Therion: Lemuria


เท่าที่ติดตาม Therion มาสิบกว่าปี  ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่แฟนเพลงระดับฮาร์ดคอร์ที่จะเป็นจะตายคลั่งไคล้ต้องไปตามหางานมาเก็บให้ครบทุกอัลบั้ม แต่ถ้าเจอเมื่อไหร่ ก็ไม่ลังเลที่จะคว้ามันมาครอบครอง ชื่อ Therion กลายเป็น brand guarantee ที่รับประกันความผิดหวังยังไม่เคยทำงานที่ต่ำกว่าระดับมาตรฐานให้แฟนเพลงโห่ไล่อย่างบางคณะเลย

และครั้งนี้ก็ยังไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวัง  พวกเขาออกงานมาสองชุดพร้อมๆ กันคือ Lemuria กับ Sirius B ซึ่ง คริสโตเฟอร์ จอห์นสัน[i] หัวจักรสำคัญผลิตมันออกมาอย่างน่าทึ่ง เหมือนกับว่าจะมีอะไรอยู่ในหัวมากเกินกว่าที่จะเก็บเอาไว้ในงานชุดเดียว และงานสองชุดที่ออกมานี้ก็มีทิศทางการทำงานที่แตกต่างกันเล็กน้อย ไม่ได้ดำเนินไปในทางเดียวกันตรงเป๊ะนัก

แต่โดยหลักๆ แล้ว สองชุดนี้ ก็ยังมีลักษณะดั้งเดิมอันเป็นเครื่องหมายการค้าของ Therion เหมือนเดิม พวกเขาจัดวางความสมดุลระหว่างซิมโฟนี่ เสียงร้องสไตล์โซปราโน่, อัลโต้,เบส และไควร์ เข้ามาอยู่ในดนตรีเมทั่ลอย่างกลมกลืนมาก อาจจะเรียกได้ว่ามากที่สุดในบรรดาวงซิมโฟนิค เมทั่ล เท่าที่เคยฟังมา

เมื่อเทียบกันระหว่าง Lemuria กับ Sirius B แล้ว งานชุด Lemuria เป็นงานที่คาดเดาได้ง่ายมากกว่า บทเพลงส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่ดำเนินในรอยเดิมของอัลบั้มที่ผ่านๆ มา แต่จะไปเพิ่มบทบาทของส่วนเมทั่ลมากกว่าส่วนของซิมโฟนี่ ทำให้บางส่วนเกิดความรู้สึกรำลึกความหลังสมัยงานชุดแรกๆ ของพวกเขา

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกลับไปย้อนรอยอดีตเต็มตัว เพราะงานนี้มันไม่ดิบ มีอารมณ์นุ่มนวลแทรกอยู่โดยตลอด การใช้เสียงร้องแบบเดธ เมทั่ลในหลายๆช่วงทำให้นึกได้ว่าเมื่อก่อนนี้ สมัยตั้งวงกันแรกๆ Therion เป็นวงเดธ เมทั่ล คือในเพลงเปิดอัลบั้มนี้ “Typhon” การร้องและภาคดนตรีทำให้นึกถึงงานสมัย Of Darkness ของทางวงขึ้นมาทันที  แต่ก็มีการร้องแบบโอเปร่าอันเป็นเครื่องหมายการค้าของพวกเขาด้วยเช่นกัน  คล้ายๆ กันกับ “Three Ships of Berik” (เพลงนี้แบ่งเพลงออกเป็นสองภาค) เป็นตัวอย่างอันดีของ ซิมโฟนิค เมทั่ล ที่กลมกลืนกันระหว่างเสียงซิมโฟนี่ และ เมทั่ล โดยเฉพาะการให้เสียงแบบเพลงมาร์ช ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกฮึกเหิม นอกจากนี้ยังมีเสียงฟลุ๊ท ที่เข้ามาช่วยให้เพลงฟังเยือกเย็น นอกเหนือไปจากเสียงเครื่องสายและเครื่องเป่าที่ทำให้เพลงดูยิ่งใหญ่ ส่วนกีต้าร์ยังคงคลอเคล้าไปกับเสียงเครื่องดนตรีประเภทอื่นๆ

งานริฟฟ์กีต้าร์ยังคงเป็นการใช้ลักษณะของเมทั่ล แบบเก่าๆ เป็นริฟฟ์แบบ ยุค 80s ที่เคยเฟื่องฟูอย่างสูงมาก ไม่ใช่ริฟฟ์แบบนู เมทั่ล หลายๆ เพลง ใช้เสียงร้องแบบเพาเวอร์ เมทั่ล  “Uthark Runa” กลายเป็นว่าเพลงนี้ทำให้นึกถึงวง เพาเวอร์ เมทั่ล แต่ว่าเพลงไม่แรง เป็นมิด เท็มโป้ที่มีเสียงไควร์ ประสานให้เพลงดูยิ่งใหญ่ขึ้น ภาคกีต้าร์ทำได้น่าฟังมากๆ “Lemuria” เปิดตัวมาช้าๆ แบบบัลลาด ที่มีเสียงอคูสติก กีต้าร์ กับเสียงร้องระดับโซปราโน่ ของหญิงสาว   งานนี้คล้ายๆ จะกลับไปหาความหนักหน่วงแบบสมัยแรกๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งลวดลายของงานในช่วงหลังๆ ถ้าหากว่างาน Theli เป็นงานที่คุณชื่นชอบล่ะ คงไม่มีปัญหาใดๆ กับงานชุดนี้แน่ๆ นอน

งานชุด Sirius B เป็นเหมือนงานที่บ่งชี้ทางพัฒนาของการเรียบเรียงดนตรีของ Therion ในแง่ของการทำดนตรีที่ก้าวหน้าและหลากหลายไปเรื่อยๆเพียงแค่ “Blood of Kingu” เปิดตัวมานี่ก็ได้เรื่องแล้ว มีท่อนริฟฟ์กีต้าร์ที่น่าสนใจมาก มันเป็นท่อนริฟฟ์ทรงพลังและติดหู  เป็นการเปิดเอาเสียงร้องแบบโอเปร่าติกอันเป็นเครื่องหมายการค้าอย่างหนึ่งของ Therion ซึ่งจะว่าไปแล้วในส่วนของการเรียบเรียงซิมโฟนี่ ของ Therion ไม่ได้ห่างชั้นจาก Lacremosa เลยแม้แต่น้อย แต่วงนี้ทำภาคริธึ่ม ได้ดุเดือดกว่า ยิ่งในเพลง “The Khlysti Evangelist” ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการสร้าง ริธึ่ม แบบ เมทั่ล นั้น Therion ทำได้อย่างซับซ้อนและมีชั้นเชิงมาก

แต่ในงานนี้ ดูจะเน้นในส่วน atmosphere มากกว่าและทำได้อารมณ์หลอนๆ เสียด้วย ในเพลง “Dark Venus Perscphone” กับ “Kali Yuga”ทั้งสองพาร์ทให้อารมณ์ที่งดงามแบบโอเปร่าติกที่จัดวางการประสานระหว่างเสียงของนักร้องหญิงและชายได้อย่างซับซ้อน กลมกลืน  สิ่งที่บอกว่าเป็นพัฒนาการต่อจากชุดก่อนๆ ก็อยู่ในจุดที่พวกเขายังคงทดลองอะไรใหม่ๆ ออกมา เช่นเพลง “Kali Yuga” ที่ลองจัดวางเสียงร้อง และปรับแต่งเสียงประสาน แต่ว่าก็ยังคงวางอยู่บนรากฐานเดิม คือริฟฟ์กีต้าร์อันมั่นคง กับเสียงร้องแบบ opera ก็ไม่ได้หายไปไหนยิ่งพอมาถึง “The Wondrous World of Punt” นี่ยิ่งหลุดลอยเข้าไปอีก คือเพลงมันก็ช้าอยู่แล้ว ยังมาเน้นบรรยากาศให้หลุดลอยภพสภาวะไปสู่อีกโลกหนึ่งเลย แต่ก่อนที่จะปล่อยให้เราตกอยู่ในภวังค์ฝันกันเกินเหตุพวกเขาก็กระชากเรากลับมาด้วยเสียงริฟฟ์กีต้าร์ที่เปลี่ยนอารมณ์ให้กลับมาสู่โลกความจริง จากนั้นก็คลอเคลียกับเสียงไควร์ที่ประสานเสียงกันได้น่าขนลุก ซึ่งตรงนี้เป็นจุดเด่นในการเรียบเรียงดนตรีของ Therion

หลังจากเงียบไปสองปี Therion แสดงให้เราเห็นในงานสองอัลบั้มนี้ว่าพวกเขายังคงเต็มที่กับงานดนตรีของพวกเขาเสมอ และไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวัง

Track listing

  1. “Typhon” – 4:36
  2. “Uthark Runa” – 4:41
  3. “Three Ships of Berik, Pt. 1: Calling to Arms and Fighting the Battle” – 3:19
  4. “Three Ships of Berik, Pt. 2: Victory!” – 0:44
  5. “Lemuria” – 4:15 sample (help·info)
  6. “Quetzalcoatl” – 3:47
  7. “The Dreams of Swedenborg” – 4:58
  8. “An Arrow from the Sun” – 5:54
  9. “Abraxas” – 5:21
  10. “Feuer Overtüre/Prometheus Entfesselt” – 4:39

 

โฆษณา

Published by Friday I am in Rock

Lover and Hater, A profound liar of all time.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: