ข้ามไปยังเนื้อหา

Blondie: The Curse Of Blondie


ตอนที่เพลง “มาเรีย” จากอัลบั้ม โนเอ็กซิต ของบลอนดีดังใหม่ ๆ (ปีค.ศ. 1999) ยอมรับว่าคาดไม่ถึงว่าบลอนดี้จะกลับมาดังได้อีกในยุคนั้นอีก อันที่จริงไม่คิดว่าจะกลับมารวมตัวกันได้ด้วยซ้ำหลังจากมีปัญหากันขนาดนั้น แต่เทียบแล้วก็ประหลาดใจน้อยกว่าซานตานากลับมาฮิตระเบิดได้ในเวลาต่อมา

อัลบั้ม เดอะเคิร์สออฟบลอนดี ออกตาม โนเอ็กซิต และแป้ก เป็นอัลบั้มที่ล้มเหลวที่สุดของวง สมกับชื่อ “ภัยพิบัติของบลอนดี้” ที่ตั้งไว้ราวกับจะรู้ชะตากรรมตัวเอง

เนื้อในยังคงเป็นบลอนดื้ที่สดใหม่น่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อ กระชุ่มกระชวยเหมือนกับเป็นวงหน้าใหม่ ทั้งที่เป็นวงดนตรีที่อยู่มานานแล้ว  สมาชิกในงานชุดนี้ดูตามปกแผ่นซีดีที่แนบมา ก็มี (เรียงจากซ้ายไปขวา) เคลม เบิร์ค  มือกลอง, จิมมี เดสตรี มือคีย์บอร์ดและคริส สเตน มือกีตาร์ ส่วนหญิงสาวคนที่ยืนอยู่หน้าสุดก็คือเด็บบี แฮร์รี  สาวหน้าตาค่อนข้างดี เซ็กซี่ ผมสีบลอนด์ แต่นั่นมันเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว !!!

แต่หลังจากได้ฟังงานของพวกเขาแล้วก็รู้สึกว่ายังคงคอนเซ็ปต์เดิมที่เคยเป็นมา ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เปิด “เชคดาวน์” มาก็เล่นแร็ปกันเล็กน้อย เท่แบบเธอจริง ๆ เมื่อก่อนเคยเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น ปรับตัวเข้ากับสภาพในปัจจุบันแบบไม่ยอมเสียบุคลิกส่วนตัวกันเลย ท่อนคอรัสเป็นการร้องท่วงทำนองงาม ๆ ติดหูง่าย “กู้ด บอยส์”  เป็นเพลงอิเล็คโทรป็อป สนุก เพลงนี้มีเวอร์ชันมิกซ์ แถมมาให้ฟังกันด้วย ถ้าฟังผ่าน ๆ จะเหมือนว่ากำลังฟังเพลงบับเบิลกัมอยู่ ซึ่งมันเป็นน้ำตาลฉาบหน้าที่เรียกให้คนหันมาสนใจงานของพวกเขากันได้ง่าย  โดยเฉพาะท่อนคอรัสที่ทำให้รำลึกอดีตในยุค 80 ได้ว่าสมัยนั้นเพลงเป็นอย่างไร

แต่ถ้าลองเจาะลึกลงไปในรายเพลงแล้วพวกเขาก็มีทีเด็ดอยู่เหมือนกัน อย่าง “โกลเดน ร็อด” ก็เป็นร็อกที่ชัดเจน โดยเสียงกีตาร์ออกมาได้กวนมาก คริส สเตนเล่นกีตาร์ได้อย่างมีทักษะและสมอง อย่างการเจือจางเร้กเก้ ใน “แบ็กกราวนด์ เมโลดี้ (เดอะ โอลี วัน) ” จนน่าเสียดายที่ว่าการเล่นกีตาร์ในงานชุดนี้ออกจะน้อยไปหน่อย บทบาทกีตาร์ลดลงจากที่เคยเป็นมาในอดีต “เมจิก (อซาโดยา ยันตา)” อ่านชื่อเพลงแล้วเหมือนว่าจะเป็นภาษาญี่ปุ่น (ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียง) แต่ว่าเป็นเพียงการนำมาประยุกต์ใช้ เพราะส่วนหลักของเพลงนี้ออกมาทางอิเล็กโทรนิค

สองเพลงสุดท้ายของอัลบั้มนี้ “ดีไซร์ บริงส์ มี แบ็ก” และ “ซอง ออฟ เลิฟ” นี่ออกมาทาง ฟรีแจ๊ส…เอาเข้าไป… การผสมเอาฟรีแจ๊สเข้ากับร็อก และท่อนริฟฟ์แบบร็อกออกมามีสไตล์ ไม่ใช่ทุเรศทุรังเลย ในขณะที่ “ดีไซร์ บริงส์ มี แบ็ก” จะใช้เสียงค่อนข้างกดประสาทนิดหน่อย แต่ใน “ซอง ออฟ เลิฟ” นี่เป็นบัลลาด ที่ไพเราะเอามาก ๆ

สมัยที่บลอนดี้กำลังดังใหม่ ๆ เมื่อปลายทศวรรษ 70 คือการผสานเอาดนตรีร็อกกับเทคโนเข้ามาคลุกเคล้ากัน ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นเหมือนพวกเขาไม่เคยแก่ เสียงร้องของเด็บบี แฮรีก็ยังฟังดู “สาว” เหมือนที่เคยเป็นมา ยังฟังแล้วเซ็กซี่เหมือนเมื่อตอนสาว ๆ ฟังแต่เสียงโดยไม่รู้จักตัวคนร้องรับรองต้องมีเคลิ้มยังทำได้น่าสนใจและน่าชื่นชมอยู่ตลอดเวลา

 

Released:    13 October 2003

Line-Up:-

  • Debbie Harry – Vocals
  • Jimmy Destri – Keyboards
  • Chris Stein – Guitar
  • Clem Burke – Drums
  • Leigh Foxx – Bass
  • Paul Carbonara – Guitar

Track listing

  1. “Shakedown” (Ashby, Harry, Stein) – 5:05
  2. “Good Boys” (Griffin, Harry) – 4:18
  3. “Undone” (Bartock, Harry, Vitale) – 4:28
  4. “Golden Rod” (Foxx, Harry) – 5:23
  5. “Rules for Living” (Destri) – 5:12
  6. “Background Melody (The Only One)” (Destri, Harry) – 3:54
  7. “Magic (Asadoya Yunta)” (Ashby, Harry, Traditional) – 4:05
  8. “End to End” (Ashby, Harry, Stein) – 3:59
  9. “Hello Joe” (Ashby, Harry, Stein) – 4:06
  10. “The Tingler” (Harry, Stein) – 3:52
  11. “Last One in the World” (Destri) – 4:31
  12. “Diamond Bridge” (Destri, Harry) – 4:07
  13. “Desire Brings Me Back” (Langheld, Olla) – 5:31
  14. “Songs of Love (For Richard)” (Langheld) – 6:43

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: