Frank Zinatra: In the Wee Small Hours of the Morning


เดอะมาทาดอร์เป็นภาพยนตร์กึ่งฮากึ่งดราม่าที่แทรกเพลงเยี่ยม ๆ ลงไปย้ำในจังหวะเรียกรอยยิ้มได้อารมณ์แสบ ๆ คัน ๆ บทเพลงที่เลือกมาใช้ในภาพยนตร์นี้ที่รู้จักกันส่วนใหญ่จะออกไปทางร็อกอย่างทอม โจนส์ เดอะแครมปส์ เดอะคิลเลอรส์ เดอะแจม เอเชีย นอกจากนั้นก็จะเป็นเพลงที่ได้สำเนียงลาตินอเมริกัน

แต่มีอยู่ฉากหนึ่งที่ให้บทเพลงเข้ามาสร้างบรรยากาศสงบและดูมีความหวัง นั่นคือฉากที่จูเลียนเลือกแผ่นเสียงของแดนนีมาเปิดพร้องทั้งขอบีน ภรรยาของแดนนีเต้นรำ บทเพลงที่จูเลียนเลือกเปิดคือเพลง “อินเดอะวีสมอลอาวรส์ออฟเดอะมอร์นิง” น่าเสียดายที่ไม่ใช้เพลงต้นฉบับของแฟรงก์ สินาตรา (เข้าใจว่าจะเป็นเพราะค่าลิขสิทธ์ที่คงจะสูงพอควร) ลองค้นดูเครดิตของเวอร์ชันที่ปรากฏในภาพยนตร์เป็นของ เด็ฟ แวน นอร์เด็น เป็นใครมาจากไหนไม่ทราบเหมือนกัน

มีนักร้องและนักดนตรีนำเพลง “อินเดอะวีสมอลอาวรส์ออฟเดอะมอร์นิง” ไปบรรเลงใหม่มากมายหลายเวอร์ชัน แต่ก็ยังยอมรับกันว่าเวอร์ชันที่ดีที่สุดมาจากการร้องของแฟรงก์ สินาตราผู้เป็นต้นฉบับนั่นเอง

แฟรงก์ สินาตรา ได้ชื่อว่าเป็นปูชนียบุคคลทรงอิทธิพลของวงการดนตรี ชื่อเสียงของเขาโด่งดังทั้งในแง่ส่วนตัว (ในเรื่องราวผู้มีอิทธิพลแบบมาเฟีย) และชื่อเสียงในฐานะนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ เขาไม่ได้รับคำชื่นชมในแง่เขียนเพลงเก่ง แต่เสน่ห์เฉพาะตัวและความสามารถในการร้องเพลงทำให้เขาเป็นอมตะ และเป็นต้นแบบการร้องเพลงสแตนดาร์ดป็อป ความโดดเด่นในด้านการร้องเพลงของแฟรงก์มีทั้งจากฐานเดิมคือเนื้อเสียงทุ้มนุ่ม และจากสไตล์การร้องถ่ายทอดอารมณ์เพลงเข้าถึงความรู้สึกคนฟังจนได้สมญานามเดอะวอยซ์มาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 40 สมัยที่เขายังเป็นนักร้องให้กับวงบิ๊กแบนด์ของทอมมี ดอร์ซีย์

สมัยที่อยู่กับทอมมี ดอร์ซีย์ เขาจะยึดเทคนิคเบลคานโต โดยมีบิง คอสบีเป็นต้นแบบ เบลคานโตเป็นเทคนิคหนึ่งในวิธีการร้องโอเปราของทางอิตาลีที่เน้นการร้องกังวานเต็มเสียง ตัวอย่างเช่นเพลง “ไนท์แอนด์เดย์” ถ้าฟังจากเวอร์ชันปีค.ศ. 1942 หรือจากสมัยที่ยังร้องอยู่ในวงบิ๊กแบนด์ของทอมมี ดอร์ซีย์ นั่นคือการใช้เสียงที่ยึดบิง คอสบีเป็นต้นแบบและใช้เสียงแบบเบลคานโต

แต่หลังจากนั้นเขาก็สร้างสรรค์เสียงร้องจนมีสำเนียงของตัวเองโดดเด่น โดยเฉพาะวิธีการออกเสียง – เว้นวรรคคำเน้นความหมายของเนื้อร้องให้โดดเด่นขึ้น การเว้นช่วงร้องของเขาอาจจะอธิบายเป็นตัวอักษรยากหน่อย แต่ถ้าได้ฟังเพลงตามไปด้วยอาจเข้าใจมากกว่า ลองฟังเพลง “ไนท์แอนด์เดย์” วางโครงสร้างเพลงง่าย ๆ คือ เวิร์ส – คอรัส – เวิร์ส – คอรัส – บริดจ์ – คอรัส ฟังช่วงคอรัสก่อนจะเข้าบริดจ์ที่ร้องว่า ไอ ธิงค์ ออฟ ยู – เว้นช่วง – ไนท์ แอนด์ เดย์ นี่คือลักษณะการเน้นและทิ้งช่วงเสียงที่เขาโดดเด่นเป็นพิเศษ ตีความเนื้อเพลงถ่ายทอดสู่คนฟังลงตัวเป็นธรรมชาติ แล้วเขาก็เป็นคนที่มีการร้องที่ลากเสียงยาวได้มีพลังตลอดรอดฝั่ง โดยพัฒนาวิธีการใช้เสียงมาจากเทคนิคการเป่าทรอมโบนของทอมมี ดอร์ซีย์

“ไนท์แอนด์เดย์” เวอร์ชันปีค.ศ. 1947 เรียบเรียงดนตรีโดยเอ็กเซ็ล สตอร์ดาห์ลไม่ค่อยเปลี่ยนไปจากเวอร์ชันในปีค.ศ. 1942 มากนัก แต่ว่าการร้องของเขามีอิสระมากยิ่งขึ้นในฟิลสะวิงแจ๊สแฝงเค้าอิทธิพลของบิลลี ฮอลิเดย์อยู่ไม่น้อย แฟรงก์หันมาเล่นกับจังหวะการเอื้อนเสียงและการเน้นหนักคำบางคำไปจนถึงการลดเสียงร้องในบางคำอย่างจงใจ อย่างในท่อนร้อง “ยู อาร์ เดอะ วัน” จะทอดเสียงแผ่วเบา พอถึงท่อนแยกเขาจะอัดเสียงเต็มกังวานให้ความรู้สึกในท่อนร้องที่ว่า โลนลี รูม มันไม่ใช่หมายถึงห้องที่เงียบเหงา แต่เป็นความรู้สึกรำคาญใจกึ่งหงุดหงิด แต่ถ้าเป็นเวอร์ชั่นปีค.ศ. 1956 เรียบเรียงดนตรีโดยเนลสัน ริดเดิลกลายเป็นว่าลักษณะการร้องจะเว้นช่วงให้เครื่องเป่าโต้ตอบกับเสียงร้อง การร้องเน้นจังหวะที่ลื่นไหลมากขึ้นในเวอร์ชั่นแสดงสด ค.ศ. 1959 เรียบเรียงคล้ายกับเนลสันเรียบเรียงไว้ ยังมีลักษณะการแอ็ดลิบคลอคู่ไปกับไลน์เบสอันลื่นไหล

คือเพลงเดียวกัน แฟรงก์จะมีมุมมองและวิธีการนำเสนอแตกต่างกันตามช่วงเวลา ผ่านมุมมองและการตีความเนื้อเพลงของเขาไปตามประสบการณ์กลายเป็นบุคลิกแตกต่างจากนักร้องคนอื่นส่งให้เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์ที่เจิดจรัสมากว่าครึ่งศตวรรษ

แฟรงก์ก้าวสู่ความรุ่งโรจน์ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 40 จนถึงทศวรรษ 60 ช่วงปลายทศวรรษ 50 เขาจับกลุ่มกับศิลปินที่มีชื่อเสียงเช่น แซมมี เดวิส จูเนียร์ ดีน มาร์ติน โจอี บิช็อป ปีเตอร์ ลอว์ฟอร์ด ในนามแรทแพ็ก สร้างผลงานทั้งการแสดงและดนตรีอย่างภาพยนตร์เรื่องดิโอเชียนส์อีเลฟเวน (ค.ศ. 1960) ก็ยกแร็ทแพ็กทั้งทีม และที่น่าชื่นชมคือแฟรงก์ยืนกรานไม่ยอมตัดแซมมีออกในการแสดงในสถานที่เหยียดสีผิว (สมัยนั้นคลับบางแห่งยังไม่ยอมให้คนผิวดำไปเล่น) และมักจะแสดงจุดยืนในเรื่องความเท่าเทียมกันเสมอ

อีกหนึ่งสีสันนอกเหนือจากการเป็นนักร้อง- นักแสดงแล้ว ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนในแวดวงมาเฟีย แฟรงก์รู้จักคนในแวดวงมาเฟียมาตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นนักร้องอยู่กับทอมมี ดอร์ซีย์ อย่างเช่น ลัคกี ลูเซียโน และ แซม จิอานคานา และเชื่อว่าแฟรงก์เป็นแรงบันดาลใจให้มาริโอ พูโซเอาเรื่องราวบางส่วนตอนแฟรงก์พยายามแหกสัญญาทาสที่ทำไว้กับทอมมี ดอร์ซีย์ไปเขียนเป็นนิยายเรื่องดัง ก็อดฟาเธอร์ โดยเชื่อว่า วิลลี มอร์เร็ทติ เป็นคน “ยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้” ให้ทอมมียกเลิกสัญญากับแฟรงก์จนเขาได้ออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว แม้ว่าจะมีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับบุคคลที่เป็นมาเฟีย จนถึงขนาดเอฟบีไอจับตามองแฟรงก์แบบใกล้ชิด (มีแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับแฟรงก์มากกว่า 2,400 หน้า) แต่เขาไม่เคยตั้งโดนตั้งข้อหาหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือการฉ้อฉลใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องเหล่านี้เป็นสีสันหนึ่งในชีวิตชวนติดตามมากยิ่งขึ้น

ย้อนกลับไปที่เพลง “อินเดอะวีสมอลอาวรส์ออฟเดอะมอร์นิง” เป็นเพลงจากอัลบั้ม อินเดอะวีสมอลอาวรส์ออฟเดอะมอร์นิง ออกมาในปีค.ศ. 1954 อัลบั้มนี้เป็นแผ่น 12 นิ้วแผ่นแรกของแฟรงก์ บรรจุบทเพลงเอาไว้ 16 เพลง และมักจะโดนหยิบยกว่านี่เป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มรุ่นแรก ก่อนหน้าที่เดอะฮู เดอะบีทเทิลส์ บีชบอยส์ จะทำเอาไว้เสียอีก

การทำอัลบั้มก่อนทศวรรษ 60 เหมือนเอาเพลงมารวมให้เต็มแผ่นเท่านั้น แต่แฟรงก์เป็นคนแรก ๆ ที่คิดว่าอัลบั้มควรนำเสนอเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้โดดเด่น อย่างในอัลบั้มแรกของเขา เดอะวอยซ์ คือการรวมเพลงในแนวความคิดโชว์ความสามารถด้านการร้องเพลง จะบอกว่า เดอะวอยซ์เป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้มก็ได้ แต่ไม่ชัดเจนเท่าอัลบั้มนี้

อินเดอะวีสมอลอาวรส์ออฟเดอะมอร์นิง เป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้ม แต่ไม่ใช่คอนเซ็ปต์อัลบั้มในแบบเซอร์เจนท์เป็ปเปอรส์โลนลีฮาร์ตคลับแบนด์ของเดอะบีทเทิลส์ หรือทอมมีของเดอะฮู ทั้ง 16 เพลงไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกันชนิดที่ต้องฟังเพลงเรียงกันตามลำดับ แต่ทุกเพลงสะท้อนความรู้สึกสิ้นหวังในชีวิตคู่ของเขากับเอวา การ์ดเนอร์ที่ถึงคราวต้องแยกทางกัน แม้เนื้อหาต่างกัน แต่ทุกเพลงจะสะท้อนถึงความรู้สึกที่หม่นหมองและอารมณ์เดียวดายของเขาทั้งสิ้น

“อินเดอะวีสมอลอาวรส์ออฟเดอะมอร์นิง” เป็นบทเพลงเปิดอัลบั้มบอกทิศทางของอัลบั้ม (และสะท้อนชีวิตส่วนตัวของเขา) ว่าถึงแม้จะมีความหม่นเศร้าและอ้างว้าง แต่เมื่อผ่านไปแล้วมันจะจบด้วยดี ไม่ใช่จะจมอยู่กับอารมณ์เศร้าโศกไปตลอดกาล

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.