ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

Yes: Fragile


เยสเป็นวงดนตรีโปรเกรสซีฟร็อกที่ได้เปรียบวงโปรเกรสซีฟร็อกคณะอื่นหลายด้าน ตั้งแต่นักร้องนำที่มีเสียงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มือคีย์บอร์ดที่มีคนเรียกว่าเป็นพ่อมดเพราะสร้างสรรค์เสียงได้อัศจรรย์ มือกีตาร์ที่ละเมียดละไมล้ำลึก มือกลองที่มีรายละเอียดการตีกลองซับซ้อน กล่าวได้ว่าสมาชิกยุคคลาสสิคไลน์อัปของเยสเป็นเอกในแผ่นดิน หาวงดนตรีอื่นครบเครื่องเท่าพวกเขาได้ยากมาก 

หยิบอัลบั้ม ฟราไจล์ มาแนะนำ นี่เป็นงานชุดแรกของคลาสสิคไลน์อัปที่เพิ่งได้ ริค เวคแมน มือคีย์บอร์ดจากวง Strawbs มาร่วมงานด้วย และการเข้ามาของเวคแมนช่วยปรับปรุงเสียงสังเคราะห์และดนตรีคลาสสิคัลให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้นไปอีก  อัลบั้ม ฟราไจล์ ของ Yes ออกมาในขณะที่พวกเขากำลังมีพลังสร้างสรรค์เต็มที่ กำลังห้าวหาญทะเยอทะยานกล้าสร้างสรรค์ทดลองอะไรใหม่ ๆ

ก่อนจะออก ฟราไจล์ ก็มีงานออกมาแล้วหลายชุด ได้เสียงวิจารณ์ในแง่ดีอยู่แล้ว แต่ว่า ฟราไจล์ ประสบความสำเร็จทางด้านยอดจำหน่ายด้วย โดยมีเพลง “ราวด์อะเบาท์” เป็นเพลงฮิตตามสถานีวิทยุ แต่ว่าในเวอร์ชั่นที่เปิดตามวิทยุตัดสั้นลงจากต้นฉบับในอัลบั้ม

แผ่นที่กำลังจะพูดถึงนี่ไม่ได้เป็นของตัวเองเหมือนอย่างที่เคยเขียนมา ไปขอยืมมาแบบไม่ค่อยเกรงใจมาจากเพื่อนคนหนึ่ง เป็นแผ่นรีอิสชูในรูปแบบดีวีดี 5.1 ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนที่มีสันดานอยากรู้อยากเห็น แถมเพื่อนดันหลุดปากมาว่าหามาไว้ในครอบครองแล้ว ก็เลยไปหยิบมาอย่างไม่สนใจสีหน้าละห้อยของเจ้าของแต่อย่างใด!

แต่เอามาแล้วระทึก…เพราะไม่รู้ว่าแล้วมันจะฟังได้มั้ย? ต้องใช้เครื่องดีวีดีโดยเฉพาะหรือเปล่า? โทรไปถามเพื่อนก็เจอน้ำเสียงเอือมระอา ทำนองว่าน้ำหน้าแบบนี้เจือกอยากฟังของดี ประมาณนั้น ! แต่ก็อุตส่าห์ให้คำแนะนำมาเป็นอย่างดีว่า ถ้าลำบากนักก็เปิดกับคอมพิวเตอร์แล้วใช้หูฟังกระป๋อง ๆ เอาสิวะ.. เอาวะ แค่นี้ก็ต้องกระแนะกระแหน ประชดประชัน คนมันไม่เคยนี่หว่า….

เดี๋ยวขโมยเครื่องเดนอนของมันมาเสียเลย แม่ง…

แผ่น ฟราไจล์ นี้ใช้เครื่องเล่นดีวีดีทั่วไปเล่นได้ เพราะงานชุดนี้ใช้ระบบดอลบีดิจิทัลและดีทีเอสเลยทำให้เล่นกับเครื่องเล่นดีวีดีได้อย่างไม่มีปัญหา  (ถ้าใช้ระบบเอ็มแอลพีคงต้องไปใช้เครื่องเล่นเฉพาะ ถ้าอยากให้คุณภาพเสียงสมบูรณ์แบบ

การเซ็ทอัปเพื่อฟังอัลบั้มนี้ยุ่งยากเล็กน้อย แต่ก็มานะบากบั่นจัดวางลำโพงให้เข้าที่เข้าทาง เลยดูเหมือนเป็นความยุ่งยากไปหน่อยกับอีแค่จะฟังงานสักชุดหนึ่ง

แต่ต้องบอกว่างานนี้ “คุ้ม” มาก ถ้าฟังเอาคุณภาพของเนื้อเสียงให้ได้เต็มที่ของคุณภาพเสียงระดับ 24 – bit / 96 kHz  ซึ่งจะว่าไปแล้วควรจะฟังกับดีวีดีออดิโอเพลเยอร์โดยตรงจะดีกว่า (ถ้าหาได้) ระบบ 5.1 ในแบบ ดีทีเอสก็น่าประทับใจ (ไม่รู้ว่าถ้าเป็นเอ็มแอลพีจะเป็นแบบไหน)

อาจจะเพราะเพิ่งฟัง ฟราไจล์ ในระบบ 5.1 เป็นครั้งแรกก็ได้ เลยรู้สึกว่ามันตื่นตาตื่นใจดูกระหึ่มผิดหูผิดตามากขึ้นมีน้ำหนักและบรรยากาศที่รายล้อมอยู่

งานชุดนี้เปิดตัวกันด้วยเพลงฮิตตลอดกาลของทางคณะ “ราวด์อะเบาท์” ซึ่งการเล่นกีตาร์ของสตีฟ ฮาว ทำได้เหนือชั้นมาก เขาเป็นมือกีตาร์ที่เล่นคล้ายจะเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดอันซับซ้อน เวลาเล่นอคูสติกกีตาร์ระบบ 5.1 ช่วยแยกเสียงออกมาชัดใสมาก ยิ่งในเพลง “มูด ฟอร์ อะ เดย์” ที่เขาเล่นคอร์ด-เมโลดีอันงดงามและซับซ้อน ยิ่งหัวใจระทวย (เป็นเพลงที่พยายามหัดเล่นอยู่นานมาก)

หรือแม้แต่เสียงเบสของคริส สไควร์ ที่บางครั้งวาดลวดลายสวยงาม แต่ในระบบสเตริโอบางทีจะพลาดไปเพราะสนใจกับเสียงกีตาร์มากกว่า พอมาฟังครั้งนี้…

…เฮ้ย เดี๋ยวนะ นี่กำลังเห่อของเล่นใหม่หรือเปล่า หรือเสียงมันดีจริง?

อันนี้เริ่มไม่แน่ใจ

แต่ใน“ลอง ดิสแทนซ์ รันอะราวด์” จะได้ยินเสียงเบสแสดงลักษณะของฟังก์และเป็นการทดสอบซับวูฟเฟอร์ที่ดีด้วย เพียงแค่เริ่มต้นนี่ก็ทำเอาขนลุกซู่ (ปวด….อะไรหรือเปล่าวะ?;-)  ลองฟังช่วงคอรัสที่เสียงกีตาร์ประสานกลมกลืนไปกับเสียงคีย์บอร์ดของจอมเวทย์ ริค เวคแมน เคลื่อนตัวเป็นกระแสคลื่นจากข้างหน้าไปข้างหลังเรา ตรงนี้เหมือนเราอยู่ท่ามกลางคลื่นเสียงจริงและได้มิติการไหลของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นชัดเจน

แต่ถ้าอยากฟังฝีมือของริค เวคแมน ชัด ๆ ต้องผ่านไปยังเพลงต่อไปซึ่งแค่เห็นชื่อเพลงอาจทำให้หลายคนขยาด “แคนส์ แอนด์ บราห์มส์” ซึ่งนำเอามูฟเมนท์ที่สามของซิมโฟนีหมายเลข 4 ในบันไดเสียงอีไมเนอร์ของท่านบราห์มมาแสดงความสามารถส่วนตัวของริค เวคแมนเต็มที่

และจุดเด่นที่ยังคงเอาไว้จนต้องเอ่ยชมคนมิกซ์คือเสียงของจอน แอนเดอร์สันเพราะนายคนนี้มีคุณสมบัติพิเศษในมวลหมู่นักร้องก็คือน้ำเสียงที่ลอยเหนือเสียงดนตรี ถ้ามิกซ์ไม่ดีรับรองว่างานนี้เสียงของเขาจะฟังแปลกแยกไป ถ้าเยสไม่ได้นักร้องนำเสียงอัศจรรย์แบบเขาก็อาจจะมีปัญหาได้เพราะภาคดนตรีมันจะไปกลบเอาเสียงร้องไว้หมด อย่างเช่นในเพลง “วี แฮฟ เฮฟเวน” ที่สั้น งดงาม เยือกเย็น แสดงศักยภาพของระดับเสียงร้องอย่างมาก นี่เป็นเพลงเรียบ ๆ ยังทำให้ออกมาดีขนาดนี้ พอเป็นภาคดนตรีที่ซับซ้อนแทบจะอลหม่านแบบ “ราวด์อะเบาท์” จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ๆ หากไม่ได้เสียงร้องดีเยี่ยมมาเติมความงาม

ใช้คำว่า “อลหม่าน” ไม่ได้หมายความว่ามั่ว แต่การประชันเครื่องดนตรีกันแบบไม่ออมฝีมือ ชนิดว่าใครพลาดคงจะเละไปเลย เครื่องเสียงดี ๆ คุณภาพดี ๆ มันช่วยให้ฟังแล้วแยกแยะเสียงเครื่องดนตรีได้จริง

ว่าไปแล้ว ที่เยสก้าวขึ้นมาเป็นวงดนตรีระดับหัวแถวของวงการโปรเกรสซีฟร็อกก็เพราะดนตรีแบบนี้แหละ เพียงแค่เพลง “ราวด์อะเบาท์” เพลงเดียวก็ทำให้วุ่นวายใจกับการต่อกรของเครื่องดนตรีแต่ละประเภท ก่อนที่จะเข้าสู่ความสงบงามในตอนท้ายสุด

ขออนุญาตทอดถอนใจ !!! เพลง “ราวด์อะเบาท์” นี่มันยุ่งเหยิงวุ่นวายชวนติดตามจริง ๆ แต่ไม่ใช่ว่าทุกเพลงจะยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด ถ้าจะเลือกเพลงที่บิล บรูฟอร์ดแสดงฝีมือบ้างก็ “ไฟฟ์ เพอร์ เซ็นท์ ฟอร์ นอททิง” ออกจะเป็นไปในทางแจ๊สอยู่ ส่วนคริส สไควร์ ก็ได้โชว์เต็มในเพลง “เดอะฟิซ (สคินด์เลอเรีย แพเมทูรัส)”

สิ่งที่ได้แถมมากับแผ่นดีวีดีออดิโอคือพวกเมนูต่าง ๆ ให้เลือกออดิโอมิกซ์แบบไหน แถมด้วยรูปภาพ, เนื้อเพลง และ ประวัติแบบย่อเรียงตามช่วงเวลา แต่ว่าที่ให้มาไม่ครบ คือขาดก่อนหน้ายุค ฟราไจล์ ไป แล้วก็มีเพลงโบนัส “อเมริกา” ให้ด้วย ส่วนในบุคเลทจะเป็นภาพอาร์ตเวิร์คและมีพวกข้อความอธิบายอะไรสั้น ๆ และบทสัมภาษณ์

9 เพลงจากงานชุดนี้ (10 เพลงถ้านับโบนัสแทร็ก) แสดงลักษณะเด่นของเยสออกมาได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นด้านฝีมือ ที่มีเพลงสั้นให้มีโอกาสเด่นกันเฉพาะตัว และเพลงที่ใช้ห้ำหั่นกันแทบแหลกกันไปข้างหนึ่ง โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า ฟราไจล์ เป็นงานที่ทรงคุณค่าชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์โปรเกรสซีฟร็อก

Yes – Fragile

Atlantic Records, 26 November 1971 (UK), 4 January 1972 (U.S.)

Line-up

  • Jon Anderson / vocals
  • Chris Squire / bass and vocals
  • Rick Wakeman / keyboards organ, grand piano, electric piano, harpsichord, mellotron, synthesizer
  • Bill Bruford / drums
  • Steve Howe / guitars and vocals

Track list:-

  1. “Roundabout” (Jon Anderson/Steve Howe) – 8:30
  2. “Cans and Brahms” (Johannes Brahms, Arr. Rick Wakeman) – 1:38
  3. “We Have Heaven” (Jon Anderson) – 1:40
  4. “South Side of the Sky” (Jon Anderson/Chris Squire) – 8:02
  5. “Five Per Cent for Nothing” (Bill Bruford) – 0:35
  6. “Long Distance Runaround” (Jon Anderson) – 3:30
  7. “The Fish (Schindleria Praematurus)” (Chris Squire) – 2:39
  8. “Mood for a Day” (Steve Howe) – 3:00
  9. “Heart of the Sunrise” (Jon Anderson/Chris Squire/Bill Bruford) – 10:34
โฆษณา
No comments yet

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: