KAMELOT: Epica


Epica – อิพิกา ผลงานของ คาเมลอต วงเพาเวอร์เมทัลที่น่าจับตาอยู่เสมอ ยังคงทำงานน่าประทับใจมาได้โดยตลอด คราวนี้พวกเขาก็ยังเล่นอยู่กับเรื่องราวต่อเนื่องหรือที่เรียกว่าคอนเซ็ปต์อัลบั้ม มีการสร้างอินเทอร์ลูดเชื่อมระหว่างเพลงให้ดูเหมือนว่าต่อเนื่องกัน

เสียงร้องของรอย คานยังเป็นจุดเด่นอยู่ แต่รู้สึกว่าเสียงของเขาน่าจะมีศักยภาพมากกว่าที่ได้ยิน คือฟังแล้วรู้สึกเหมือนว่าเขาออมเสียงเอาไว้ไม่ใช้จนหมด ซึ่งจะถือว่าเป็นเรื่องดีก็ได้ ตรงนี้จะใช้เสียงเน้นไปในบางจุดแต่ในความรู้สึกโดยรวมแล้วเขาน่าจะใช้เสียงอันยอดเยี่ยมให้คุ้มค่ามากกว่านี้ อย่างใน “ฟีสต์ฟอร์เดอะเวน” ที่ทำได้ดีทั้งภาคดนตรีและภาคเสียงร้องทำได้หลากหลายมาก หรือในเพลง “ออนเดอะโคลเดสต์วินเทอร์ไนท์” และ “แวนเดอร์” บัลลาดที่โชว์เสียงรอย คานได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งภาคออเคสตรายิ่งใหญ่หรูหราสง่างามพวกเขายังทำได้ดีเป็นพิเศษเหมือนเคย

จุดที่ดูจะเปลี่ยนแปลงเห็นจะเป็นในเรื่องความซับซ้อนของภาคดนตรีที่มากขึ้น การเล่นกับคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับจักรวาล ศาสนา ศรัทธา จิตวิญญาณ อะไรทำนองนี้เปิดช่องให้เล่นกับภาคดนตรีที่ซับซ้อนอย่างเข้ากันได้ดี (เท่าที่ทราบมาเนื้อหาในงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องเฟาสต์ของมหากวีเกอเต้)

แค่เพลง “เซ็นเตอร์ออฟเดอะยูนิเวิร์ส” ก็เล่นเอารักพวกเขาจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ท่อนริฟฟ์กีตาร์เข้ากับเสียงคีย์บอร์ดบรรเลงไล่กันด้วยความเร็วแบบจัดวางอย่างเหมาะสมและจงใจ ตามมาด้วยท่อนที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่แบบอีพิกในช่วงกลางซึ่งเป็นสูตรสำเร็จของคาเมล็อตที่หาคนเลียนแบบลำบาก รักษาสมดุลระหว่างความแรงกับท่วงทำนองอย่างรักษาสมดุล เช่นในเพลง “แฟร์เวล” ที่เล่นกันเร็วและแรงแต่มีภาคคอรัสติดหูง่ายในส่วนของกลองก็ยังระรัวอยู่ไม่ขาดสาย ยิ่งใน “เดสเซนต์ออฟเดอะอาร์คแองเจิล” และ “เดอะโมนนิงอาฟเตอร์” ดูจะโดดเด่นเป็นพิเศษสำหรับมือกลองคนนี้

ส่วนเพลงมิดเทมโปอย่าง “ดิเอดจ์ออฟพาราไดซ์” ก็ออกจะเท่เอาการอยู่ คือการทำเพลงมิดเทมโปนี่บางทีถ้าฝีมือไม่ถึงมีสิทธิ์ทำเพลงได้น่าเบื่อ แต่ภาคริธึมที่พวกเขาทำออกมาถือว่ายังไปได้สวยเหมือนกัน

การบันทึกเสียงทำได้มีมิติและรายละเอียดของดนตรีแต่ละเม็ดได้ชัดเจน โดยเน้นไปที่เสียงร้องเป็นหลัก แต่ว่าดูเหมือนว่าในส่วนของพลังและความแรงโดยรวมของทั้งอัลบั้มจะตกไปเล็กน้อยจากในงานชุด คาร์มา ที่ชอบเป็นพิเศษโดยส่วนตัว แต่ว่าทดแทนด้วยความซับซ้อนและรายละเอียดทางดนตรี และอีกจุดที่ขาดหายไปก็คือความหม่นมืดกับภาคดนตรีแบบยุคกลางที่เคยเป็นจุดเด่นของพวกเขา ส่วนภาคคีย์บอร์ดนั้นนับแต่ เดวิด พาวลิกโกแยกทางไปก็ได้ไมโรบรรเลงแทน แต่ในงานนี้มี กันเตอร์ เวอร์โนกับแจน ปีเตอร์ ริงวอลด์มาเสริมอีก 2 แรง เน้นกันที่เสียงคีย์บอร์ดสร้างบรรยากาศกันเลยละมั้ง?

ก็ต้องถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปทีละขั้นสำหรับคาเมล็อตซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กละน้อยมานับจาก คาร์มา น่าปลื้มใจ

Line-Up

  • Roy Khan – vocals
  • Thomas Youngblood – guitars
  • Glenn Barry – bass guitar
  • Casey Grillo – drums

Track list:-

  1. “Prologue” – 1:07
  2. “Center of the Universe” – 5:27
  3. “Farewell” – 3:41
  4. “Interlude I – Opiate Soul” – 1:10
  5. “The Edge of Paradise” – 4:09
  6. “Wander” – 4:24
  7. “Interlude II – Omen” – 0:40
  8. “Descent of the Archangel” – 4:35
  9. “Interlude III – At the Banquet” – 0:30
  10. “A Feast for the Vain” – 3:57
  11. “On the Coldest Winter Night” – 4:03
  12. “Lost & Damned” – 4:55
  13. “Helena’s Theme” – 1:51
  14. “Interlude IV – Dawn” – 0:27
  15. “The Mourning After (Carry On)” – 4:59
  16. “III Ways to Epica” – 6:16

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.