่ได้รับซีดีอัลบั้มนี้มาไม่ค่อยจะใส่ใจกับอัลบั้มนี้เท่าไหร่ (ที่ได้มาเป็นเวอร์ชันออกใหม่ปี 2002)  จำได้ว่าตอนนั้นไม่มีอัลบั้มอื่นจะฟังก็เลยเปิดฟังซะหน่อย วะ…ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเล่นดีกันขนาดนี้ ดีโคตรจนน่าประหลาดใจ ฟังแล้วบรรลุความมันส์ในอารมณ์ ทำให้นึกถึงสมัยตอนที่ได้ฟังเมทัลลิกาช่วงอัลบั้มคิลเอ็มออลหรือว่าฟังสเลเยอร์ช่วงต้นทศวรรษ 80 แบบนั้นเลยเชียว

ไม่ใช่ว่าพวกนี้มันเล่นแธรชเมทัลโบร่ำโบราณ พวกเขาก็เล่นเมทัลคอร์นั่นล่ะ หากแต่ความสดและพลังของพวกเขาต่างหาก ที่ทำให้รู้สึกไปอย่างนั้น

ความสด ความใหม่ ทำให้ต้องประดับเอเวนจ์ด์เซเวนโฟลด์ไว้ในลิสต์วงโปรดทันทีทันควัน

สมัยนั้นเอเวนจ์ด์เซเวนโฟลด์กำลังอยู่ในช่วงปราดเปรียว สั่งสมประสบการณ์พอตัว แต่ยังสดใหม่ กระหายชื่อเสียงอยู่ และพวกเขาก็ใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์

เริ่มเปิดตัวกันมาด้วยเพลง “ทู เอนด์ เดอะ แรปเจอร์” เป็นเพลงสั้น ช้า งดงามด้วยเสียงเปียโน ทำให้หลงนึกไปว่ากำลังจะได้ฟังเพลงเมทัลสุดแสนคลาสสิคเสียแล้ว แต่ว่าจบไปในเวลาอันรวดเร็วก่อนจะกระแทกริฟฟ์บาดหูและเสียงร้องแผดกร้าว “เทิร์น ดิ อัทเธอร์ เวย์” เพลงที่ทำได้รุนแรงไม่เลวเลย ด้วยคุณลักษณะของเมทัลคอร์ชั้นเยี่ยม โดยเฉพาะมือกีตาร์ทั้งสองคนที่สาดริฟฟ์ใส่ราวกับเป็นวงแธรชเมทัล มีเสียงกีตาร์อันเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ว่าจะเน้นเสียงรกแตกพร่าแล้วสับคอร์ดสนั่นหวั่นไหว ด้วยซาวนด์ที่น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากเมทัลยุค 80 ไม่น้อย

ต่อด้วย “ดาร์กเนส เซอราวดิง” ออกมาทางฮาร์ดคอร์แผดกล้า แถมด้วยการร้องสองโทนเสียง เพลงนี้กับอีกหลายเพลงในชุดนี้ออกไปในทางฮาร์ดคอร์ พังก์ ที่โดนเร่งเร้าด้วยกลิ่นอายเมทัล ถ้าจะบอกว่านี่เป็นดนตรีพังก์ ก็เป็นพังก์กลายพันธุ์ไปสุดลูกหูลูกตา แต่โครงสร้างและลักษณะของอะไรหลายอย่าง ทำให้คาดเดาถึงรากฐานของพวกเขาว่ารับอิทธิพลของพังก์หรือไม่ก็ฮาร์ดคอร์สมัยแรก อย่างพวกแบดรีลิเจียนหรือมิสพิทส์ แต่ว่าพวกเขาพัฒนากันออกไปไกลมากโดยเฉพาะการนำเอาพวกเมทัลมาร่วมใช้ เพลงส่วนใหญ่ไม่ได้อัดกระหน่ำอย่างเดียวแบบไม่ลืมหูลืมตา

แต่มือกลองนี่ลูกล่อลูกชนแพรวพราวสร้างสีสันได้เยอะมาก

เพลงที่ทำให้เคลิ้มไปเลยก็คือ “วอร์มเนส ออน เดอ โซล” ที่ต้องอุทาน โอ แม่เจ้า…ออกมาดัง ๆ มันเป็นเพลงบัลลาดแบบที่พวกฮาร์ดร็อก/เมทัลคุ้นเคย แฝงไปด้วยการเรียบเรียงเสียงประสานแบบควีน นายเอ็ม ชาโดว์ มีเสียงร้องที่เข้าท่าเหมือนกัน แล้วก็ร้องได้ทั้งคลีนโทนและแผดพร่า เมื่อรวมเข้ากับดนตรีอันยอดเยี่ยมมันช่วยส่งเสริมกันให้บทเพลงมีความงดงามบนความก้าวร้าวรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าวงนี้ความจะจัดเป็นกลุ่มเมทัลคอร์และมีโครงสร้างเพลงในแบบพังก์ แต่ว่าด้วยเสียงกีตาร์ที่ได้ยินนี่คิดว่าคนที่ชอบเมทัลสายพันธุ์แธรชน่าจะยอมรับพวกเขาได้ไม่ยาก หรือว่าถ้าพวกที่ฟังเพาเวอร์เมทัล ที่อยากจะเปิดตัวเองไปสู่ดนตรีของยุคสมัยนี้ คิดว่างานชุด ซาวนดิงเดอะเซเวนธ์ทรัมเป็ท เป็นงานที่จัดว่าดีมาก และไม่เสียเวลาในการฟังแน่นอน

Line Up:-

  • Shadows – vocals
  • Zacky Vengeance – guitar
  • Dameon Ash- bass (Original Release)
  • Justin Meacham- bass, piano
  • The Reverend Tholomew Plague – drums

Track listing:-

  1. “To End the Rapture” – 1:24
  2. “Turn the Other Way” – 5:36
  3. “Darkness Surrounding” – 4:49
  4. “The Art of Subconscious Illusion” – 3:45
  5. “We Come Out at Night” – 4:44
  6. “Lips of Deceit” – 4:09
  7. “Warmness on the Soul” – 4:19
  8. “An Epic of Time Wasted” – 4:18
  9. “Breaking their Hold” – 1:11
  10. “Forgotten Faces” – 3:36
  11. “Thick and Thin” – 4:15
  12. “Streets” – 3:06
  13. “Shattered by Broken Dreams” – 7:08

Published by Friday I am in Rock

Lover and Hater, A profound liar of all time.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: