บันทึกความจำ:ว่าด้วยเรื่องเทปผี


ตั้งแต่เอ็มพีทรีเริ่มเป็นที่นิยมก็เริ่มหาซื้อแผ่นซีดีอัลบั้มยากขึ้นทุกที ร้านเทป/ซีดีรายเล็กก็เริ่มเลือนหายไป…

ยังดีที่เจ้จู แห่ง JU ณ พันธุ์ทิพย์ ยังอยู่

มันเป็นช่วงเวลาที่น่าระทึกเมื่อการละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านไฟล์เอ็มพีทรีเป็นที่นิยมมากขึ้น สิ่งที่จับต้องได้อย่างซีดีก็ต้องเผชิญกับวิกฤติใกล้สูญพันธุ์

เดี๋ยวนี้จะหาอัลบั้มที่ต้องการยากขึ้น บางทีน่าจะยากกว่าเมื่อก่อนเสียด้วยซ้ำ หลายหนต้องไปหาโหลดมาฟังเพราะยังหาซื้อแผ่นไม่ได้ ต้องสั่งซีดีนำเข้า)

ทำให้นึกถึงสมัยเทปผีระบาด สมัยนั้นอะไร ๆ ง่ายกว่าปัจจุบันเยอะเพียงแต่ว่ามันผิดกฎหมายเท่านั้นเอง

ผิดกฎหมาย…ไม่หรอก สมัยนั้นยังไม่มีกฎหมายลิขสิทธิ์

ในฐานะของคนฟังเพลงที่เติบโตมากับช่วงที่เทปผีเริ่มเฟื่องฟูพอดี ได้รับอานิสงค์จากบรรดาเทปผีเหล่านั้นมากทีเดียว จำได้ว่าช่วงแรกเทปผีที่วางขายเกลื่อนมักจะเอาเพลงดัง ๆ จำพวกท็อป 40 หรือเพลงฮิตร่วมสมัยมารวมเป็นอัลบั้ม ซื้อม้วนเดียวจะไม่ตกกระแส ต่อมาเริ่มออกอัลบั้มเต็มมากขึ้น

(สารภาพด้วยความขวยอาย…ช่วงแรกซื้อเทปผีเป็นหลัก เทปลิขสิทธิ์นี่นาน ๆ ทีเฉพาะที่ชอบแบบสุดใจขาดดิ้นเท่านั้น)

เรื่องเทปผีไม่ใช่เรื่องดีและผิดกฎหมาย เป็นผลร้ายต่อศิลปินที่ชื่นชอบแน่นอน เรื่องนี้ไม่มีข้อโต้แย้ง

แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่า เพราะเทปผีเหล่านี้ทำให้มีโอกาสได้ฟังเพลงมากขึ้น ได้รู้จักวงดนตรีที่ถ้าจะให้ซื้อเทปลิขสิทธิ์ (ในสมัยนั้น) ไม่กล้าเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าซื้อมาแล้วจะชอบหรือไม่ การที่เทปผีมีราคาไม่สูงนักทำให้กล้าซื้องานที่ไม่รู้จัก ซึ่งหลายชุดเป็นงานที่หาซื้อในปัจจุบันไม่ได้

แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งในสมัยนั้น คุณภาพของเทปลิขสิทธิ์กับเทปผีแทบไม่ต่างกันเลย อย่างปกเทปที่หวังว่าจะได้เป็นปกยาวมีรายละเอียดยิบย่อยพร้อมเนื้อเพลง ส่วนใหญ่ที่ออกมาเป็นปกแบบเทปผีเลย คือแทบไม่มีรายละเอียด ชื่อวง ชื่อสมาชิก เทปลิขสิทธิ์ไม่ค่อยพัฒนาในเรื่องคุณภาพเท่าไหร่ เรื่องเหล่านี้มีผลต่อการตัดสินใจของเด็กอายุสิบกว่าขวบมากเหมือนกันว่า ไหน ๆ ของมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แล้วตูจะจ่ายแพงกว่าทำไมวะ?

สมัยนั้นไอ้เด็กเวรคนนี้ไม่รับรู้เรื่องลิขสิทธิ์ทางปัญญา!

สมัยนั้นเทปลิขสิทธิ์ม้วนละ 65 แล้วขึ้นเป็น 80 บาท (แอบย่องไปตีสนิทกับซีบีเอสสมัยตั้งสำนักงานอยู่ติดกับอีเอ็มไอแถวเพชรบุรีตัดใหม่ได้มาในราคาส่งม้วนละ 60 บาท) แต่ขอโทษ เทปผีม้วนละ 20 บาท ต่อมาขยับสูงขึ้นเป็นม้วนละ 35 บาท  3 ม้วน 100 ด้วยราคาที่ต่างกันเป็นเท่าตัว แถมความยากจน แต่เสือกกระแดะอยากฟังเพลงจะไปซื้อเทปลิชสิทธิ์ม้วนนึงในราคาที่ยังชีพได้หนึ่งอาทิตย์สบาย ๆ นี่มันก็ทำใจยากเหมือนกัน นิตยสารพายุเงียบเทียบให้เห็นอย่างง่ายว่าการซื้อเทปลิขสิทธิ์หมายถึงเงินกินข้าวได้หลายมื้อ เพราะว่าข้าวสาร (ถุง 5 กิโลกรัม) ราคา 60 บาท ไข่ไก่ 3 ฟอง 5 บาท ราคาเทปลิขสิทธิ์ม้วนหนึ่งเท่ากับซื้อข้าวสารหนึ่งถุงไข่ 6 ฟอง

สมัยนั้นจนระดับโคตรจน (เดี๋ยวนี้ก็ไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ ยังจนระดับ “น่าสังเวช”อยู่) และไม่เคยคำนึงถึงคำว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา” (แต่เราไม่สามารถอ้างความยากจนในการละเมิดคนอื่นนะ)

และพ.ศ. นั้นยังไม่มีกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา

ก็ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้เทปผีเฟื่องฟู

แต่สิ่งที่น่าดึงดูดใจยิ่งกว่าเรื่องเงินคือ เทปผีจะมีอัลบั้มที่เทปลิขสิทธิ์ไม่มีขาย อย่างวงอีโซหรือแม้แต่เอ็กซ์ (สมัยยังไม่เอาเจแปนพ่วงท้าย) ก่อนเกิดกระแสคลั่งเอ็กซ์ในเมืองไทย เคยมีอัลบั้มมาวางขายแบบผี ๆ ก่อนแล้ว! และที่สำคัญมีบู้ตเลกการแสดงสดของเอ็กซ์ออกมาด้วย

สมัยนั้น (และสมัยนี้) แทบหมดหวังเลยว่าจะได้ฟังงานที่ครบและมากมายขนาดนั้น ซึ่งเรื่องนี้จะไปว่าทางฝ่ายที่ถือลิขสิทธิ์ไม่ได้ เพราะเทปแต่ละม้วนที่ออกมานี่มีต้นทุนสูงกว่าพวกเทปผีเยอะมาก กว่าจะออกแต่ละม้วนก็ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าออกมาแล้วจะไม่ขาดทุน ส่วนพวกเทปผีแค่เอาต้นฉบับมาคัดลอกลงเทปเท่านั้นเอง คาดว่าจะบันทึกมาจากแผ่นเสียง คงไม่ใช่แผ่นมาสเตอร์แบบฝ่ายลิขสิทธิ์ แต่คุณภาพเสียงไม่ค่อยเป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะสิ่งที่นำเสนอน่าสนใจกว่า

ตัวอย่างง่าย ๆ  เมทัลลิกาสมัยก่อนจะมาโด่งดังจาก มาสเตอร์ออฟพัพเพตส์ (Master of Puppets) นี่ ไม่มีเทปลิขสิทธิ์ขายในบ้านเรา จำได้ว่าซื้องานของเมทัลลิกาครั้งแรกก็เป็นเทปผีแต่จำยี่ห้อไม่ได้ (ไม่ใช่พีค็อกแน่นอน พีค็อกทำเมทัลลิกาช่วงหลังแล้ว) อย่างพวกแฮร์แบนด์ที่ออกมาเกลื่อนเมืองในช่วงนั้น จะซื้อเก็บไว้อย่างไม่ค่อยลังเลเท่าไหร่ หลายวงไม่มีจำหน่ายแบบลิขสิทธิ์ อาทิเช่น เฮอริเคนอลิซ คิวไฟฟ์ โปรเจ็คต์ไดร์เวอร์ พริตตีบอยฟรอยด์ สคิดโรว์ (ที่ไม่ใช่ของเจ้าสเน็ก ซาโบ แต่เป็นสคิดโรว์ที่มีแกรี มัวร์เป็นมือกีตาร์) มีแม้กระทั่งวงฮาวายของมาร์ตี ฟรีดแมน ก่อนที่จะมาจับคู่กับเจสัน เบ็กเกอร์ ในนามคาโคโฟนี งานของวงสตีลเลอร์ที่มีอิงเว มาล์มสทีนเป็นมือกีตาร์ก่อนที่จะไปมีชื่อเสียงกับอัลคาทราซซ์และออกมาทำงานเดี่ยว หรือจะเป็น มาร์ก วู้ด มือไวโอลินสายเมทัลที่เล่นได้งดงามจับใจ สามอัลบั้มแรกของเดธแองเจิล อัลบั้ม คิลลิงอิสมายบิสสิเนส ของเมกาเดธ พวกนี้ไม่มีเทปลิขสิทธิ์ขายถูกกฎหมาย อยากได้มีทางเลือกสองทาง สั่งจากเมืองนอก หรือไม่ก็เทปผี ณ พ.ศ. นั้น อินเตอร์เน็ตยังไม่เกิดขึ้น การสั่งซื้อเทปหรือแผ่นเสียงจากเมืองนอกเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับเด็กคนหนึ่ง เทปผีเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่า

นอกจากนี้ยังมีอัลบั้มหายาก เช่น อัลบั้ม รอว์แทร็ก (Raw Track) ของมอตลีครูเป็นอิดิชันพิเศษวางจำหน่ายเฉพาะญี่ปุ่น เทปลิขสิทธิ์ไม่ต้องหา แต่เทปผีมีวางขาย หรืองานบู้ตเลกก็มี อย่างเดโมที่ชื่อ อะฮอร์สแมนแอ็ตอโพคาลิปส์ (A Horseman at Apocalypses) ของเมทัลลิกา เป็นเดโมสมัยเดฟ มัสเทนยังอยู่กับเมทัลลิกา อัลบั้มแบบนี้ก็มีขาย

ฯลฯ (เป็นเครื่องหมายว่ามากมาย บรรยายไม่หมด) แทบจะเรียกได้ว่าหางานชุดไหนก็หาได้

นี่ไม่ได้มาสรรเสริญว่าเทปผีทำถูก เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่าในสมัยหนึ่ง เทปผีในเมืองไทยเฟื่องฟูชูโชติช่วงชัชวาลขนาดนั้น ทำให้คนฟังมีโอกามากกว่าที่ควรจะเป็นอยู่มากทีเดียว

แต่ข้อเสียก็มี เช่น บางอัลบั้มเพลงไม่ครบ บางอัลบั้มมีเพลงเกิน บางอัลบั้มเรียงเพลงผิดไปจากต้นฉบับ อย่างงานชุด ครีเชอร์ออฟเดอะไนต์ (Creature of the Night) ของคิสมีเพลงจากชุดอื่นแถมมาให้เฉยเลย สงสัยกลัวคนซื้อไม่คุ้ม หรืองานไดเวอร์ดาวน์ (Diver Down) ของแวนเฮเลนมีเพลงไม่ครบ

เจือกฟังของปลอมของเลียนแบบ ก็ต้องทำใจ!

เทปผีนี่ก็มีหลายเจ้าเหมือนกัน ที่นึกออกตอนนี้ก็มีอีเกิลส์ โฟร์แทร็ก อ็อกโทพัส ซีดี4 สกาย ออริจินัลซาวนด์  และที่ครองตลาดใหญ่ในช่วงหลังคือพีค็อกออกงานมากระหน่ำมาก เรียกว่าออกทีถ้าไม่ครบก็เกือบครบทุกอัลบั้มที่มีในตอนนั้นเลย แล้วพีค็อกนี่อย่านึกว่าเป็นบริษัทกระจอกงอกง่อยนะ คาราบาวสมัยแรกก็ทำเพลงออกขายทางบริษัทนี้ เทปพีค็อกสมัยแรก ช่วงยังไม่เปลี่ยนตลับเทปเป็นแบบใส โปร่งแสง คุณภาพจัดว่าไม่แพ้เทปลิขสิทธิ์ ยิ่งของค่ายอ็อกโทพัสนี่คือสุดยอดคุณภาพฝั่งเทปผี บางอัลบั้มคุณภาพดีกว่าเทปลิขสิทธิ์สมัยนั้นเสียอีก พูดได้เต็มปากขนาดนั้น

แต่ที่เด็ดมาก ต้องขอจารึกไว้เลยว่ายี่ห้อ 501 น่าสนใจเป็นพิเศษ ค่ายนี้ไม่ค่อยออกงานละเมิดลิขสิทธิ์ (pirate) อย่างยี่ห้ออื่น ของ 501 มักออกงานในแบบบู้ตเลกมากกว่า (เรียกได้ว่าเกือบทั้งหมด) แล้วแต่ละชุดที่ออกมาก็ออกแบบสาแก่ใจพวกแฟนเพลงมาก อย่างกันส์แอนด์โรเซสสมัยนั้นรู้สึกจะเพิ่งออก ไลส์ ไลส์ ไลส์ มาหมาด ๆ ทาง 501 ก็ออกบู้ตเลกมาประกบ โอ้ว..แม่จ้าว… ในนั้นมีเดโมเทปเพลง “โนเวมเบอร์เรน” ที่มีแต่เสียงแอ็กเซิล โรสกับเปียโนสร้างความตื่นเต้นให้แฟนเพลงไม่น้อย? ไอ้เรื่องแบบนี้ละ ที่เป็นเสน่ห์ของงานบู้ตเลก และเป็นเสน่ห์ของค่าย 501 ยิ่งพวก ที่ไปบันทึกมาจากการแสดงสด มีทั้งเรนโบว์ บองโจวี ดีพเพอเพิล แบล็กซับบาธ ฯลฯ ไม่อาจสาธยายได้หมดสิ้นหรืออย่างการแสดงสดของแวนเฮเลนสมัยเดวิด ลี ร็อธ เป็นนักร้องนำก็ยังมีให้ฟัง ซึ่งทุกวันนี้ถือว่าเป็นของหายากมากไปแล้ว ยิ่งพวกโปรเกรสซีฟมีออกมาสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเยสหรือพิงก์ฟรอยด์

ช่วงนั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากสำหรับการเลือกซื้อเทปมาฟัง ยิ่งเขียนยิ่งนึกถึงช่วงเวลางดงามเช่นนั้น  แม้จะรู้ว่าไม่ถูกต้องก็ตาม

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.