Loveless Cafe

Live Aid: 20 Years Ago

การแสดงของเลดเซฟพลินในไลฟ์เอดถือว่าอยู่ในระดับต่ำว่ามาตรฐานที่เคยทำเอาไว้ เมื่อปีที่แล้วมีดีวีดีบันทึกการแสดงสดไลฟ์เอดวางจำหน่าย วงเลดเซพพลินขอร้องไม่ให้บรรจุการแสดงสดของพวกเขาลงไป โดยให้เหตุผลว่าการแสดงครั้งนี้ต่ำกว่ามาตรฐานของวงมาก

13 กรกฎาคม ค.ศ. 1985 มีคอนเสิร์ตใหญ่ระดับโลกเพราะจัดพร้อมกันสองฝั่งมหาสมุทร คืออเมริกาและอังกฤษ เพื่อหารายได้ให้ชาวเอธิโอเปียผู้หิวโหย ถ่ายทอดผ่านดาวเทียมไปทั่วโลก คาดว่ามีคนดูประมาณ 1,900 ล้านคนจาก 150 ประเทศ

ผู้อยู่เบื้องหลังอภิมหาโปรเจ็คท์นี้คือบ็อบ เกลดอฟ อดีตผู้นำวงบูมทาวน์แรตส์

เดือนตุลาคมค.ศ. 1984 บ็อบ เกลดอฟได้ดูสารคดีเกี่ยวกับคนอดอยากในเอธิโอเปีย เห็นสตรีใช้ชีวิตแร้นแค้นทรมาน เขาติดต่อมิดจ์ อูเร จากวงอัลตราว็อกซ์เพื่อขอให้มาช่วยทำเพลงหารายได้ให้ชาวเอธิโอเปีย ผลก็คือเพลง “Do They Know It’s Christmas?” เขาบันทึกเสียงเพลงนี้ในเดือนพฤศจิกายนค.ศ. 1984 กับวงรวมดารา ในชื่อวงว่าแบนด์เอด (Band Aid) มีคนดังในสมัยนั้น เช่นสมาชิกจากบูมทาวน์แรตส์ อัลตราว็อกซ์ (สองวงนี้ต้องมาแน่นอนอยู่แล้ว) สแปนดัวบัลเลต์ ดูแรนดูแรน คูลแอนด์เดอะแกงค์ ยูทู คัลเจอร์คลับ แวม! ฯลฯ มากหน้าหลายตา

และเพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิต ทำเงินได้ถึง 8 ล้านปอนด์อังกฤษ

และโปรเจ็คท์ต่อเนื่องก็คือไลฟ์เอด ที่จัดแสดงทั้งฝั่งอังกฤษและอเมริกา คอนเสิร์ตครั้งนี้มีช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับวงการดนตรีหลายอย่าง เช่นการแสดง 20 นาทีของวงควีนทำให้พวกเขากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากเซไปเซมาหลายครั้งในช่วงปลายทศวรรษ 70 ต่อต้นทศวรรษ 80 มีเรื่องเล่าว่าซาวนด์เอนจิเนียร์ของวงแอบเร่งเสียงให้ดังเกินลิมิตที่กำหนดไว้ ทำให้เพลงของควีนดังกระหึ่มเป็นพิเศษผิดวงอื่น อันนี้ก็เล่ากันไป แต่ในวันนั้นควีน แสดงได้ดีเป็นพิเศษ ดึงคนดูได้อยู่หมัดอย่างที่วงอื่นทำไม่ได้แบบนี้

ยูทูเป็นอีกวงที่เล่นได้เมามันส์ โบโนลงมาเต้นรำกับเด็กสาวคนหนึ่งด้วย เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอคนนี้เพิ่งออกมาบอกหนังสือพิมพ์เดอะซันว่า ตอนนั้นเธอโดนคนดันจนแทบไม่ไหว หายใจไม่ออก เผอิญโบโนเห็นเข้าเลยพยายามบอกคนให้ถอยห่าง แต่ไม่มีใครเข้าใจว่าโบโนพูดอะไร เขาเลยกระโดดลงมาดึงเธอให้พ้นจากตรงนั้น แล้วเลยเต้นรำกันตามเพลง

ตามกำหนดพวกเขาต้องเล่น 3 เพลง แต่เล่นเพลง “Bad” ยาวไปหน่อย เลยโดนตัดเพลงเหลือ 2 เพลง

แต่ที่คนรอกันมากคือการคืนเวทีของเลดเซพพลินเป็นครั้งแรกหลังจากยุบวงไป โดยงานนี้มีฟิล คอลลินส์ กับโทนี ธอมป์สันเป็นมือกลอง

แต่การแสดงที่แฟนเพลงเลดเซพพลินรอคอยกลายเป็นฝันร้าย ภายหลังโรเบิร์ต แพลนต์ตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นเพราะฟิล คอลลินส์เหนื่อยจากการเดินทาง เพราะต้องบินตรงข้ามมหาสมุทรมาเพื่อเล่นให้กับวงโดยไม่ได้การซ้อม

“ความจริงตอนนั้นผมกำลังทัวร์อเมริกาอยู่” ฟิล คอลลินส์เล่า “แต่สติง (ซึ่งต้องแสดงในอังกฤษ) อยากจะให้ผมช่วยร้องเพลง แต่ตอนนั้นผมอยากจะตีกลองกับคนอื่นด้วย ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครที่ผมจะเล่นด้วยได้ โทนี สมิธผู้จัดการผมเลยบอกว่า งั้นไปหาคนเล่นที่อเมริกาก็ได้ เพราะถ้านั่งคองคอร์ดบินตรงไปอเมริกาก็ได้ ผมเลยไปพบกับโรเบิร์ต แพลนต์ที่กำลังซ้อมดนตรีอยู่ในดัลลัส เขาบอกว่าจะเล่นในงานไลฟ์เอด และจะชวนเพื่อนเก่าจากเลดเซพพลินมาเล่นด้วย ใครจะไม่สนใจล่ะ? ดังนั้น ผมก็เลยไปเล่นกับสติงในอังกฤษ จากนั้นก็นั่งเฮลิคอปเตอร์จากสนามเวมบลีไปสนามบินฮีธโธรว์ขึ้นเครื่องคองคอร์ดไปที่สนามบินเคนเนดีและนั่งเฮลิคอปเตอร์ ไปเจเอฟเคสเตเดียม พอไปถึงก็เจออีริก แคลปตันคุยกันถึงเพลงที่จะเล่น ซึ่งเขาบอกว่าจะเล่น “ไวท์รูม” และ “เลย์ลา” แล้วก็ไปเจอ โรเบิร์ต แพลนต์ในห้องแต่งตัว ผมก็ถามเขาว่าจะเล่นเพลงอะไรบ้าง? เขาบอกว่า “ร็อกแอนด์โรล” “สแตร์เวย์ทูเฮฟเวน” และ “โฮลล็อตตาเลิฟ” หลังจากนั้น ผมก็ขึ้นเวทีไปตีกลองให้อีริกและเล่นเพลงของผมเอง จากนั้นก็เล่นให้เลดเซพพลิน จากนั้นผมก็ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปนิวยอร์ก กลับอังกฤษด้วยเครื่องคองคอร์ด การเล่นให้กับเลดเซพพลินเป็นประสบการณ์ที่วิเศษมาก โทนี ธอมป์สันที่ตีกลองด้วยยังได้ซ้อมกับวงเลดเซพพลินบ้าง แต่ผมไม่ได้ซ้อมกับพวกเขาเลยเพราะว่าผมต้องออกทัวร์ที่ยาวนาน”

“การเล่นกับมือกลองคนอื่นไม่ใช่เรื่องง่าย คุณต้องละวางอีโก้ออกไปเพื่อจะเล่นให้ได้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งมันไม่เกิดขึ้นในวันนั้น! หลังจากที่ขึ้นเวทีได้ 5 นาทีผมได้แต่คร่ำครวญในใจว่า เอาผมออกไปจากที่นี่เหอะ ขณะที่เล่นสเตรตไทม์นั้นคุณไม่สามารถแทรกทริปเปิลฟิลส์ได้เลย ไม่งั้นมันจะต้องออกมามั่วแน่ ๆ การตีกลองมันไม่ประสานกันเลย เพราะผมไม่ได้ซ้อมกับพวกเขามาก่อน…”

การแสดงของเลดเซฟพลินในไลฟ์เอดถือว่าอยู่ในระดับต่ำว่ามาตรฐานที่เคยทำเอาไว้ เมื่อปีที่แล้วมีดีวีดีบันทึกการแสดงสดไลฟ์เอดวางจำหน่าย วงเลดเซพพลินขอร้องไม่ให้บรรจุการแสดงสดของพวกเขาลงไป โดยให้เหตุผลว่าการแสดงครั้งนี้ต่ำกว่ามาตรฐานของวงมาก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: