Manic Street Preachers: Kevin Carter


Kevin Carter

ใครคือ เควิน คาร์เตอร์

ในเนื้อที่สมองอันน้อยนิดไม่เคยมีชื่อนี้ประทับในความทรงจำ  จนกระทั่งเดอะมานิกส์ทำเพลง “Kevin Carter” นั่นละ ถึงได้ยินชื่อ เควิน คาร์เตอร์ เป็นครั้งแรก

Hi time magazine Hi pulitzer prize
Tribal scars in technicolor
Bang bang club ak47 hour

Kevin Carter

Hi time magazine hi pulitzer prise
Vulture stalked white piped lie forever
Wasted your life in black and white

Kevin Carter
Kevin Carter
Kevin Carter

The elephant is so ugly he sleeps his head
Machetes his bed
Kevin Carter kaffir lover forever

Click, click, click, click, click
Click, himself under
Kevin Carter
Kevin Carter

ถ้าอย่างนั้นเขาก็ควรจะมีชื่อเสียง?

พิจารณาจากสองวรรคแรกในเพลง Hi time magazine / Hi Pulitzer prize บอกใบ้ว่าใครคนนี้น่าจะทำงานด้านหนังสือพิมพ์หรือในสิ่งที่ใกล้เคียงกัน

ใคร?

การสืบค้นชื่อ เควิน คาร์เตอร์ กลับเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด แต่ที่ไม่คาดฝันคือเคยเห็นผลงานของเขามาแล้ว เป็นผลงานที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำเพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นผลงานของเขา

มันเป็นภาพถ่ายทวยเทวษ ถึงจะยอมรับในแง่บันทึกความจริงของชีวิต แต่ไม่อยากมองงานนั้นเป็นซ้ำสอง

มันเศร้าเกินไป

มันเป็นโศกนาฏกรรม…รวมทั้งชีวิตของเควิน คาร์เตอร์

ผลงานที่ว่า คือภาพนี้

famine-victim

สำหรับผู้สนใจเรื่องราวของเขาแบบเต็มๆ เชิญอ่านที่นี่

http://www.bbc.co.uk/dna/h2g2/A22083301

เควิน คาร์เตอร์  ช่างภาพจากแอฟริกาใต้

ในฐานะ “ช่างภาพข่าว” เขาคือผู้ถ่ายภาพสั่นสะเทือนความรู้สึกหลายต่อหลายภาพ และหนึ่งในภาพที่อาจจะทำให้หลายคนอึ้ง บางคนอ่อนไหวมากอาจถึงน้ำตาคลอ เป็นภาพที่เขาถ่ายในเขต Ayod เขตเล็ก ๆ ในเมือง Junqali ประเทศซูดาน (ขออภัย ไม่ทับศัพท์ชื่อเมืองเพราะไม่แน่ใจว่าออกเสียงอย่างไร)

มันเป็นภาพนกแร้งกำลังเฝ้ามองดูเด็กน้อยร่างผอมโซที่กำลังทำท่าเหมือนจะไม่ไหว…

ไม่มีใคร…(แม้แต่เควิน คาร์เตอร์) รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กคนนั้น ภาพนี้เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ แสดงความแร้นแค้นที่กำลังเกิดขึ้นในแอฟริกาใต้แบบสะเทือนอารมณ์ผู้เห็นภาพอย่างไม่ต้องใช้ตัวอักษรใด ๆ ช่วย

ภาพนี้ถ่ายเมื่อปีค.ศ. 1993 และทำให้เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์อันทรงเกียรติ์ในปีถัดมา

พุทโธ ธัมโม สังโฆ

ผู้มีมนุษยธรรมล้ำลึกประณามคนถ่ายภาพ! ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่าง ทำไมจึงเอาแต่เก็บภาพ

คำถาม…ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร?

ขอเลี่ยงที่ตอบคำถามของตัวเอง….เพราะมันช่างไร้มนุษยธรรมเกินไป

ได้แต่อ่าน American Prayer ของ จิม มอร์ริสัน ปลอบใจตัวเองไม่ให้รู้สึกผิด

Do you know freedom exists in a school book?
Did you know madmen are running our prisons?
Within a jail
Within a goal
Within a white free protestant maelstrom
We’re perched headlong on the edge of boredom
We’re reaching for death on the end of a candle
We’re trying for something that’s already found us.

ในฐานะช่างภาพ (ผิวขาว) ที่อยู่ในดินแดนของคนผิวดำมันทำให้เขามองอะไรแตกต่างไปจากคนผิวเหลืองที่ได้แต่อ่านเรื่องราวของเขา

มนุษย์หนึ่งคน ที่ต้องเป็นพยานในความรุนแรง ความเกลียดชัง ความโลภ ความเห็นแก่ตัว

เขาได้เห็นการลงทัณฑ์ที่รุนแรงจากศาลเตี้ยของกลุ่มคนผิวดำ ที่ตัดสินใจทำสิ่งรุนแรงโดยหวังใจว่ามันจะช่วยระงับความวุ่นวายจากคนที่สร้างความวุ่นวาย ด้วยถือภาษิตว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง

ณ นาทีนั้น คงมีไม่กี่คนที่ทะลึ่งเรียกร้องให้ฝูงม็อบหยุดการกระทำนั้น

การเป็นคนผิวขาวในชุมชนผิวดำ (township) ช่วงยุคการกีดกั้นสีผิวในแอฟริกาใต้ แค่เอาตัวเองให้รอดก็ลำบากแล้ว…

ยุคการกีดกั้นสีผิว (Apartheid) ในแอฟริกาใต้ อยู่ระหว่างปี 1948-1994 เป็นยุคที่แบ่งแยกคนผิวขาว ออกจากคนผิวสีอื่นทั้งที่คนผิวขาวเป็นคนส่วนน้อย แต่ดันมีอำนาจในมือล้นเหลือ พวกเขาแบ่งเขตอยู่อาศัยให้คนผิวขาว ผิวดำ ผิวเหลือง เชื้อสายอินเดีย ฯลฯ แยกกันต่างหาก  คนผิวดำถูกกีดกันด้านสิทธิต่าง ๆ ราวกับเป็นพลเมืองชั้นสอง หรือชั้นล่างสุด จนทำให้ชนผิวดำบางกลุ่ม แยกตัวออกไปปกครองตนเอง ที่ไม่ได้ออกไปร่วมกลุ่มกับพวกปกครองตนเอง ก็จะอยู่ใน “township” หรือ “homeland” ซึ่งเป็นเขตที่รัฐบาลพรรค National Party (กลุ่มผิวขาว) แบ่งเขตให้อยู่กันในนั้น ถ้าออกนอกเขตมาจะโดนจำกัดสิทธิ์ต่าง

เรื่องเหล่านี้ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสีผิวอย่างรุนแรง การประท้วงต่อต้านเกิดขึ้นหลายครั้ง รัฐบาลปราบปรามด้วยความรุนแรงปานเดียวกัน การตั้งศาลเตี้ยที่รุนแรงพบได้ง่ายขึ้น บ่อยขึ้น

เควิน คาร์เตอร์ เล่าถึงภาพแรกเกี่ยวกับ Necklaced เอาไว้ว่า

“I was appalled at what they were doing. I was appalled at what I was doing. But then people started talking about those pictures… then I felt that maybe my actions hadn’t been at all bad. Being a witness to something this horrible wasn’t necessarily such a bad thing to do”

ผมตกใจในสิ่งที่พวกเขากำลังทำ ผมตกใจในสิ่งที่ผมทำ แต่แล้วคนเริ่มพูดถึงภาพเหล่านั้น … แล้วผมก็รู้สึกว่าบางทีการกระทำของผมไม่ได้เลวร้ายทั้งหมด มันคือพยานในความรุนแรงโหดร้ายโดยไม่จำเป็นนั้นเป็นสิ่งไม่ดี

Necklaced หรือ Necklacing ถ้ากล่าวแบบไทยคือฆ่าเผานั่งยาง เพียงแต่ของแอฟริกาใต้ เอายางรถยนต์มาแขวนคอเหยื่อ/ทับเหยื่อ แล้วจุดไฟเผา

kevin_carter_image015

และตามมาด้วยการรวมกลุ่มช่างภาพในนาม Bang Bang Club  ตระเวนเก็บภาพความโหดร้ายของความรุนแรงที่เกิดขึ้น

กลับมาที่ภาพซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์  “Vulture Stalked”

ภาพนกแร้งกำลังเฝ้ามองเด็กหญิงผอมแห้ง มันเหมือนมัจจุราชกำลังรอวิญญาณพรากจากร่างกายกระจ้อยร่อยนั้น

ในนิตยสารไทม์แม็กกาซีน (กันยายน 1994, The Life and Death of Kevin Carter โดย สก็อตต์ แม็คลีออด) เล่าถึงที่มาของภาพนี้ว่า

Carter began snapping photos of famine victims. Seeking relief from the sight of masses of people starving to death, he wandered into the open bush. He heard a soft, high-pitched whimpering and saw a tiny girl trying to make her way to the feeding center. As he crouched to photograph her, a vulture landed in view. Careful not to disturb the bird, he positioned himself for the best possible image. He would later say he waited about 20 minutes, hoping the vulture would spread its wings. It did not, and after he took his photographs, he chased the bird away and watched as the little girl resumed her struggle. Afterward he sat under a tree, lit a cigarette, talked to God and cried. “He was depressed afterward,” Silva recalls. “He kept saying he wanted to hug his daughter.”

เมื่อถ่ายรูปเสร็จ เขาไล่นกให้หนีไป…และรีบออกไปจากแห่งนั้น

แต่เขาไล่โศกนาฏกรรมไม่ได้

ภาพนั้นโดนผู้คน(ผู้ทรงศีลธรรมในจิตใจ)  ตั้งคำถาม ด่าทอ ถึงความไร้จิตใจของเขา  ทำไมไม่ช่วยเด็ก? เขาเป็นประหนึ่งแร้งตัวนั้นที่เฝ้าเหยื่อ และ ฯลฯ

ได้แต่ไถ่ถามตัวเองว่า ถ้าเป็นตัวเอง จะทำอะไร?

necklacing_execution5

ก่อนจะตอบ ศึกษาเรื่องราวของเขาต่อ และได้พบข้อมูลว่า ณ ตอนนั้น คาร์เตอร์ ได้รับคำบอกเล่าเชิงสั่งอย่างเฉียบขาด ไม่ได้แตะต้องเหยื่อภาวะขาดแคลนอาหารทุกคน ทุกกรณี ด้วยเหตุผลด้านการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่รุนแรงถึงตาย เด็กในภาพคือหนึ่งในเด็กหลายคนที่พยายามคืบคลานไปยังศูนย์แจกอาหาร ซึ่ง ณ ที่นั้น มีเด็กที่อยู่ในสภาพเช่นเดียวกับเด็กคนนี้มากมาย

และยังต้องบันทึกไว้ว่า ณ ศูนย์แจกอาหารแห่งนี้ มีผู้เสียชีวิตประมาณ 20 คนต่อชั่วโมง!

เควิน คาร์เตอร์ช่วยอะไรเด็กคนนี้ได้? ถ้าเป็นท่านจะช่วยอะไรเด็กคนนี้ได้ในภาวะนั้น? นอกจากรู้สึกผิดที่ช่วยอะไรไม่ได้?

ภาพนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ในปี 1994 และสองเดือนหลังจากนั้นเขาก็ฆ่าตัวตาย….

ช่วงสุดท้ายของชีวิต เควิน คาร์เตอร์ นำตัวเองดิ่งไปสู่โลกของยาเสพติด เพื่อให้ลืมความโหดร้ายที่เขาพบเจอในแต่ละวัน

ในข้อความที่เขาทิ้งไว้เมื่อตัดสินใจฆ่าตัวตาย มีดังนี้

“I am depressed … without phone … money for rent … money for child support … money for debts … money!!! … I am haunted by the vivid memories of killings and corpses and anger and pain … of starving or wounded children, of trigger-happy madmen, often police, of killer executioners…I have gone to join Ken if I am that lucky.”

(Ken ในข้อความนี้คือ Ken Oosterbroek เพื่อนร่วมกลุ่ม Bang Bang Club ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนจากเหตุจลาจลใน Tokoza)

เมแกน  บุตรสาวของ เควิน คาร์เตอร์ ให้สัมภาษณ์ว่า “I see my dad as the suffering child. And the rest of the world is the vulture.”

เธออ้างอิงถึงภาพที่ทำให้ เควิน คาร์เตอร์ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ์

และบอกว่าเรา เป็นแร้ง…ที่พร้อมจะทึ้งซากศพ…

เควิน คาร์เตอร์ เสียชีวิตในวันที่  27 กรกฏาคม 1994

เขียนถึงด้วยความคารวะในสิ่งที่เขาได้ทำ

และเขียนถึงบทเพลงนี้ด้วยความเบื่อหน่าย การแสดงความคิดเห็นพล่อย ๆ โดยผู้แสดงความคิดเห็นไม่ได้รู้จัก, ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ วิจารณ์เอามันส์ อาจจะโดยอ้างว่าผู้ที่เขาแสดงความคิดเห็นถึงนั้นเป็นบุคคลสาธารณะ

อาจจะเพื่ออวดฉลาด หรืออวดมนุษยธรรมในตัวเอง…

มันง่ายที่เขียนถึงอะไร ๆ จากหน้าจอคอมพิวเตอร์….

แต่สิ่งเหล่านั้นทำให้เกิดความเบื่อหน่าย  จนอยากอาเจียน  และเป็นเหตุผลที่ปลีกตัวห่างหายจากสังคม

เกร็ด 1 – Bang Bang Club หมายถึงช่างภาพสี่คนในแอฟฟริกาใต้ คือ Kevin Carter, Greg Marinovich, Ken Oosterbroek, และ Joao Silva (ขี้เกียจทับศัพท์ไทย)  คลับนี้เริ่มต้นในช่วงปี 1990 ด้วยการถ่ายรูปเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้เป็นหลัก สลายตัวในปี 1994 เมื่อ Oosterbroek เสียชีวิตในเหตุการณ์ปะทะกันของ the National Peacekeeping Force กับกลุ่มผู้สนับสนุน African National Congress ใน Tokoza เมื่อวันที่ 18 เมษายน 1995 ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้น Marinovich เองก็บาดเจ็บสาหัส แต่รอดมาได้  และในเดือนกรกฏาคม Carter ก็ฆ่าตัวตาย

มาริโนวิช เป็นช่างภาพคนแรกของกลุ่มที่ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ในปี 1990 จากภาพชาวซูลูโดนรุมแทงโดยกลุ่มผู้สนับสนุน African National Congress

เกร็ด 2 – AK47 เป็นชื่อปืนรุ่นหนึ่งออกแบบและผลิตโดยสหภาพโซเวียต

เกร็ด 3 – white piped ยาเสพติดแบบผสมมีส่วนประกอบหลักเป็นกัญชา จะเผาเอาควันแล้วสูดผ่านท่อแก้ว…ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่เควิน คาร์เตอร์ใช้ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต

เกร็ด 4 – kaffir  คำสแลงใช้เรียกคนผิวดำเชิงเหยียดผิว ในเชิงเหยียดผิว Kaffir-boetie หรือ Kaffir lover ใช้เรียกคนผิวขาวที่เห็นใจในชะตากรรมของคนผิวดำ

สิ่งที่คาใจ The elephant is so ugly he sleeps his head หมายถึงอะไร?  ช้างเป็นสัญลักษณ์ของแอฟริกา หรือเปล่า? หรือไม่ถึงเรื่องอื่น ยังไม่แน่ใจว่าประโยคนี้สื่อถึงอะไร

Advertisements

One thought on “Manic Street Preachers: Kevin Carter

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.