Iron Maiden: Seventh Son of a Seventh Son


ความเลวร้ายทั้งหลาย ล้วนเกิดจากมนุษย์….

The evil that men do lives after them; The good is oft interred with their bones.

2 วันนี้มานี้เกิดอาการเบื่อหน่ายผู้คนอย่างบอกไม่ถูก

ขออภัย…ในจำนวนนี้หมายรวมถึงตัวเองเข้าไปด้วย

แล้วประโยค “The evil that men do lives after them” ก็ลอยเข้ามาในสมอง

คิดอยู่นานก็หาที่มาที่ไปไม่ได้ จนต้องเข้าอินเตอร์เน็ตเพื่อพึ่งพากูเกิลเจ้าประจำช่วยสะสางเรื่องคาใจ

The evil that men do lives after them; The good is oft interred with their bones.

ประโยคนี้ วิลเลียม เช็คสเปียร์ตกแต่งให้สวยหรูแล้วมอบให้มาร์ก แอนโทนีกล่าวอย่างจับใจในมรณกรรมของจูเลียส ซีซาร์ แต่ว่าที่ประโยคนี้โผล่เข้ามาในสมองเพราะว่ามันเป็นเพลงของไอออนเมดเดนไม่เกี่ยวกับวิลเลียม เช็คสเปียร์แต่อย่างใด

(อ้อ เกี่ยวสิ เพราะไอออนเมดเดนเอาวลีนี้มาจากบทละครของเช็คสเปียร์นี่เอง)

“The Evil that Men Do” เป็นเพลงจากอัลบั้ม บุตรคนที่เจ็ดของบุตรคนที่เจ็ด

เลขเจ็ดเป็นเลขอาถรรพ์ของฝรั่ง (ไทยก็มี ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน) แต่จะว่าไป เลขทุกตัวมันก็มีอาถรรพ์เฉพาะตัวทั้งนั้น

หรือสรุปอีกที ตัวเลขก็คือตัวเลข อย่าไปคิดมาก และอย่าเอาไปแทงหวย…

มันมีความเชื่อทางตำนานโบราณของยุโรปว่าถ้าตระกูลใดมีลูกชายเจ็ดคนติดต่อกันโดยไม่มีลูกสาวมาคั่นกลาง และลูกชายคนที่เจ็ดนั้นยังมีลูกชายอีกเจ็ดคนติดต่อกัน…ลูกคนที่เจ็ดนั้นจะมีอำนาจพิเศษติดตัวมาด้วย

เรื่องศาสตร์เร้นลับที่มองไม่เห็นนี่  จะว่างมงายเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ว่าได้  โดยส่วนตัวมองเรื่องนี้แบบสนุกสนานเฮฮาเหมือนดูหนังหรือว่าอ่านนิยายสนุก

แต่บางครั้งก็ไม่สนุกเวลาเห็นคนจริงจังกับเรื่องราวแบบนี้มากเกินไป ซึ่งคนที่เชื่อถือเรื่องนี้แบบงมงายก็มีอยู่เยอะ อย่าว่าแต่ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งเลย ขนาดประเทศที่ถือว่าเจริญทางวัตถุอย่างอเมริกา เมื่อปีค.ศ. 1990 ทางสำนักกัลลัปโพลได้สำรวจแล้วก็รายงานผลว่ามีคนอเมริกันถึง 55 เปอร์เซ็นต์ที่เชื่อว่าพวกภูตผีปิศาจว่ามีจริงและดำรงอยู่ บางคนก็บูชาสรรเสริญไปเลย

เรื่องไสยเวทย์มนต์ดำนี่เข้ากันได้ดีกับดนตรีเมทัลเสียด้วย…(ต้องขอบคุณงาม ๆ ต่อแบล็กซับบาธบรมครูผู้ริเริ่มผลักดันเนื้อหาทำนองนี้เอาไว้)

โดยส่วนตัว เรื่องราวลี้ลับเหล่านี้ไม่น่ากลัวเท่ากับเหตุการณ์ฆาตกรรมและความเลวร้ายสารพัดอย่างที่เกิดขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์

The Evil That Men Do,

ความเลวร้ายทั้งหลาย ล้วนเกิดขึ้นจากน้ำมือมนุษย์

สำหรับไอออนเมดเดนไม่ใช่วงดนตรีประเภทหลงไหลไปกับปิศาจทั้งหลาย แต่ด้วยเจ้าตัวสัญลักษณ์นำโชคที่แฟนเพลงคุ้นเคย “เอ็ดดี” ดันเป็นผีร้ายน่าเกลียด ทำให้พวกหัวรุนแรงผู้คลั่งศรัทธาในคุณงามความดีตราหน้าพวกเขาว่าเป็นพวกมารนอกรีต

แต่พูดก็พูดเถอะ ลองมาคิดดูถ้าพวกต่อต้านดนตรีเมทัลหยิบยกอะไรสักอย่างขึ้นมาเพื่อจะชี้ว่าวงดนตรีคณะนี้คณะนั้นเป็นวงบูชาซาตานหรือเป็นนอกรีต มักจะไม่ค่อยจะยกมาทั้งหมด แต่จะตัดความมาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองเท่านั้น แบบนี้เข้าข่ายพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว

ไอออนเมดเดนก็โดนแบบนั้น เพลงที่มักจะโดนหยิบยกเอาเนื้อเพลงบางท่อนมาพูดประจำก็คือ  “นัมเบอร์ออฟเดอะบีสต์” เพราะว่าแค่ชื่อเพลงมันก็ส่อแววซาตานิกกันแล้ว เนื้อเพลงท่อนที่ว่านี้ มีดังนี้

The ritual has begun, Satan’s work is done
666 the number of the beast
Sacrifice is going on tonight

ถ้าอ่าน 3 ประโยคข้างต้นแล้วด่วนสรุป ก็คงคิดว่านี่เป็นเพลงสรรเสริญเยินยอศักดานุภาพของซาตาน แน่

แต่ขอโทษ….โปรดอ่านต่อไป

This can’t go on, I must inform the law
Can this still be real, or some crazy dream?
But I feel drawn towards the evil chanting hordes

คือถ้าอ่านเฉพาะชื่อเพลง กับสามประโยคแรกในเพลงที่ยกตัวอย่างมานี่แล้วอาจจะทำให้นึกไปถึงเรื่อง ซาตาน  แต่เมื่ออ่านเนื้อเพลงนี้จนจบ คิดว่าเนื้อเพลงมันเป็นแค่การแสดงความเครียดสับสน ระหว่างความจริงกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงเสียมากกว่า

แต่ว่าถ้าคนมีอคติล่วงหน้าอยู่แล้วก็คงจะไม่สนใจ เห็นคำว่าซาตานหรือเลขนำโชค 666 ก็ยัดเยียดให้ไปอยู่ผ่ายปิศาจซาตานไปเลย

เท่าที่ฟังมา เห็นว่าเรื่องที่ไอออนเมดเดนนำเสนอค่อนข้างจะหลากหลาย

ยกตัวอย่างเช่น “รันทูเดอะฮิล” มาจากเรื่องราวโบราณของคนพื้นเมืองดั้งเดิมในอเมริกา หรือ “ไฟล์ตออฟคิคารัส” เป็นเรื่องเล่าของคนกรีกสมัยโบราณที่พยายามจะบิน

คือมันเป็นเรื่องประเภทตำนานเรื่องเล่ามากกว่าจะเป็นแค่เรื่องปิศาจ…

 

เว้นวรรคยาวๆ พร้อมกับรำพึงว่า ชักจะอารัมภบทยาวเกินเหตุแล้วแฮะ

มาที่เพลง “อีวิลแด็ตแมนดู” เป็นเพลงจากผลงานชุดเซเวนธ์ซันออฟอะเซเวนธ์ซัน นี่เป็นงานที่ลงตัวมากชุดหนึ่งในวงการเมทัล

(ใครไม่เชื่อหรือจะคัดค้านก็ตามใจ ไม่โต้เถียงด้วยหรอก)

งานชุดนี้เป็นคอนเซ็ปต์อัลบั้ม คือมีเรื่องราวต่อเนื่องกันสมศักดิ์ศรีไอออนเมดเดนมาก ทั้งชั้นเชิงลีลาและเป็นการทิ้งทวนก่อนที่จะเอเดรียน สมิธจะอำลาวงไป

(ตอนหลังก็กลับมาอยู่กับวงอีก หลังจากออกงานเดี่ยวแล้วไม่ค่อยจะรอด)

ดนตรีในงานชุดนี้ เปิดกว้างกว่างานในชุดที่ผ่านมา (แล้วมากว่าในงานชุดที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ด้วย) การเข้าไปหาดนตรีของทศวรรษที่19 แต่ยังคงความหนักหน่วงสร้างความหลากหลายและเข้าที่เข้าทางกว่างานชุด ซัมแวร์อินไทม์เยอะ

เจ้าปิศาจเอ็ดดีที่เคยรับบทหลากหลายเคยเป็นทั้งฟาโรห์มาแล้ว คราวนี้โผล่มาในหน้าปกสีฟ้าในทะเลน้ำแข็งที่ไหนสักแห่ง

จุดเด่นของงานชุดนี้ อยู่ทั้งในส่วนของดนตรีและเนื้อหา

มองผ่าน ๆ อาจจะมองว่าเป็นแค่เรื่องของความดีกับความเลวและพวกเทวดากับปิศาจ อย่างในไตเติลแทร็ค….

Here the birth from an unbroken line
Born the healer the seventh, his time
Unknowingly blessed, and as his life unfolds
Slowly unveiling the power he holds


Then they watch the progress he makes
The Good and the Evil, which path will he take?
Both of them trying to manipulate
The use of his powers before it’s too late

ถ้าใครที่คุ้นเคยกับเรื่องตำนานความเชื่อของฝรั่งมาบ้างจะสำเหนียกถึงเรื่องที่มาจากบุ้กออฟรีเวเลชัน พาดพิงเรื่องของสภาพนรก สวรรค์ บาบิโลน และพวกที่เกี่ยวกับศาสตร์มืดต่าง ๆ

แต่อ่านเนื้อหาของแต่ละเพลงแล้ว มันไม่ได้ดำเนินตามรอยเรื่องเล่าอย่างเคร่งครัด

หมายถึงว่าไอออนเมดเดนหยิบเอาบุคลิกลักษณะจากเรื่องเล่าในตำนานมาใช้เฉย ๆ โดยแทรกเรื่องที่แต่งขึ้นใหม่เข้าไป

ใครสนใจก็ลองติดตามกันเอง

iron_maiden_-_seventh_son_of_a_seventh_son_full

มาพูดถึงเรื่องดนตรี

อย่างในเพลง “เซเวนธ์ซันออฟอะเซเวนธ์ซัน” ขึ้นต้นมาอย่างดรามาติกอลังการ เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดในการใช้ทางเดินคอร์ด C-D-E (bVI-bVIII-I) เดินคลอไปกับเอโอเลียนโหมด ให้ความรู้สึกที่มืดครึ้ม ดำทะมึนและมุ่งร้ายในสไตล์ไมเนอร์สเกล

ยิ่งได้เสียงซินธ์มาช่วยโอบอุ้มอยู่เบื้องหลัง ส่วนภาคริธึมควบตะบึงมาในแบบกัลลอปให้ความรู้สึกรุนแรง มั่นคง เป็นระเบียบ มุ่งไปข้างหน้า แล้วโยงโน้ตอีไว้ในขณะที่เสียงร้องเริ่มกรีดเสียงเข้ามา

ทั้งในส่วนของเวิร์สและคอรัสต่างคงลักษณะโครงสร้างนี้ไว้ โดยอาศัยจุดเด่นจากเสียงร้องอันทรงพลังของ บรูซ ดิกคินสันซึ่งทำหน้าที่อันเยี่ยมยอด ลากเสียงได้มั่นคง การลากเสียง อู้วววววววววว์ อาจจะเหมือนว่าธรรมดา แต่เมื่อพิจารณาถึงฮาร์โมนี่รองรับเบื้องหลังที่เปลี่ยนในโน้ตที่ลากยาวนี้ รับรองว่ามหัศจรรย์

ไอออนเมดเดนวางเสียงอย่างจงใจใช้คู่เสียงไมเนอร์เธิร์ด คนเล่นต้องแม่น ควบคุมเสียงดี ไม่งั้นอาจจะแกว่ง เละ

แม่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

(ขอเว้นวรรคถอนหายใจเล็กน้อย)

หลังจากที่ส่งผ่านเนื้อหาไปแล้วก็เข้าสู่ช่วงบรรเลงดนตรี คือหลังจากที่ลากเสียงอู้ววววววว์ แล้วเสียงกีตาร์ก็โผล่เข้ามากระชากวิญญาณ นี่คือเข้าเซ็คชั่น ใหม่แล้ว เร่ง เทมโป ให้เร็วขึ้น

การเล่นกีตาร์สไตล์บาโรก แล้วเสียงกีตาร์อีกตัวก็เข้ามาเสริมฮาร์โมนี ให้มีพลังมากขึ้น จากนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลงอีกหน่อยโดยใช้เสียงกลองเป็นตัวชี้นำก่อนที่เสียงอคูสติกกีตาร์กับอีกตัวที่ใช้เอ็ฟเฝ็คประเภทรีเวิร์บซึ่งใช้ฮาร์โมนิกที่เปลี่ยนไปช้า ๆ พร้อมกับเสียงกลอง

และในที่สุดก็จะวนกลับไปสู่ลีลาแบบตอนเปิดตัว แต่เสียงกีตาร์จะขยับไปคีย์ใหม่ เปลี่ยนเป็นฟรีเจียนโหมดแทนก่อนที่จะมาสู่เสียงสุดคลาสสิค ก็คือคู่เสียงปิศาจ หรือเจ้าไตรโทนซึ่งเสียงกลองจะซับซ้อนเหนือธรรมดา เป็นตัวบีบความรู้สึก ก่อนจะกลับไปสู่ช่วงที่เล่นเลียนแบบบาโรก

ขออนุญาตทอดถอนใจอีกรอบ

งานก่อนหน้านั้นส่งให้ไอออนเมดเดนอยู่ในสถานภาพค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเดอะนัมเบอร์ออฟเดอะบีสต์ พีซออฟไมนด์ แต่งานชุดนี้คืองานที่ส่งพวกเขาให้อยู่ในระดับซูเปอร์สตาร์ ได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง และปิดฉากยุคทองของทางคณะไปอย่างที่ไม่มีใครจะคาดคิด

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้พวกเขาจะกลับมารวมตัวกัน และฝีไม้ลายมือไม่ได้ลดลงไปจากเดิม แต่ ณ ชั่วโมงนี้ มันไม่ใช่เวลาของพวกเขาแล้ว

เซเวนธ์ซันออฟอะเซเวนธ์ซันเป็นอัลบั้มคลาสสิกออกมาถูกที่ถูกเวลา เป็นเพชรเม็ดงามในวงการดนตรี เมทัลชุดหนึ่ง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.