Darren Hayes: The Tension and the Spark


ปกติไม่ชอบฟังเพลงป็อปมากนัก เพราะชอบริธึมหนัก ๆ ของร็อกเสียมากกว่า แต่มันก็จะมีงานป็อปหลายชุดที่หยิบขึ้นมาฟังบ่อย ๆ อย่างอัลบั้ม เดอะเทนชันแอนด์เดอะสปาร์ก ของดาร์เรน เฮย์สนี่แหละ คือไม่ใช่ว่าชอบงานของเขาทั้งหมดทุกชุด อย่าง สปิน นั่นก็ไม่ค่อยเป็นที่ประทับใจเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเอาไปเทียบกับพวกงานเก่าในนามซาเวจการ์เดนแล้วทำให้เกิดความรู้สึกว่ามันเป็นความตกต่ำด้วยซ้ำไป (แต่ชุดนั้นมีเพลงเสนาะโสตหลายเพลงเหมือนกัน)

แต่สำหรับ เดอะเทนชันแอนด์เดอะสปาร์ก นี่ต้องบอกว่าชอบนะ คือฟังเหมือนเรื่อย ๆ ไปนิดหน่อย แต่ฟังนาน ๆ แล้วมันมีอะไรกุ๊กกิ๊กเข้ามาสัมผัสรูหูเป็นระยะ

เปิดมาเจอ “ดาร์กเนส” ที่ใช้เสียงซินธ์กับกลองสังเคราะห์โปะหน้ามาด้วยเสียงกีตาร์เล็กน้อย แต่ถ้าจะให้มันกว่านั้นก็ต้องไปฟัง “เซนส์ออฟฮิวเมอร์” ที่คิดว่าได้รับอิทธิพลจากทริปฮ็อปมาแน่นอน แต่ออกไปในทางหมองหม่นเล็ก ๆ ต่างจาก “ป็อปปูลาร์” มันจะออกไปในทางแดนซ์มากกว่า ร่าเริงมากกว่า เข้ามาสู่หุบเหวของ อิเล็คโทรนิค ที่มีมิวสิควิดีโอสวยน่ามองเป็นที่ยิ่ง ตอนที่เห็นวิดีโอเพลงนี้แทบไม่อยากเชื่อว่าเป็นเพลงของเขา เพราะมันออกเป็นบับเบิลกัมมากเกินเหตุ ไม่ค่อยแน่ใจว่าความเปลี่ยนแปลงนี้มันจะเป็นทั้งอัลบั้มหรือเปล่า แต่ไอ้สีสันบาดตาแบบนี้ไม่ได้มีทั้งอัลบั้ม เป็นเพียงแค่เพลงนี้ที่จัดจ้านเป็นพิเศษ ส่วนเพลงอื่นที่เด่นๆ อย่าง “ดาร์กเนส” “วอยด์” “อันเลิฟเอเบิล” และ “ไอฟอร์กีฟยู” ยังคงมีภาพจากอดีตแฝงตัวอยู่อย่างสง่างาม

จุดเด่นอีกจุดหนึ่งอัลบั้มนี้ทำได้ดีเป็นพิเศษก็คือการสร้างเนื้อสัมผัสของเสียงได้พอเหมาะ คือทำเพลงที่เหมือนว่าอารมณ์หม่นหมอง อารมณ์ไม่ดี แต่ทำดนตรีให้ร่าเริงพอจะบันเทิงรูหูคนฟังได้นี่เสี่ยงต่อการ “ไม่ลงตัว” เอามาก ๆ แต่เขาผ่านในจุดนี้ไปได้อย่างงดงาม ในภาคดนตรีคงต้องยกความดีความชอบให้กับ ริชาร์ด คอนลีย์ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่นายคนนี้น่าจะเป็นคนที่เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีอิเล็คโทรนิกาเป็นหลักแน่นอน เพราะในส่วนที่เพิ่มเข้ามาทำให้เพลงฟังแปลกหูไปน่าจะเป็นเพราะคอนลีย์ดึงส่วนของซินธ์ป็อปออกไปจากงานของดาร์เรนได้มากทีเดียว ยิ่งคนที่เป็นโปรดิวเซอร์ของงานชุดนี้คือ มาร์ค สเทนท์ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เกิดสีสันแปลกใหม่ได้มาก นายคนนี้เคยจับงานของบียอร์กและแมสซีฟแอ็ทแท็กมาก่อน น่าจะมีส่วนอีกแรงเหมือนกัน

เดอะเทนชันแอนด์เดอะสปาร์กทำได้ดีเกินกว่าที่คาดเอาไว้ ความลงตัวของสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อออกมาในเนื้อเพลง (แน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องของความรัก ความสูญเสีย และการค้นหา) กับดนตรีที่ทำได้มีชีวิตชีวา เหมือนกับคุณกำลังฟังชีวิตของใครคนหนึ่งตัดไปตัดมาในบางช่วงชีวิต ซึ่งมีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง สลับกับไป และในส่วนของดนตรีก็เป็นการก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวต่อจากสปินอีกด้วย

สรุปสั้นๆ นี่คืองานที่น่าสนใจมากกว่างานชุดที่แล้ว

 

Track listing

  1. “Darkness” – 5:17
  2. “I Like the Way” – 5:04
  3. “Light” – 4:54
  4. “Pop!ular” – 3:53
  5. “Dublin Sky” – 4:35
  6. “Hero” – 4:26
  7. “Unlovable” – 5:23
  8. “Void” – 3:20
  9. “I Forgive You” – 4:35
  10. “Feel” – 4:03
  11. “Love and Attraction” – 4:05
  12. “Sense of Humor” – 4:47
  13. “Ego” – 4:37
โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.