Aerosmith: Honkin’ On Bobo


หลังจากที่แอโรสมิธปรับเปลี่ยนแนวทางดนตรีเพื่อเจาะตลาดเมนสตรีมตั้งแต่กลางทศวรรษ 80 ดูเหมือนว่าความดิบแบบเดิมของแอโรสมิธจะกลายเป็นสิ่งที่แฟนเพลงจากยุค 70 โหยหาเรียกร้องแต่ไม่เคยได้กลับมาเสียที

แต่แล้วพวกลุง ๆ ก็หันกลับมาสู่รากฐานดั้งเดิมของตัวเองใน ฮองกิน’ ออน โบโบ (Honkin’ On Bobo) คราวนี้คุณลุงทั้งหลายขี้เกียจแต่งเพลงใหม่ ไปเอาเพลงของชาวบ้านมาทำใหม่เสียอย่างนั้นเอง

เอ๊ะ จะเรียกว่าเพลงของชาวบ้านได้หรือเปล่านะ? เพราะแต่ละเพลงเรียกว่าเป็นเพลงลายครามแทบจะทั้งนั้น ยกเว้นก็เพียง “เดอะไกรนด์” ที่ทำขึ้นเพื่องานชุดนี้ ดังนั้นถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็ต้องใช้คำว่างานชุดนี้จึงเหมือนกับการคารวะครูเพลงรุ่นเก่า แล้วก็เป็นการย้อนกลับไปหาดนตรีที่พวกเขาเคยทำกันมาในอดีต

ย้อนกลับไปช่วงต้นทศวรรษ 70 ที่แอโรสมิธเพิ่งจะเริ่มก่อร่างสร้างตัว และ สตีเวน ไทเลอร์ โดนข้อกล่าวหาฉกาจฉกรรจ์ว่าลอกเลียน มิก แจ็คเกอร์ แห่งหินกลิ้งมา พูดถึงในช่วงนี้ หลายคนอาจจะคิดไปแค่ว่าปากกว้างเหมือนกันเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าใครได้ลองฟังงานชุดแรกของแอโรสมิธแล้วอาจจะอึ้ง เนื่องจากมันไม่ได้มีอะไรที่คล้ายกับสิ่งที่คุ้นเคยในปัจจุบันเลย มันคือริธึมแอนด์บลูส์ดิบที่รับอิทธิพลจากดนตรีบลูส์มาเต็มที่แต่พอในอัลบั้มต่อมา พวกลุง ๆ ก็พัฒนาตัวเองมากขึ้น จนกระทั่งสร้างสำเนียงเฉพาะตัวออกมาจนได้

แต่พอมาถึงช่วงปลายทศวรรษ 70 เรื่อยมาถึงต้นทศวรรษ 80 กลายเป็นว่าแอโรสมิธมีปัญหาส่วนตัวกันจนกระทั่งปีนเกลียวกันขึ้น มือกีตาร์ลาออกไป ที่เหลือประคองตัวกันแบบไม่ค่อยจะรอด จนกระทั่งปาฏิหาริย์บังเกิดเมื่อพวกลุง ๆ “come back” กับในงานชุด เพอมาเนนท์วาเคชัน (Permanent Vacation) ถ้ามองผ่านจะคิดว่าแค่รี-ยูเนียนแล้วก็กลับมาดัง แต่ถ้ามองลึก ๆ มีอะไรมากกว่านั้นเยอะ เพราะพวกลุง ๆ ตกต่ำในช่วง ร็อกแอนด์อะฮาร์ดเพลส (Rock and a Hard Place) แล้วกลับมาขายได้เป็นล้านแผ่นได้เนี่ย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะพระคุณท่าน ตอนพวกเขากลับมารวมตัวกันใหม่ในชุด ดันวิธมิเรอร์ (1984) ก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด

สำหรับวงดนตรีที่แทบจะดิ่งเหวไปแล้วการกลับมามีชื่อเสียงขนาดนั้นหมาที่ไหนจะทำได้…ใช่แล้ว หมาทำไม่ได้แต่แอโรสมิธทำได้! ถึงแม้ว่าหลายคนครหาว่าพวกคุณลุงทิ้งความดิบที่เคยมีไปเกือบจะหมดเพื่อผลประโยชน์ทางการพาณิชย์ ลุงก็ทำไขสือไม่สนใจ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปก็ต้องปรับใจให้เข้ากับยุคสิวะ ลูกหลาน!

ช่วงนั้นเหมือนเปิดตัวยุคใหม่ของแอโรสมิธกันเลยทีเดียว พวกลุง ๆ สร้างฐานแฟนเพลงขึ้นมาใหม่ กลายเป็นดาราร็อกที่ปรากฏโฉมหน้าตามทีวีโดยมีเอ็มทีวีเป็นฐานหลักคอยยิงมิวสิกวิดีโอกันสนุกสนาน แฟนรุ่นเก่าก็สุขใจ แฟนใหม่ก็ยอมรับ ความจริงมีวงจากยุค 70 ที่ปรับโฉมปรุงเสียงดนตรีให้เข้ากับยุคป็อปเมทัลหลายคณะ แต่ที่อยู่ยั้งยืนยงค้างฟ้าอย่างแอโรสมิธมีไม่กี่คณะเท่านั้น

ฤกษ์งามยามดี พวกลุง ๆ ก็ปล่อยงานชุด ฮองกิน’ ออน โบโบ ให้เราได้ฟังกัน เปิดตัวกันด้วย “โรด รันเนอร์” ของโบ ดิดลีย์ที่น่าทึ่ง เพราะเพลงนี้ดีมาตั้งแต่ต้นฉบับ ทุกวันนี้ก็ยังฟังได้ฟังดี ฟังกี่ที่ก็ยังฟังได้ เป็นมนต์เสน่ห์ของร็อกอะบิลลีที่ทุกวันนี้ไม่ค่อยจะมีให้ฟัง แต่ฟังแล้วก็ยังเป็นแอโรสมิธอยู่เหมือนเคย

ตรงนี้ต้องถือว่าเป็นอัตลักษณ์ของพวกเขาคือสร้างสำเนียงเฉพาะตัวขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าพวกลุงจะเคารพต้นฉบับอย่างดี แต่ไม่ลืมที่จะให้เพลงเหล่านั้นมีชีวิตชีวาผ่านการบรรเลงของตัวเอง ยิ่งเพลง “เบบี พลีส โดนท์ โก” ที่หลายคนอาจจะเคยติดใจเวอร์ชันของ มัดดี วอเตอร์ ปรมาจารย์ชิคาโกบลูส์ผู้ยิ่งใหญ่ ลองมาฟังในเวอร์ชันของแอโรสมิธจะได้อรรถรสไม่แพ้กันแน่นอน โดยเฉพาะเสียงกีตาร์ดิบและเร้าใจ แถมด้วยการใช้เสียงอันสุดยอดของคุณลุงสตีเวน ไทเลอร์  หรือถ้าอยากจะฟังเสียงกีตาร์ชัด ๆ ขอให้ลองฟัง  “แบ็ค แบ็ค เทรน” จากต้นฉบับดั้งเดิมเป็นของ เฟร็ด แม็คโดเวลล์ มาใส่ไลน์กีตาร์จัดจ้านเร้าใจไม่ผิดหวัง

นอกจากนี้เพลงดังในอดีตก็ตามมาเป็นระยะไม่ว่าจะเป็น   “ไอ’ม เรดดี” ของ วิลลี ดิกสัน และ “สต็อป เมซซิน’ อะราวนด์” ของฟลีทวู้ดแม็คสมัยที่ ปีเตอร์ กรีน ยังร่วมงานอยู่  ส่วนในเพลงของพวกลุง ๆ เอง “เดอะ ไกรนด์” ถือว่าประคองตัวไปได้เรื่อยๆ

ในอาชีพการทำงานของนักดนตรีคณะหนึ่ง การที่ประสบความสำเร็จจากดนตรี “อีกแนวหนึ่ง” แล้วคิดจะกลับไปหารากของตัวเองนี่ถือว่าเป็นการเสี่ยงอยู่เหมือนกัน หลายคณะชอบอ้างนักอ้างหนาว่าจะกลับไปหารากเดิมของตัวเอง แต่เอาเข้าจริงแล้วมักจะเป็นเพราะว่างานที่ทำออกมาใหม่ ๆ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่ากับในอดีต หรือไม่ก็โดนด่ามาก ก็เลย เอาวะ กลับไปทำงานอย่างในอดีต

แต่ไม่ใช่กับสถานการณ์ของแอโรสมิธ ที่ต้องถือว่าถึงแม้ จัสท์พุชเพลย์ (Just Push Play) จะไม่ค่อยหวือหวาเท่ากับงานก่อนหน้า แต่ว่าอยู่ในระดับดาวค้างฟ้า ไม่จำเป็นจะต้องมาเสี่ยงอะไรกับงานของพวกเขาอีก แต่พวกเขาก็ยังเสี่ยงที่จะเรียกบรรยากาศเก่า ๆ บันทึกเสียงกันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบในอดีต เพื่อให้ได้อารมณ์เพลงที่สดและดิบที่เคยทำให้แอโรสมิธประสบความสำเร็จมาแล้วในทศวรรษ 70 แถมดึงแจ็ค ดักลาส โปรดิวเซอร์ที่เคยร่วมงานยุค 70 มาทำหน้าที่เดิมด้วย

แต่ถ้าจะให้มองเกมส์ลึก ๆ แล้ว เชื่อว่าแอโรสมิธพยายามเอาตัวรอดโดยเอาเพลงครูมาคารวะ เพราะอย่างน้อยถ้างานนี้พลาดทางด้านการตลาด เชื่อว่างานชุดหน้าพวกเขาคงจะกลับไปทำงานพาณิชย์อย่างที่เคยทำมาก่อนหน้านี้แน่นอน

ฮองกิน’ ออน โบโบ น่าจะเป็นจุดตัดสินใจอย่างหนึ่งของแอโรสมิธว่างานในอนาคตจะเป็นอย่างไร นี่เป็นงานที่ถือว่าคลาสสิคชิ้นหนึ่งของพวกลุง ๆ กันเลยทีเดียว

ช่วงก่อนที่อัลบั้มนี้ออกมาปีที่ผ่านมาศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง อิกกี ป็อป อลิซ คูเปอร์ ย้อนกลับไปทำงานอย่างที่เคยสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในยุค 70 กันออกหน้าออกตาและเรียกเสียงชื่นชมทั้งจากนักวิจารณ์และแฟนเพลงได้ค่อนข้างมาก ไม่รู้ดนตรียุค 70 ย้อนกลับมาหรือว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับวงการดนตรีในตอนนี้ ที่ดูจะ เบาหวิวเสียจนต้องมีการเอาของจริงมานำเสนอ? หรือเปล่า?

อัลบั้มนี้เป็นงานแนะนำที่ชาวร็อก น่าจะหามาฟัง

Line Up:-

  • Joey Kramer – drums, backing vocals
  • Joe Perry – guitar, vocals, slide guitar, dobro, hurdygurdy
  • Steven Tyler – lead vocals, harmonica, piano
  • Brad Whitford – guitar
  • Tom Hamilton – bass

Track listing

  1. “Road Runner” (Bo Diddley) – 3:46
  2. “Shame, Shame, Shame” (Ruby Fisher, Kenyon Hopkins) – 2:15, originally sung by Smiley Lewis
  3. “Eyesight to the Blind” (Sonny Boy Williamson II) – 3:10
  4. “Baby, Please Don’t Go” (Big Joe Williams) – 3:24
  5. “Never Loved a Girl” (Ronny Shannon) – 3:12
  6. “Back Back Train” (Fred McDowell) – 4:24
  7. “You Gotta Move” (Rev. Gary Davis, McDowell) – 5:30
  8. “The Grind” (Steven Tyler, Joe Perry, Marti Frederiksen) – 3:47
  9. “I’m Ready” (Willie Dixon) – 4:15
  10. “Temperature” (Joel Michael Cohen, Little Walter) – 2:52
  11. “Stop Messin’ Around” (Clifford Adams, Peter Green) – 4:32
  12. “Jesus Is on the Main Line” (Traditional) – 2:50

Published by Friday I am in Rock

Lover and Hater, A profound liar of all time.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: