Neil Young & Crazy Horse: Rust Never Sleeps


นีล ยังเป็นหนึ่งในศิลปินจำนวนน้อยที่รอดจากยุค 60s ได้สง่างาม แล้วยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวก พั้งค์ (ในนิวยอร์ค) และพวกการาจร็อกอีกนับไม่ถ้วน และไม่น่าแปลกใจที่คนในยุค 90s จะขนานนามเขาว่า “the Godfather of Grunge” และสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือวง Crazy Horse ที่ร่วมงานกับเขาด้วย  งานของ นีล ยังมีหลายชุดที่น่าสนใจ แต่ที่จะแนะนำในคราวนี้เป็นงานที่ชอบโดยส่วนตัวเป็นพิเศษเพราะมีเพลง “Hey Hey, My My” รวมอยู่ด้วย อัลบั้มนี้มีชื่อว่า Rust Never Sleeps

ช่วงปี 1979 นั้นมันเป็นช่วงที่ดนตรีร็อกกำลังถึงจุดวิกฤต หลายคนคิดว่ามันถึงกาลอวสานของดนตรีร็อกและการเล่นกีต้าร์ แต่ นีล ยังได้ประโยคเด็ดมาจากวง Devo ว่า rust never sleeps  แต่ว่าในส่วนรายละเอียดไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่เข้าใจว่าจะเป็นโฆษณา “Hey Hey My My” ที่ว่านี้เป็นเพลงที่เขียนให้กับ จอห์นนี่ ร็อทเท่น  นักร้องนำของวง Sex Pistols  ช่วงที่ Rust Never Sleeps ออกมา เป็นช่วงที่ดนตรี พั้งค์ กำลังมาแรง แต่ว่าก่อนหน้านั้นมันเป็นช่วงเวลาของดนตรีดิสโก้ ทำลายดนตรี ร็อก ไปจนแทบไม่เหลือ และดนตรีพั้งค์ ก็เหมือนกับ hero ที่เข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ของดนตรี ร็อก ทั้งหมด เพลงนี้ ยัง จึงเขียนให้กับ จอห์นนี่ ร็อทเท่น ผู้เปรียบเหมือนตัวแทน พั้งค์ ร็อก ที่มาช่วยให้ rock n’ roll can never die! และเมื่อตอนที่พบศพของ เคิร์ท โคเบน  ในจดหมายลาตายที่พบอยู่ มีประโยคหนึ่งว่า ‘It’s Better to burn out than to fade away” ก็มาจากเพลง “Hey Hey, My My” นี่เอง

“Hey Hey My My” มีสองเวอร์ชั่นคืออคูสติกเวอร์ชั่นใช้เปิดตัว และ อิเล็กทริก เวอร์ชั่น ใช้ปิดอัลบั้ม มันเป็นงานเชิงคอนเซ็ปต์ ที่ ยัง ต้องการนำเสนออดีตและอนาคตของดนตรี ร็อก บทเพลงช่วงแรกจึงเป็น อคูสติก ที่ออกไปทางคันทรี่และในช่วงหลังเป็น อิเล็กทริก ที่แสดงศักยภาพ ร็อก ที่สนุกสนาน  อย่างที่บอกข้างต้นว่า Rust Never Sleeps เป็นงานที่ ยัง ทำเพื่อรำลึกถึงดนตรี ร็อก ในอดีตด้วย บทเพลงในครึ่งแรก มันจึงค่อนข้างจะดูเศร้า อย่างเพลง “Pocahontas” ซึ่งใครเคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ของดิสนี่ย์ ก็น่าจะคุ้นๆ กับเรื่องราวของสาวอินเดียนแดงคนนี้อยู่พอสมควร แต่ว่าในการ์ตูนบิดเบือนเนื้อหาจริงๆ ไปมากคนละขั้วกับที่เกิดขึ้นจริง แต่สำหรับ นีล ยังเขาเล่าตามเป็นจริง…หลังจากที่ โฟคาฮอนทัส ช่วย จอห์น สมิธ  ที่เวอร์จิเนีย  ความอัปยศของคนผิวขาวที่รุกรานและตระบัตย์สัตย์ ทั้งนี้เพราะ ยัง เป็นคนที่มีเชื้อสายของอินเดียนแดง ในเพลงนี้กล่าวถึง มาร์ลอน แบรนโด   ด้วยก็เพราะแบรนโด ก็มีเชื้อสายอินเดียนแดงเหมือนกัน  และยังปฏิเสธที่จะรับรางวัลออสก้าส์อันเป็นที่หมายปองของชาวฮอลลี่วู้ดโดยให้สตรีเชื้อสายอินเดียนแดงผู้หนึ่งขึ้นไปกล่าวถ้อยคำสั้นๆ เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของชาวอินเดียนแดง

อาจจะด้วยสภาพของสังคมอเมริกันขณะนั้น กล่าวคือยังมีบาดแผลของสงคราม สิ่งแวดล้อมที่แย่ลง หลายๆเพลงในช่วงแรกที่เป็นอคูสติกและออกไปทางคันทรี่มากๆ ถึงได้ดูหม่นเศร้า อย่าง “Thrasher” เพลงที่เหงาและฟังเป็น คันทรี่ ร็อก ได้หม่นเศร้าของงานชุดนี้ต้อง “Sail Away” ฟังแล้วมันออกเศร้าจริงๆ เมื่อดูเนื้อหาประกอบไปด้วย  แต่ในช่วงหลังเป็น ร็อก มันส์ๆ ต้องชมเชยวง Crazy Horse ที่คู่บุญบารมี ยัง มาเนิ่นนาน พวกเขาเล่นได้ดีจริงๆ และเนื้อหาก็หนักหน่วงกดดัน ไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ ก็ยกย่องให้เป็น “the Godfather of Grunge”

 

Artist:           Neil Young & Crazy Horse

Tiltle:           Rust Never Sleeps

Label:           Warner Bros.

Year:             1979

Produced by David Briggs

Line Up:-

  • Neil Young : Vocal, Guitars

The Crazy Horse is

  • Billy Talbot: bass
  • Ralph Molina: drums
  • Frank Sampedro: guitar, strings

Addition Musician

  • Joe Osborne: bass
  • Nicolette Larson: vocals
  • Karl T. Himmel: drums on “Sail Away”
  • Joe Osborne: bass on “Sail Away”

Track List:

  1. Hey Hey My My (Out of The Blue)
  2. Thrasher
  3. Ride My Llama
  4. Pocahontas
  5. Sail Away
  6. Powderfinger
  7. Welfare Mothers
  8. Sedan Delivery
  9. Hey Hey My My (Into The Black)
โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.