Bon Jovi: This Left Feels Right


จำได้ว่าเมื่อก่อนชอบบองโจวีมาก ยิ่งอัลบั้ม สลิพเพอรี เวน เวต (Slippery When Wet) กับ นิวเจอร์ซี (New Jersey) จะชอบมากเป็นพิเศษ ดนตรีร็อกสนุกสนานและไหลลื่นไปตามกระแสดนตรีป็อปเมทัลกับกลุ่มแฮร์แบนด์ที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในขณะนั้น ทั้งที่บองโจวีไม่ใช่วงดนตรีเมทัลแต่อย่างใด เพียงแต่อาศัยกระแสดนตรีในตอนนั้นมากกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เพราะดนตรีของพวกเขาสนุก น่าฟัง

แต่หลังจากงานชุด คีป เดอะ เฟธ (Keep the Faith) เป็นต้นมาก็เริ่มที่จะตีตัวออกห่างจากดนตรีของพวกเขาทีละน้อย เพราะรู้สึกว่าพวกเขาจะหมดไฟในการทำเพลงที่สนุกสนานไปเสียแล้วจอน บอง โจวีกับ ริทชี แซมโบร่าไม่ใช่นักประพันธ์เพลงที่เก่งกาจอะไร หลายครั้งรู้สึกว่าเพลงของพวกเขาไม่ติดหูเท่าที่ควร จนกระทั่งมาได้ฟังงานชุด เบานซ์ (Bounce) ของพวกเขาก็เริ่มรู้สึกว่า เออเว้ย (…ไม่มีคำบรรยาย) แต่พอมาถึงงานชุดนี้ ดิส เลฟต์ ฟิล ไรท์ (This Left Feels Right) กลายเป็นงานที่ทำให้เกิดอาการไม่ชอบหน้าบองโจวีอีกแล้ว !!! ทำไมหนอ ทำไม ??? งานชุดนี้เป็น “อีกด้าน” ของพวกบองโจวีที่กำลังก้าวล่วงไปสู่อีกระดับของอาชีพของพวกเขาหรือเปล่า?  คำถามตามมามากมายหลังจากฟังงานชุดนี้จบลง

นี่เป็นงานที่นำเอาเพลงเก่าที่เคยเป็นเพลงฮิตของพวกเขาในอดีตมาบรรเลงในอีกแง่มุมหนึ่ง โดยจะปรับเปลี่ยนให้ชวนง่วงนอนมากกว่าเดิม ทั้งที่บางเพลงเดิมก็เป็นเพลงออกอคูสติกอยู่แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงอยู่มากพอควรอย่าง “วอนเต็ด เดด ออร์ อะไลฟ์” ที่เดิมเป็นเพลงที่ได้กลิ่นอคูสติกคละคลุ้งอยู่แล้ว แต่คราวนี้กลับกลายมาเป็นอคูสติกที่ใช้แพ็ทเทิร์นริธึมของเล็ดเซพพลินมาเต็ม

bon-jovi-this-left-feels-right

ต้องยอมรับว่ามีบางเพลงที่ทำได้ดีอย่างคาดไม่ถึง อย่างเช่น “อิทส์มายไลฟ์” ที่ออกมาเป็นบัลลาดได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะความพรมพลิ้วของเสียงเปียโนที่ออกมาได้น่าฟัง เพลงในโทนเดียวกันอย่าง “เอเวอรีเดย์” ก็น่าสนใจ และ “ออลเวยส์” นี่ต้องบอกว่าทำได้น่าสนใจอย่างต้นฉบับดั้งเดิมเยอะเอาการทีเดียว

แต่ว่า…ในบางเพลงทำออกมาไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าที่ควร อย่างชัด ๆ ก็คือ “บอร์นทูบีมายเบบี” กับ “แบด เมดิซิน”  เพราะฉบับดั้งเดิมทำได้ดีแล้ว มันเป็นเพลงของวัยหนุ่มที่สนุกสนานเพิ่งจะตั้งต้นชีวิตอย่างสดใส แต่ในงานชุดนี้การตีความเพลงกลายเป็นดนตรีที่อ่อนล้า ยิ่ง “ยู กีฟ เลิฟ อะ แบด เนม” เป็นเพลงที่ดูจะตกต่ำยังไงพิกลอยู่ หรือ “ลิฟวิง ออน อะ เพรเยอร์” ซึ่งได้โอลิเวีย ดิอาโบมาร่วมร้องด้วย แทนที่จะน่าสนใจ กลับรู้สึกว่าเป็นงานที่น่าเบื่อไปอย่างไม่น่าเชื่อ

ก็อยากจะเข้าใจในพวกเขาว่าการเล่นเพลงซ้ำกันเป็นพันรอบก็คงจะน่าเบื่ออยู่ การเรียบเรียงเพลงใหม่เป็นการดีที่จะทบทวนอดีตอย่างมีพัฒนาการ แต่ถ้าเพลงเหล่านี้ไปเล่นแทรกอยู่ในคอนเสิร์ตของพวกเขาก็คงจะน่าสนใจมากกกว่านี้อีกเยอะ แต่พอมารวมกันเป็นอัลบั้มแบบนี้แล้วน่าเบื่อ!!! ถ้าขอบบองโจวีมาก่อนก็แล้วไป ถ้าไม่ชอบมาก่อนก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักพวกเขาจากงานชุดนี้หรอก

Line-Up:-

  • Jon Bon Jovi – vocals
  • David Bryan – keyboards
  • Richie Sambora – guitar, background vocals
  • Tico Torres – drums, percussion

Track listing

  1. “Wanted Dead or Alive” (Jon Bon Jovi, Richie Sambora) – 3:43
  2. “Livin’ on a Prayer” (JBJ, Sambora, Desmond Child) – 3:41
  3. “Bad Medicine” (JBJ, Sambora, Child) – 4:27
  4. “It’s My Life” (JBJ, Sambora, Max Martin) – 3:42
  5. “Lay Your Hands on Me” (JBJ, Sambora) – 4:27
  6. “You Give Love a Bad Name” (JBJ, Sambora, Child) – 3:29
  7. “Bed of Roses” (JBJ) – 5:38
  8. “Everyday” (JBJ, Sambora, Andreas Carlsson) – 3:45
  9. “Born to Be My Baby” (JBJ, Sambora, Child) – 5:27
  10. “Keep the Faith” (JBJ, Sambora, Child) – 4:12
  11. “I’ll Be There for You” (JBJ, Sambora) – 4:21
  12. “Always” (JBJ) – 4:18
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.