Michael Jackson: Beat It


เชื่อว่าแม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนเพลงไมเคิล แจ็คสันน่าจะรู้จัก “บีตอิต” คนฟังเพลงร็อกก็น่าจะรู้จักเพราะเอ็ดดี แวน เฮเลน มือกีตาร์วงแวนเฮเลนมาเล่นโซโลในเพลงนี้

อยากเขียนแบบไม่ประสีประสาก็ต้องบอกว่าเพลงนี้คือการผสานดนตรีริธึมแอนด์บลูส์กับร็อก ฉีกกฎเกณฑ์กำแพงอคติ

แต่ความจริงริธึมแอนด์บลูส์ก็คือร็อก ดังนั้นมันไม่ได้พลิกโฉมหน้าวงการดนตรีถล่มทลาย ถ้าเอาแบบนั้นตอนแอโรสมิธไปแจมกับรัน-ดีเอ็มซีจะชัดเจนกว่า

พูดถึงการแบ่งสีผิวในธุรกิจดนตรียุค 80 บางคนอาจจะคิดว่าพูดเล่นหรือคิดมากไป หากดูชาร์ตบิลบอร์ดจะเห็นศิลปินผิวสีมียอดจำหน่ายอัลบั้มจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง เอ็มทีวีสมัยแรกไม่ค่อยเปิดเพลงของคนผิวสีเท่าไหร่ จนกระทั่งอัลบั้มธริลเลอร์ของไมเคิล แจ็คสันออกวางจำหน่าย และแฟนเพลงเรียกร้องอยากดูมิวสิกวิดีโอ

“บีตอิต” จากอัลบั้มธริลเลอร์วางจำหน่ายปี ค.ศ. 1982 เพลงนี้ควินซี่ โจนส์ (โปรดิวเซอร์) กระตุ้นให้ไมเคิล แจ็คสันลองทำเพลงร็อกดูบ้างจะได้มีความหลากหลาย โดยเขายกเพลง “มายชาโรนา” ของเดอะเมื่อปี ค.ศ. 1979 เป็นตัวอย่าง

ไมเคิล แจ็คสันไม่ค่อยสนใจเพลงร็อกเท่าไหร่ แต่เมื่อควินซี โจนส์ผู้ดูแลการผลิตที่ไมเคิลนับถือบอกให้เขียนเพลงแนวนี้เขาก็ทำออกมาอย่างที่เขาคิดว่าร็อกมันควรจะออกมาแบบนี้

เพลง “บีตอิต”

และเมื่อควินซี่ โจนส์ได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกก็รู้สึกว่าเพลงนี้ได้อย่างที่เขาต้องการจริงๆ

เนื้อหาเป็นเรื่องของสงครามระหว่างแก็งค์ข้างถนน ซึ่งผิดจากชีวิตจริงของไมเคิล แจ็คสันที่ไม่เคยสัมผัสชีวิตข้างถนนเลย เพราะเขาเป็นซูเปอร์สตาร์มาตั้งแต่ยังเล็ก เพลงนี้บรรเลงโดยสมาชิกจากวงโตโต้หลายคน เช่น เจฟ โพคาโร  สตีฟ โพคาโร และ สตีฟ ลูการ์เธอร์ ซึ่งเขาบอกภายหลังว่าตอนแรกเขาปรับเสียงกีตาร์ให้เป็นเสียงแตกพร่ามากกว่านั้น แต่ควินซี่ โจนส์ขอร้องให้ปรับเสียงกีตาร์ให้แตกพร่าน้อยลง

แต่ ควินซี่ โจนส์อยากจะทำให้เพลงมีสีสันมากขึ้น เขาจึงติดต่อเอ็ดดี้ แวน เฮเลน มือกีตาร์ของวงแวนเฮเลนให้มาเล่นโซโลกีตาร์ ในช่วงเวลานั้นมือกีตาร์สายร็อกที่โด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้นเอ็ดดี้ แวน เฮเลน ผู้ได้ชื่อว่าคืนชีพกีตาร์ร็อกให้กับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ตอนแรกเอ็ดดี้ แวน เฮเลนนึกว่ามีคนโทรมาแกล้งอำเขาเล่นด้วยซ้ำ แต่หลังจากเช็คกลับไปอีกรอบเขาก็แน่ใจว่าควินซี่ โจนส์อยากให้เขาไปเล่นกีตาร์ในเพลงของไมเคิล แจ็คสันจริง ๆ ณ เวลานั้นสมาชิกวงต่างแยกย้ายไปพักผ่อนกันคนละทาง เขาเลยคิดว่าไม่เสียหายอะไรหากจะเสียเวลาสักพักไปเล่นกีตาร์ให้ไมเคิล

เอ็ดดี้ แวน เฮเลน มาเล่นโซโลในงานชุดนี้โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนเลยแม้แต่เซ็นต์เดียว แต่ได้รับเบียร์หกกระป๋องจากควินซี่ โจนส์แทน และเขาก็โดนเพื่อนร่วมวงและผู้จัดการตำหนิว่าทำตัวไร้เดียงสาเกินไปที่ไม่คิดค่าจ้าง แต่เอ็ดดี้ แวน เฮเลนไม่ใส่ใจ แต่ไม่ได้ปรากฏตัวในมิวสิกวิดีโอเพราะผู้จัดการวงและบริษัทไม่เห็นด้วยที่จะให้เขาไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้

การที่ “บีตอิต” ได้แวน เฮเลนมาเล่นโซโล ส่งผลดีอย่างที่หลายคนไม่คาดคิด เพราะมันทำลายอคติบางอย่างที่มีต่อเพลง “ผิวสี” ลงไปได้ อย่างเช่นสถานีวิทยุ ดับเบิลยูพีแอลเจ (WPLJ) อันเก่าแก่ยืนยาวในนิวยอร์ก (กระจายเสียงมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1948) จะเปิดแต่เพลง “ผิวขาว” เท่านั้น โดยในช่วงทศวรรษ 70 จะเปลี่ยนมาเน้นเพลงสไตล์เอโออาร์และฮาร์ดร็อกบ้าง แต่ก็ยังเป็นเพลง “ผิวขาว” อยู่ ยังเปิดเพลงนี้ (และมีผู้ฟังบางส่วนส่งกระแสต่อต้าน) โดยให้เหตุผลว่าเพลงนี้มีเอ็ดดี แวน เฮเลนเป็นคนเล่นโซโลกีตาร์

เพลงนี้เป็นเพลงที่ดีโดยสมบูรณ์ของตัวเอง และนำนักดนตรีผิวขาวมารับบทเด่นในดนตรีของคนผิวดำทำลายกำแพงอคติบางส่วนในยุคนั้นได้

เกร็ด:

เสียงซินธ์ในช่วงเริ่มเพลงใช้ซินคลาเวียร์ดิจิทัลซินธีไซเซอร์ (Synclavier digital synthesizer) โดยเอามาจากเสียงตัวอย่างของเครื่องโดยตรง

มีเสียงเคาะอะไรบางอย่างก่อนที่เอ็ดดี้จะโซโลกีตาร์บ้างก็ว่าเป็นเสียงเคาะกีตาร์ของเอ็ดดี แวน เฮเลน บ้างก็ว่าเป็นเสียงเคาะประตูห้องอัด แต่จริง ๆ เป็นเสียงไมเคิล แจ็คสันเคาะกล่องเก็บกลอง

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.