ข้ามไปยังเนื้อหา

George Michael: Patience


ติดตามงานของจอร์จ ไมเคิลมาตั้งแต่สมัยเป็นวงแวม! จำได้ว่าสมัยนั้นมีอยู่สองวงที่ชอบมากคือแวม! กับดูแรนดูแรน (เคยมีโปสเตอร์สองวงนี้ติดไว้ที่ฝาบ้านด้วยนะเออ…) แต่ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยได้ฟังดูแรนดูแรนเท่าไหร่ ขณะที่ยังฟังงานของแวม! หรือของจอร์จ ไมเคิลอยู่เป็นระยะ ๆ

จอร์จ ไมเคิล เป็นหนึ่งในศิลปินที่ชอบมาก เมื่อรับรู้รสนิยมทางเพศของเขาทีหลังยังรำพึงกับตัวเองเลยว่า “พอตูชอบใคร ทำไมคนนั้นต้องเป็นเกย์เกือบทุกทีฟะ?” ไล่มาตั้งแต่ ร็อบ ฮัลฟอร์ด เฟร็ดดี เมอร์คิวรี แล้วก็ จอร์จ ไมเคิล แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังชอบอยู่ดีนั่นแหละ ความชอบนี้ไม่ใช่แค่น้ำเสียงอย่างเดียว ยังรวมไปถึงการแสดงบนเวที บุคลิกลักษณะที่ดู “เท่” มาก แต่ตอนนี้ ร็อบ ฮัลฟอร์ด โทรมไปเยอะเลย เห็นในยูทูปล่าสุด สังขารชักไม่ค่อยไหวแล้ว แต่จอร์จ ไมเคิลยังดูเนี้ยบอยู่ตลอด ภาพลักษณ์เขาในทุกวันนี้เทียบกับสมัยอัลบั้ม ลิสเซนวิธเอาท์พรีจูดิซ, วอลลุม 1 (Listen Without Prejudice, Vol I) ไม่มีความแตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย  หรือว่ากาลเวลาจะไม่มีทางเปลี่ยนเขาได้?

หันไปหยิบ เพเชียนซ์ (Patience) สตูดิโออัลบั้มล่าสุดของเขา ในอัลบั้มนี้เป็นดนตรีป็อปเต็มอิ่ม ถ้าไม่นับอัลบั้มซองส์ฟรอมลาสต์เซนจูรี (Songs From Last Century) ที่เอาเพลงอมตะมาร้องใหม่แล้ว นี่เป็นงานแรกในรอบ 8 ปีของเขาเลยทีเดียว ซึ่งคนที่ติดตามข่าวคราวของเขาก็จะรู้ว่ามันมีอะไรมากมายเกิดขึ้นในชีวิตเขาระหว่างนั้นมากมาย

งานนี้เป็นดนตรีป็อปดนตรีโปร่งเบา สบาย แต่มันมีอะไรลึก ๆ ซ่อนในงานชุดนี้มากกว่าที่คิด คือโดยเนื้อหามันค่อนข้างจะออกซีเรียสอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น “มายมาเธอร์แฮสอะบราเธอร์” ที่เหมือนว่าจะเป็นการบันทึกอัตชีวประวัติของเขา คือเป็นการเล่าเรื่องพี่หรือน้องของแม่ของเขาที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายในวันเดียวกับที่เขาเกิด เนื้อเพลงแบบนี้มันกินใจ ดูเศร้า ๆ “I guess he had to wait until my momma had me, I guess he couldn’t wait another moment to be free” จอร์จ ไมเคิล มีวิธีการเขียนเนื้อเพลงที่จะทำให้เกิดความกินใจ แบบไม่ฟูมฟายจะเป็นจะตาย ได้น่าสนใจมาก

อดีตของเขายังบอกเล่าในอีกเพลง “ราวนด์เฮียร์” ย้อนความจำไปวัยเด็กเมื่อครั้งที่ไปโรงเรียนวันแรก

I hear my mama call in Kingsbury Park

Just me and David and a football that glowed in the dark

Waiting patiently to make my mark

Round here

And I remember my first day at school

And I remember trouble, and thinking I was so cool

หรือจะเอาเพลงเศร้าซึ้งก็มี “พลีสเซนด์มีซัมวัน” ที่เขียนเพื่อรำลึกถึงอัลเซลโม เฟเลฟเป เพื่อนชายที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ไปเมื่อปีค.ศ. 1993 (เพลง “จีซันทูอะไชลด์” ในอัลบั้มโอลเดอร์ก็เขียนให้อัลเซลโม เฟเลปเป)

ส่วนเพลงที่เขียนให้เคนนี กอสส์ เพื่อนชายในเวลาที่ทำอัลบั้มคือ “อะเมซิง” นอกจากเพลงนี้ก็ยังมี “จอห์นแอนด์เอลวิสอาร์เดด” ที่เล่าถึงชายคนหนึ่งที่ “หลับ” ไปตั้งแต่ปีค.ศ. 1975 แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็ตื่นขึ้น แล้วสงสัยว่า “Tell me if Jesus Christ is alive and well. Then how come John and Elvis are dead?”  มันเหมือนไม่มีอะไร แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นมุมมองอะไรบางอย่างส่วนตัวของเขาที่น่าสนใจ คือถ้ามองไปที่วงการดนตรีที่เปลี่ยนไปรวมถึงสิ่งที่เขาพบเจอปัญหามาในช่วงทศวรรษ 90 มันมีความรู้สึกของเขาแฝงอยู่ในเพลงนี้ (เพลงนี้เป็นการแต่งเพลงร่วมกับ เดวิด ออสติน)

หลุดจากเรื่องส่วนตัวมาเรื่องการเมือง/ต่อต้านสงครามกันบ้าง “ชูตเดอะด็อก” ที่วิพากษ์คุณโทนี แบลร์ (นายกรัฐมนตรีอังกฤษ) อย่างไม่ไว้หน้ากันเลย สงครามอ่าวที่อเมริกาถล่มอิรักโดยมีอังกฤษเป็นลูกคู่แบบน่าสงสัยว่าจะทำไปทำไม ผลจากการที่โทนี แบลร์นำอังกฤษเข้าข้างสหรัฐฯ ทำให้คะแนนนิยมตกไปเยอะเหมือนกัน เพลงนี้ จอร์จ ไมเคิลนิยามความหมายของ โทนี แบลร์ว่า good puppy เอางั้นเลยนะ

เพลงอื่นที่น่าสนใจก็มี “ฟรีค!” (Freeek!) มันเป็นเพลงกระฉึกกระฉักและมีวิดีโอสวยดี (โดยเฉพาะจอร์จ ไมเคิลในรูปร่างแบบนั้น) เพลงนี้คาบเกี่ยวไปในเรื่องทางเซ็กซ์ เพลงสนุกสนาน “โฟวเลส (โกทูเดอะซีตี)” แซมปลิงเพลง “โฟว์เลส” ของวงเดอะวันส์กับ “คีปออนแดนซิง” ของแกรีส์แกงค์ อัลบั้มนี้ใช้แซมปลิ้งเยอะมาก อย่าง “ฟรีค!” แซมปลิงเพลง “ไทย์อะเกน” ของอลิยาห์  “เบธแอนดสต็อป” ของคิว-ทิป และ “เอ็น.ที.” ของคูลแอนด์เดอะแกงค์ เพลง “ชูตเดอะด็อก” ใช้ “เลิฟแอ็กชัน (ไอบีลิฟอินเลิฟ)” ของเดอะฮิวแมนลีก และเพลง “ฟาสต์เลิฟ” ของตัวเขาเอง เพลง “พลีสเซนด์มีซัมวัน(อันเซลโมส์ซองส์)” แซมปลิ้งเพลง “มูนแรเกอร์” ของจอห์น เบอร์รี และฮัล เดวิด

เขาบอกว่าจะเป็นงานชุดสุดท้ายที่เขาจะทำออกมาเพื่อ “จำหน่าย” หลังจากนี้เขาจะหันไปเก็บตัวเงียบ และทำงานเพลงออกมาแจกจ่าย โดยแฟนเพลงจะบริจาคหรือไม่ก็ได้เพื่อนำรายได้ไปมอบให้การกุศล

อย่าเป็นอย่างนั้นเลย ยังอยากฟังเพลงเต็มอัลบั้มจากจอร์จ ไมเคิลอยู่เสมอ

Track Listing:-

  1. “Patience”
  2. “Amazing”
  3. “John and Elvis Are Dead”
  4. “Cars and Trains”
  5. “Round Here”
  6. “Shoot the Dog”
  7. “My Mother Had a Brother”
  8. “Flawless (Go To The City)”
  9. “American Angel”
  10. “Precious Box”
  11. “Please Send Me Someone (Anselmo’s Song)”
  12. “Freeek! ’04”
  13. “Through”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: