Loudness


นี่คือวงดนตรีเพียงหนึ่งเดียวแห่งญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในอเมริกาอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงทศวรรษ 80

ลาวด์เนสส วงดนตรีเฮฟวีเมทัลรุ่นบุกเบิกแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย…

จุดเด่นของวง

จุดเด่นของลาวด์เนสสไม่พ้นฝีมือกีตาร์ของอากิระ ทากาซากิที่โซโล่ได้เฉียบคมและเล่นแท็ปปิ้งได้งดงามตามรอยเท้าเอ็ดดี แวน เฮเลน ต้นตำรับแท็ปปิ้งแบบวัดรอยเท้าก้าวต่อก้าว แต่ที่เหนือกว่าก็คือการสร้างท่อนริฟฟ์รุนแรงจากอิทธิพลของวงฝั่งยุโรปเช่น ไอออนเมเดน สไตล์ดนตรีของลาวด์เนสสเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จากยุคแรกที่เดินตามวงอย่างแวนเฮเลน ไอออนเมเดน ท่อนริฟฟ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นจุดแข็ง อย่าง “เครซีไนต์” มาสู่ดนตรีออกฮาร์ดคอร์ในยุคหลัง

จุดอ่อนของวง

ข้อหนึ่งก็คือ สำเนียงการออกเสียงร้องในบางส่วนของมิโนรุ นิฮาระ ที่ฟังแปลกแปร่งในบางช่วง แต่กลายเป็นว่าเมื่อวงเปลี่ยนนักร้องนำเป็นไมค์ เวสเซรา แฟนเพลงกลับนึกถึงสำเนียงของมิโนรุ นิฮาระมากกว่า…

แต่เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่อง “ธรรมชาติ” ของสำเนียงภาษา ตัวอย่างง่าย ๆ คือชื่อวงลาวด์เนสสนั้นแฟนเพลงในญี่ปุ่นเรียกว่า “ราวเนสสุ” (หรือคล้ายกันนี้)  จนทำให้แฟนเพลงตะวันตกยุคแรกสงสัยว่ามันเป็นวงเดียวกับลาวด์เนสสหรือเปล่า?

“ในญี่ปุ่นไม่มีเสียง r หรือว่า l หรือ ph…” มิโนรุ นิฮาระ อธิบาย “…คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่พูด rock n’ roll ไม่ได้ เขาจะออกเสียงว่า lock n’ loll  ผมประสบปัญหามากมายในการร้องเป็นภาษาอังกฤษ  แต่ผมก็พยายามเต็มที่แล้วนะ…” (บทสัมภาษณ์นิตยสาร Orange Coast เดือนตุลาคม ค.ศ. 1986)

ข้อต่อมาดนตรีของเขามันตะวันตก…หมายถึงไม่มีสำเนียงความเป็นญี่ปุ่นอย่างวงรุ่นหลังที่มีเอกลักษณ์มากกว่า แต่วงทำได้ถึงกึ๋นจริง และทำได้ดีกว่าวงจากฝั่งตะวันตกอีกมากมายหลายวง และสร้างฐานแฟนเพลงในตะวันตกในเป็นกลุ่มเป็นก้อนแม้ว่าราคาแผ่นเสียงที่ต้องสั่งตรงจากญี่ปุ่นจะมีราคาสูงก็ยังมีแฟนเพลงเต็มใจควักเงินซื้อเก็บไว้ครอบครองเป็นสมบัติส่วนตัว

จุดเริ่มต้น

ลาวด์เนสสเกิดจากเถ้าถ่านของวงเลซี (Lazy) วงดนตรีสไตล์ป็อปร็อก เมื่อ อากิระ ทากาซากิ (Akira Takasaki) หรือที่รู้จักในสมัยนั้นว่า “ซูซี่” (ชื่อน่ารักเชียว) เกิดรู้สึกว่าวงดนตรีที่เขาร่วมก่อตั้งมาตั้งแต่แรกตั้งใจจะให้เล่นเพลงฮาร์ดร็อกหนัก ๆ  (ชื่อวงก็ได้มาจากชื่อเพลงของดีพเพอร์เพิล)  แต่เมื่อวงได้โอกาสทำอัลบั้มกันจริง กลายเป็นว่าโดนเงื่อนไขและอะไรหลายอย่างให้กลายเป็นวงในแนวป็อปร็อกที่ขายได้ง่ายกว่า จนอากิระ ทากาซากิรู้สึกว่าถึงเวลาที่เขาต้องทำตามที่ตัวเองตั้งใจเสียที

ราวเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1981 ซูซี (อากิระ ทากาซากิ) กับ เดวี (หรือมูเนทากะ ฮิกูชิ –    Munetaka Higuchi) มือกลอง ก็ลาออกจากวงเลซีมาตั้งวงดนตรีใหม่ด้วยกัน และตั้งชื่อวงแบบแสดงเจตจำนงชัดเจนว่า ลาวด์เนสส

อากิระดึงเอาเพื่อนเก่า มาซาโยชิ ยามาชิตะ (Masayoshi Yamashita) มาเป็นมือเบส และได้ มิโนรุ นิฮาระ (Minoru Niihara) มือเบสและนักร้องนำจากวงเอิร์ธเชกเกอร์ (Earthshaker) มารับหน้าที่นักร้องนำ และเริ่มลงมือบันทึกเสียงกันในช่วงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1981 โดยเซ็นสัญญากับนิปปอน โคลัมเบีย

แค่ตั้งวงไม่กี่เดือน อัลบั้มแรก เดอะเบิร์ธเดย์อีฟ ก็ออกวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1981 และสร้างฐานแฟนเพลงได้เป็นกอบเป็นกำถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการโปรโมทอะไรมากมายนัก

loudness_1983จากความสำเร็จในอัลบั้มแรกทั้งที่ไม่ได้โปรโมทเท่าที่ควร ทำให้ทางบริษัทยอมลงทุนในงานชุดต่อมา  ทำให้เสียงในงานชุดนี้ดีขึ้นจากชุดแรก งานชุดเดวิลโซลเจอร์กับเดอะลอว์ออฟเดอะเดวิลส์แลนด์เรียกได้ว่าเป็นงานในระดับมาสเตอร์พีซเรียกแฟนเพลงได้ข้ามประเทศ พวกเขาไปออกทัวร์ที่อเมริกาและยุโรปในช่วงปีค.ศ. 1983 ก็ประสบความสำเร็จเป็นที่กล่าวถึงในหมู่คอเพลงเมทั่ลจากตะวันตกในแง่ดี…

“แฟนเพลงต่างกันมาก  ถ้าเป็นแฟนเพลงในญี่ปุ่นพวกเขาจะนั่งดูกันเรียบร้อย…แต่แฟนเพลงในอเมริกาจะบ้าคลั่ง เมามันส์…” มิโนริ นิฮาระ พูดถึงความแตกต่างที่เขาสัมผัสได้จากการออกทัวร์อเมริกา แต่หลังจากนั้นไม่นาน ดูเหมือนว่าแฟนเพลงญี่ปุ่นจะซึมซับเอาวัฒนธรรมการแสดงออกของฝั่งตะวันตกมาใช้กับวงเช่นกัน

ระหว่างนั้น อากิระ ทากาซากิ ไม่อยู่เฉย ออกงานเดี่ยวชุดแรก ทัสค์ออฟจากัวร์ ในปีค.ศ. 1982 โดยเพื่อนร่วมวงก็มาช่วยกัน ดนตรีจะต่างกันตรงที่เน้นความหลากหลายมากและความซับซ้อนในการเรียบเรียงดนตรีมากกว่า

และหลังจากจบทัวร์ยุโรป ลาวด์เนสก็มุ่งหน้าไปอังกฤษเพื่อบันทึกเสียงอัลบั้ม ดิสอิลลูชัน โดยหวังว่างานชุดนี้จะได้ภาคการผลิตที่เต็มรูปแบบอย่างวงดนตรีฝั่งตะวันตก ทีมงานการผลิตก็เป็นชาวอังกฤษ โดยเฉพาะซาวนด์เอนจิเนียร์ ได้ จูเลี่ยน เมนเดลสัน (Julian Mendelsohn) ที่เคยฝากฝีมือไว้ในงานของศิลปินระดับโลกอย่างเพ็ตช็อปบอย เยส จิมมี เพจ และ เอลตัน จอห์น มาแล้ว

อัลบั้ม ดิสอิลลูชัน เริ่มเป็นงานที่ตั้งใจเจาะตลาดตะวันตกเต็มตัว พวกเขาบันทึกเสียงในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเพื่อเอาใจแฟนเพลงตะวันตก ลดละความรุนแรงหันไปใส่ใจในเรื่องรายละเอียดของดนตรีที่ซับซ้อนดูมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม

แค่ 3 ปี พวกเขาออกอัลบั้มมาถึง 4 ชุด และ 2 ชุดก็ขึ้นถึงท็อปเทนในญี่ปุ่น แถมมีแฟนเพลงในตะวันตกเป็นกลุ่มก้อน ทำให้ชื่อเสียงของลาวด์เนสสแซงหน้าเพื่อนร่วมรุ่นอย่างเอิร์ธเชกเกอร์ แอนเธม วาววาว (เปลี่ยนชื่อมาจากบาววาว) พวกเขาออกอัลบั้มคู่บันทึกการแสดงสด ไลฟ์ลาวด์อะไลฟ์ และตามมาด้วยวิดีโอบันทึกการแสดงสดในชื่อเดียวกัน และในช่วงปีค.ศ. 1983 – 1984 พวกเขาครองความนิยมกวาดรางวัล Best Artist, Best Male Vocalist, Best Guitarist, Best Bassist, Best Drummer, Album of the Year…เป็นว่าเล่น

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s