ข้ามไปยังเนื้อหา

Progressive Metal


ช่วงที่ดนตรีเมทัลกำลังรุ่งโรจน์กลางทศวรรษ 80 มักจะเป็นที่ดูหมิ่นถิ่นแคลนของเหล่านักฟัง (ผู้ที่คิดว่าตัวเอง) หูสูงเป็นอย่างมาก เพราะหลายคณะทำตัวไร้สาระ เล่นดนตรีให้ดังเข้าไว้ก่อน เขียนเนื้อหาง่าย ๆ เวียนว่ายในอบายภูมิ ประพฤติการณ์อันควรเว้น และเว้นการณ์อันควรประพฤติเป็นนิจ

ก็เลยมีคนว่าพวกเฮฟวีเมทัลนี่ไร้สมอง

แต่แล้วก็มีนักดนตรีเมทัลบางกลุ่มนำเอาลักษณะเด่นของโปรเกรสซีฟร็อกมาหล่อหลอมรวมเข้ากับดนตรีเมทัลอันหนักแน่นจนได้ และนั่นคือที่มาของดนตรีโปรเกรสซีฟเมทัล

ความโดดเด่นของดนตรีโปรเกรสซีฟเมทัลมีตั้งแต่การใช้โครงสร้างเพลงที่ไม่เหมือนรูปแบบที่ชินหู (คือ ร้อง – คอรัส – ร้อง ฯลฯ) ไปจนถึงการเปลี่ยนไทม์ซิกเนเจอร์บ่อย หรือใช้ไทม์ซิกเนเจอร์แปลก ๆ บวกกับการเขียนเนื้อเพลงลุ่มลึกและจินตนาการ

ทัพหน้าโปรเกรสซีฟเมทัล

วงดนตรีหัวขบวนของโปรเกรสซีฟเมทัลก็มี ควีนสไรซ์ (Queensrÿche) วงดนตรีจากซีแอ็ทเทิล (แหล่งเดียวกับกรันจ์) ซึ่งในตอนแรกไม่ได้มีใครคิดว่าพวกเขาจะแหวกกระแสดนตรีเมทัลอะไรมากนัก จนกระทั่งอัลบั้ม โอเปอเรชันไมนด์ไคร์ม (Operation Mindcrime) ออกมาในปีค.ศ. 1988 กระตุ้นให้หันมาทบทวนดนตรีเมทัลว่าทำดนตรีดูชาญฉลาดมีมันสมองได้เหมือนกัน อัลบั้มนี้มักจะโดนหยิบยกในเรื่องของการเป็นอัลบั้มโปรเกรสซีฟเมทัลสมัยบุกเบิกและเป็นคอนเซปต์อัลบั้มแรก ๆ ของวงการเมทัล

อัลบั้ม โอเปอเรชันไมนด์ไคร์ม เป็นอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของควีนสไรซ์ด้วยคุณสมบัติทางเสียงอันเยี่ยมยอดของเจฟฟ์ เทต บวกกับการเรียบเรียงดนตรีซับซ้อนเขียนเพลงลุ่มลึก วางไลน์ประสานหนุนเนื่องเสียงออกมาได้ดี รวมไปถึงส่วนกลองอันวิจิตรบรรจงยิ่งทำให้อัลบั้มนี้เป็นที่ต้องใจของเหล่าคนที่ชอบเพลงหนักและมีความซับซ้อนอยู่ในตัว

แต่ว่าการทำคอนเซ็ปต์อัลบั้มไม่ได้มีแค่ควีนสไรซ์ วงซาเวตจ์ (Savatage) เป็นอีกหนี่งคณะที่แน่วแน่กับการทำคอนเซ็ปต์อัลบั้ม แต่ว่างานของซาเวตจ์ช่วงแรกไม่ได้เป็นโปรเกรสซีฟเมทัล ทำดนตรีตามแบบเฮฟวีเมทัลช่วงต้นทศวรรษ 80 ทั่วไป แล้วพัฒนาสไตล์การเล่นของตัวเองเด่นชัดขึ้นในอัลบั้ม เดอะฮอลล์ออฟเดอะเมาเทนคิง (The Hall of the Mountain King,1987) ถ้าเทียบกับควีนสไรซ์ แล้วไม่ค่อยมีใครพูดถึงในฐานะผู้บุกเบิกดนตรีโปรเกรสซีฟเมทัลยุคแรก แต่ว่าซาเวตจ์นำเสนอผลงานดนตรีเป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มต่อเนื่องมาหลายชุด

วงโปรเกรสซีฟเมทัลที่น่าสนใจที่สุดของยุคบุกเบิกน่าจะเป็น เฟตส์วอร์นนิง (Fates Warning) ถึงแม้ว่าในช่วงแรกทำดนตรีเมทัลแบบทั่วไป แต่พอมาถึงอัลบั้ม อะเวกเคนเดอะการ์เดียน (Awaken the Guardian, 1986) พวกเขากลับทำดนตรีซับซ้อนมาก เพียงแต่เพลงของเฟตส์วอร์นนิงไม่ได้แสดงศักยภาพทางทักษะการเล่นและชั้นเชิงการใช้เทคนิคดนตรีมากนัก อาศัยการประพันธ์เพลงสร้างความซับซ้อน จัดวางเสียงดนตรีอย่างดี หรือบทเพลงที่ชื่อ “เดอะไอวอรีเกตออฟดรีมส์” จากอัลบั้ม โนเอ็กซิต (No Exit) มีความยาวถึง 21 นาทีก็น่าสนใจไม่น้อย ยิ่งในอัลบั้ม อะพลีเซนต์เฉดออฟเกรย์ (A Pleasant Shade of Grey,1997) ที่เป็นเพลงเดียว (แต่มี 12 พาร์ต) ความยาวมากกว่า 50 นาทีก็เล่นกับความซับซ้อนและแนวคิดนามธรรม (อัลบั้มนี้ได้เควิน มัวร์ อดีตมือคีย์บอร์ดของดรีมเธียเตอร์มาช่วยเล่นคีย์บอร์ดด้วย)

ผลงานของเฟตส์วอร์นนิงน่าจะเป็นงานโปรเกรสซีฟเมทัลที่น่าสนใจที่สุดในยุคแรก เพียงแต่เวลาเขียนเพลงมักเป็นความคิดเชิงนามธรรม อาจเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้คนฟังหันไปเทใจให้กับอัลบั้ม โอเปอเรชันไมน์ไคร์ม ที่ออกมาในรูปแบบละครมีเรื่องราวจับต้องได้ชัดเจนกว่า

หลังจากวง โปรเกรสซีฟเมทัลในยุคแรกได้เบิกทางเอาไว้แล้ว ดนตรีโปรเกรสซีฟเมทัลก็ตื่นตัวครั้งใหญ่กับอัลบั้ม อิเมเจสแอนด์เวิร์ดส (Images and Words) ของดรีมเธียเตอร์ (Dream Theater) ซึ่งสร้างสมดุลระหว่างท่วงทำนอง ความหนักแน่น ความซับซ้อนทางดนตรีและเทคนิคความสามารถเฉพาะตัวของสมาชิกแต่ละคน

ดรีมเธียเตอร์เป็นวงดนตรีที่ก่อตั้งจากนักศึกษาของเบิร์กลีย์ มหาวิทยาลัยทางดนตรีที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกาคือ ไมก์ พอร์ตนอย มือกลอง จอห์น เมียง มือเบส และ จอห์น เพทุตชี่ ต่อมาได้เควิน มัวร์มาเป็นมือคีย์บอร์ด ส่วนนักร้องนำในช่วงแรกเป็นชาร์ลี โดมินิซี่ ซึ่งมีน้ำเสียงละม้ายเก็ดดี ลีแห่งวงรัช รวมถึงดนตรีก็ออกมาในรอยเดียวกับรัช จึงไม่ค่อยน่าประทับใจนัก ทำอัลบั้มเดียวก็เปลี่ยนนักร้องนำเป็นเจมส์ ลาบรีเอ ในชุด อิเมเจสแอนด์เวิร์ดส

อิเมเจสแอนด์เวิร์ดสเป็นอัลบั้มที่ทำให้โปรเกรสซีฟเมทัลเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสร้างอิทธิพลมากเสียจนเกิดคำว่า “ดีทีไอ” (DTI หรือ Dream Theater Influence – อิทธิพลจากดรีมเธียเตอร์) ยึดแบบอย่างเรื่องเทคนิคการเล่นเครื่องดนตรีแบบยอดฝีมือ โครงสร้างดนตรีซับซ้อน เปลี่ยนไทม์ซิกเนเจอร์เป็นว่าเล่น

นอกจากดรีมเธียเตอร์ก็ยังมีวงซิมโฟนีเอ็กซ์ (Symphony X) ที่ยืนหยัดทำดนตรีสลับซับซ้อนและรุนแรง ผสานด้วยดนตรีนีโอคลาสสิคัลมิวสิก โดยเฉพาะฝีมือกีตาร์ของไมเคิล โรเมโอ ออกแนวเมโลดิกเพาเวอร์เมทัลอยู่บ้าง แต่ความซับซ้อนของดนตรีกินขาดวงเพาเวอร์เมทัลทั่วไป เช่นเดียวกับวงแองกรา (Angra) ที่นำเอาดนตรีเพาเวอร์เมทัลมาหลอมเข้ากับดนตรีโปรเกรสซีฟ ชาโดว์แกลเลอรี (Shadow Gallery) เป็นอีกคณะที่ให้ความสำคัญกับการทำเพลงสมดุลระหว่างความรุนแรงในแบบเมทัลกับความซับซ้อนของโปรเกรสซีฟร็อก น่าเสียดายที่ทำงานไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร ทำให้วงชาโดว์แกลเลอรีไม่รุ่งเท่าที่ควร ทั้งที่ทำเพลงได้ดีมีท่วงทำนองติดหูน่าจะเรียกแฟนเมทัลได้ง่ายกว่าวงโปรเกรสซีฟเมทัลอีกหลายคณะ

วงเพนออฟซาลเวชัน (Pain of Salvation) วงดนตรีของแดเนียลที่เริ่มตั้งวงดนตรีมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปีเท่านั้น (ตั้งวงครั้งแรกในปีค.ศ. 1984) เปลี่ยนชื่อมาเป็นเพนออฟซาลเวชันอย่างเป็นทางการในปีค.ศ. 1991 และออกอัลบั้มแรกในปีค.ศ. 1997 ซึ่งทำให้วงการโปรเกรสซีฟเมทัลต้องหันมาสนใจวงจากสวีเดนคณะนี้ เพราะอัลบั้ม เอนโทรเปีย (Entropia, 1997) ได้ทำเพลงที่มีความลงตัวระหว่างเสียงกีตาร์อันดุดันและเปี่ยมเทคนิค เสียงร้องนำอันมหัศจรรย์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพลง จังหวะแปรเปลี่ยนเกือบตลอดทำให้เกิดความตื่นตัวอยู่เสมอ

ความหลากหลาย

คำว่าโปรเกรสซีฟร็อก/โปรเกรสซีฟเมทัลเป็นคำที่กว้างไกล จนบางครั้งเกินคำจำกัดความที่เคยมี อย่างเช่น เคยมีคำถามว่าวงอย่างวอริเออร์โซล (Warrior Soul) จัดเป็นโปรเกรสซีฟหรือเปล่า? ถ้าเป็นจะให้เป็นโปรเกรสซีฟร็อก หรือว่าโปรเกรสซีฟเมทัล หรือว่าเป็นดนตรีกรันจ์? หรือว่าเป็นอัลเทอเนทีฟร็อก

วงคิงส์เอ็กส์ (King’s X) เป็นวงที่เกิดมาช่วงปลายทศวรรษ 80 วงนี้มีสมาชิกเพียง 3 คน คือ เจอรี แกสคิล (Jerry Gaskill กลอง) ดั๊ก พินนิก (Doug Pinnick เบส) และ ไท ทาบอร์ (Ty Tabor กีตาร์) ฟังเพลงผ่าน ๆ อาจจะคิดว่าทำดนตรีเหมือนวงรัช  แต่ว่าถ้าฟังการประสานเสียงในหลายส่วนจะพบอิทธิพลของวงเดอะบีตเทิลส์ ดนตรีเป็นทั้งเมทัล ร็อก และกรันจ์ มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ช่วงแรกคิงส์เอ็กซ์มักจะโดนประทับตราว่าเป็นวงคริสเตียน แต่ไม่นานร้านที่เน้นเพลงคริสเตียนจริงก็นำเอาอัลบั้มของพวกเขาออกจากชั้นวางจำหน่าย หลังจากดั๊กประกาศว่าตัวเองเป็นเกย์

หรืออย่างวงทูล (Tool) กับอัลบั้ม เอนิมา (Ænima) ที่บางคนบอกว่าเป็นไซเคเดลิกยุคใหม่ แต่บางคนก็จัดเป็นโปรเกรสซีฟเมทัลยุคใหม่ อัลบั้มนี้ออกมาในปีค.ศ. 1996 โดยผสมความซับซ้อนทางดนตรีและเนื้อหา เช่นเดียวกับวงเดอะมาร์สโวลตา (The Mars Volta) ที่ทำทั้งพังก์ อิเล็กโทรนิกา แจ๊ส และดนตรีลาติน แบบนี้จะจัดเป็นโปรเกรสซีฟร็อก/เมทัลด้วยหรือไม่

เดวิน ทาวน์เชนด์เป็นอีกหนึ่งในคนที่ทำดนตรีได้แปลกประหลาดและก้าวหน้า หลายคนคงจำเขาได้จากเมื่อสมัยที่เขาเป็นนักร้องนำให้สตีฟ ไว ในอัลบั้ม เซ็กซ์แอนด์รีลีเจียน (Sex & Religion) หลังจากนั้นเขาก็หันไปทำวงของตัวเองในนาม สแตรปปิงยังเล็ด (Strapping Young Led) ซึ่งออกไปในทางอินดัสเทรียลผสมเดธเมทัล การทำดนตรีหนักให้เปลี่ยนไปด้วยความซับซ้อนนี้วงในสายเดธและแธรชเมทัลหลายคณะได้กรุยทางเอาไว้แล้ว วงไซโคติกวอลตซ์ (Psychotic Waltz) เคยสร้างความตื่นตะลึงมาแล้วกับงานชุด อะโซเชียลเกรซ (A Social Grace) ในปีค.ศ. 1990 ด้วยลักษณะของดนตรีเมทัลอันซับซ้อน หรือวงไซนิก (Cynic) ที่เป็นเทคนิคัลเดธเมทัล ทำดนตรีซับซ้อนมาก รวมไปถึงวงแม่โขงเดลตา (Mekong Delta) ที่ตอนแรกดูจะเป็นวงลึกลับเล็กน้อย แต่ก็เปิดเผยในเวลาต่อมาว่าชื่อสมาชิกแต่ละคนที่ไม่คุ้นหูก็คือนักดนตรีเมทัลจากหลายคณะมารวมตัวกัน

ถ้าพิจารณาดนตรีแธรชเมทัลหลายด้านจะมีลักษณะของโปรเกรสซีฟอยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคณะก้ำกึ่งโปรเกรสซีฟเมทัลอย่างวอยวอด (Voivod) จากแคนาดาของพิกกี้กับสเน็ก และที่น่าสนใจที่สุดในช่วงเวลานี้ ก็คือโอเปธ (Opeth) วงเดธเมทัลจากสวีเดน นำเอาเสียงร้องทั้งแบบสะอาดและเสียงสำรอกแบบเดธเมทัลมาผสานเข้ากับดนตรีแจ๊ส เดธเมทัล

1 ความเห็น »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: