Ozzy Osbourne: life with Tony Iommi


สำหรับ Ozzy Osbourne ในด้านหนึ่งเขาเป็นคนที่ไม่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเอาเสียเลย ชายคนนี้ร่ำสุราเป็นอาจิณตั้งแต่เพิ่งอายุเข้าวัย teen โตอีกหน่อยก็แวะเวียนสถานีตำรวจเป็นว่าเล่น แต่ดันมีชื่อเสียง ทำเงินได้เยอะ โดยไม่ทิ้งสันดานเดิมเรื่องร่ำสุรา ยาเสพติดแบบไม่เว้น เคยไปละเลงสีใน lobbies โรงแรมดังระดับโลก เคยเมาแล้วซ่าปัสสาวะราดรดกำแพงป้อมอลาโมอันเลื่องลือ แถมตอนนั้นยังสวมชุดนอนของผู้หญิงอยู่ซะด้วย เคยเมาแล้วกัดนกพิราบเลือดสาดในวันที่เจรจาทางธุรกิจ และเคยกัดหัวค้างคาวบนเวที!! แถมคล้ายๆว่าจะเป็น family man แต่ลูกก็ติดยา โดยเขาได้แต่บอกว่าจะสอนลูกได้อย่างไรในเมื่อตัวเขาเป็นตัวอย่างที่เลวมาก่อนลูกเกิดเสียอีก….

ที่เล่ามาเป็นเพียงวีรเวรวีรกรรมของชายคนหนึ่ง คุณอาจจะเรียกเขาว่าสถุล อาจจะเรียกเขาว่าคนบ้า อาจจะเรียกเขาว่าไอ้หมูตอน อาจจะเรียกเขาว่า rock star ส่วนผมเรียกเขาว่า Ozzy

ฟัง Ozzy ก่อนที่จะฟัง Black Sabbath และชอบ Ozzy มากกว่า Black Sabbath เพราะว่าเขาทำเพลงที่ pop กว่า ติดหูมากกว่า งานล่าสุดของเขาที่ผมซื้อมาเป็น box set ที่มีจำนวน ๔ แผ่น บรรจุเพลงทั้งหมด ๕๑ เพลง ซึ่งดึงเอาเพลงที่เป็น milestone ของเขามารวมไว้ได้ครบครัน สองแผ่นแรก อาจจะไม่ค่อยมีอะไรให้ตื่นเต้นมากนัก เป็นการรวมเองเพลงของตัวเขา แต่แผ่นที่สามน่าสนใจ จะเป็นเพลงที่เขาไปร่วมงานกับคนอื่นๆ ในหลายๆอัลบั้ม อย่างเช่น “Born to Be Wild” กับ Miss Piggy หมูสาวสุดเซ็กซี่ และในแผ่นที่สี่ จะเป็นการเลือกเอาเพลงของศิลปินอื่นมาทำใหม่ แผ่นนี้ผมจะชอบมากเป็นพิเศษ นี่ถ้า box นี้ทำออกมาแค่แผ่นคู่ อาจจะไม่ซื้อเพราะว่าเพลงสองแผ่นแรกค่อนข้างจะรวมเพลงธรรมดาไปนิด ถึงจะมีการเลี่ยงเอาเพลงแสดงสดมาคั่นบ้างก็เถอะ แต่แผ่นสามกับสี่นี่ทำให้ต้องยอมจ่ายเงินซื้อมาครอบครอง

ฟังงานชุดนี้ แล้วก็ชื่นชม Ozzy จริงๆ สำหรับที่ประสบความสำเร็จมายาวนานมากกว่าสามสิบปี เทียบกันในส่วนของความสำเร็จทางการตลาดแล้ว Ozzy ไม่เป็นรองใคร และทุกวันนี้ประสบความสำเร็จมากกว่า Black Sabbath เสียอีก (อันนี้พูดถึงความสำเร็จทางการตลาดเฉยๆ ไม่เกี่ยวกับทางคุณค่าทางดนตรี) และที่สำคัญก็คือ เขาเป็นคนที่เลือกมือกีต้าร์มาร่วมงานด้วยเก่งมาก แต่ละคนที่เคยร่วมงานกับเขาทุกคนล้วนเป็นที่ยอมรับในเรื่องฝีมือกีต้าร์ ยกเว้นเพียง Tony Iommi คนเดียว คนอื่นๆ คือคนที่เขาเจียระไนได้สุดยอด และเมื่อมีคนถามเขาว่ามีวิธีการดูยังไงว่ามือกีต้าร์คนไหนใช่ คนไหนไม่ใช่ Ozzy ตอบเพียงสั้นๆ ว่า เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่รสนิยม มันคล้ายๆ ไม่มีเหตุผล เพียงแค่ฟังแล้วจะรู้ว่าใช่เลยคนนี้ และดีใจที่คนอื่นชอบรสนิยมในการเลือกมือกีต้าร์ของเขา

โดยส่วนตัว Ozzy ชื่อชมมือกีต้าร์อย่าง Eddie Van Halen และ Randy Rhaoads sเป็นพิเศษ คือต้องเป็นคนที่เล่นกีต้าร์แล้วได้อารมณ์ด้วย ซึ่งเขายังยกตัวอย่างถึง Yngwie J Malmsteen ว่าเป็นมือกีต้าร์ที่เก่ง แต่ว่าสำเนียงที่ออกมามัน “too cold” ส่วน Steve Vai ก็เล่นเก่งเกินไป เก่งจนไม่เหมือนมนุษย์เล่น…(อันนี้จะว่าชม Steve ก็ได้ แต่ในความหมายของ Ozzy คือ ฟังเหมือนเครื่องจักรเล่น ไม่มีวิญญาณมนุษย์) ฉบับนี้มาดูเรื่องราวของ Ozzy โดยเน้นที่มือกีต้าร์ที่เขาร่วมงานด้วยดีกว่า เริ่มกันที่ Tony Iommi

(Tony คือจ้าวแห่งท่อนริฟฟ์ปิศาจ – Ozzy)

John Michael Osborne เกิดที่เมืองเบอร์มิงแฮม วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๔๙๑ (แก่กว่าพี่เบิร์ด ธงไชย ไปร่วม ๑๐ ปี) ครอบครัวฐานะยากจน พ่อเป็นกรรมกรโรงงาน ซึ่ง เขาเคยรำลึกความหลังสมัยนั้นว่าเขามีเพียง “ถุงเท้าหนึ่งคู่ รองเท้าหนึ่งคู่ เสื้อแจ๊กเก็ตกับกางเกงอย่างละตัว ไม่เคยสวมชั้นใน…” โอ…ช่างเป็นชีวิตที่รันทดอะไรอย่างนั้น พ่อหมูน้อยๆ !!!

แน่นอน ใครก็ตามที่เกิดในครอบครัวแบบนั้น ยากที่จะได้รับการศึกษาที่ดี ชีวิตของ Ozzy เลยหมิ่นเหม่กับอาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ เป็นประจำ แต่ก็ยังดีที่เขายังได้สัมผัสกับดนตรี blues และ rock n’ roll ดีๆ อย่าง Chuck Berry ที่พี่สาวของเขาโปรดปราน และหลังจากอายุ ๑๕ ชีวิตการศึกษาเขาก็จบลง พร้อมกับการเริ่มต้นทำงานในโรงงานไปจนถึงโรงฆ่าสัตว์ และอายุ ๑๗ ก็โดนส่งตัวเข้าเรือนจำโทษฐานขโมยโทรทัศน์ แต่ก็อยู่ในนั้นไม่กี่เดือน ก็ออกมาโดยมีรอยสักที่โคนนิ้วมือทั้งสี่ (นิ้วชี้ถึงนิ้วก้อย) เป็นตัวอักษรที่อ่านได้ความว่า OZZY ซึ่งโลกทั้งโลกรู้จักเขาในนามนั้น

หลังจากนั้น ชีวิตเขาก็คล้ายๆจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เมื่อพ่อเขาเจียดเงินไปซื้อ P.A. ให้เขาหนึ่งชุด ซึ่งมันเป็นใบเบิกทางให้วงดนตรีหลายๆวงต้องยอมรับให้ Ozzy เป็นนักร้องนำ เพราะในสมัยนั้นไม่ใช่ว่าใครจะมี P.A. กันได้ง่ายๆ ราคาไม่ใช่น้อยๆ คือพูดง่ายๆ Ozzy มันร้องเพลงห่วยยังไง คนก็ต้องยอมเพราะว่า Ozzy มี P.A. เป็นของตัวเอง ดูจะเป็นตรรกะที่ชวนปวดกะโหลกดีแท้

และวงดนตรีที่ต้องหวานอมขมกลืนยอมให้ Ozzy มาเป็นนักร้อง ก็เป็นวงของ Geezer Butler ซึ่งตั้งวงชื่อ Rare Earth (ตอนนั้น Geezer ยังเล่นกีต้าร์อยู่) และหลังจาก Ozzy ได้สำแดงอานุภาพเสียงไปสองงาน วงก็แตกไปเรียบร้อย  Ozzy ก็ไปลงโฆษณาหรือเหยื่อ..เอ๊ย ขออภัย…หาวงดนตรีใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น Tony Iommi ที่สารภาพอย่างจนหนทางว่าเกลียดบุคลิกภาพของ Ozzy (ในตอนนั้น) อย่างเข้าไส้  และทันทีที่เห็นชื่อ Ozzy ในประกาศโฆษณา เขาก็รีบห้าม Bill ไม่ให้ติดต่อกลับไปเพราะสังหรณ์ใจว่าจะเป็น Ozzy เดียวกันกับอดีตรุ่นน้องที่โรงเรียน แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อพ่อหมูน้อยมี P.A. ซึ่งจำเป็นสำหรับเวลาไปแสดงสด Bill Ward ก็เลยไม่ฟังคำทัดทานของ Tony

หลังจากผ่านไปสามอาทิตย์ ทั้งสี่คนก็มาร่วมงานกันเป็นวงดนตรีจนได้ Ozzy รับหน้าที่นักร้องนำ Tony เป็นมือกีตาร์ Bill เป็นมือกลอง และ Geezer ยอมเสียสละเลิกเล่นกีต้าร์มาจับเบสแทน และหลังจากนั้น Black Sabbath ก็กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของดนตรี metal

ขอข้ามเรื่องของ Black Sabbath ไปเลยแล้วกัน ตัดมาช่วงท้ายๆ สมัยที่ Ozzy ทำท่าจะลาออก ข้ามมาที่ปี 1977 (พุทธศักราช ๒๕๒๐ – เออ ไม่รู้เป็นไง ช่วงนี้รู้สึกตัวเองชอบใช้สลับๆ ระหว่างปีค.ศ. กับ พ.ศ. วานคุณบก. ช่วยปรับๆ แก้ๆ ให้เป็นทางเดียวกันด้วยนะครับ)  ปีนั้นพ่อของ Ozzy เสียชีวิต บวกกับการใช้ยาเสพติดและดื่มสุรามากมายเป็นประจำ ทำให้ Ozzy เข้าสู่สภาวะซึมเศร้า ซึ่งมันสร้างภาระและเป็นปัญหากับการทำงานเป็นวงดนตรี ตัว Ozzy เองก็คล้ายๆจะหมดไฟ เมื่อเขาตัดสินใจลาออกก่อนที่จะเริ่มต้นทำอัลบั้ม Never Say Die! ซึ่ง Black Sabbath ก็หานักร้องนำคนใหม่มาแทนที่เขาเรียบร้อย  แต่ว่าเขาก็กลับมาซะอย่างนั้น แต่ก็ไม่วายแผงฤทธ์ไม่ยอมร้องเพลงที่ทำขึ้นในช่วงที่เขาไม่อยู่ในวงด้วย เป็นเหตุให้ Bill Ward ต้องรับหน้าที่ร้องนำแทนในงานชุดนั้นด้วยเพลงหนึ่ง และอีกเพลงต้องกลายเป็นเพลงบรรเลงไป

Never Say Die! เป็นงานที่ไม่ค่อยดีนัก ตามมาตรฐาน Black Sabbath ในยุค Classic & Original Line Up และในที่สุด ก็ถึงเวลาที่ Bill (คนที่ยืนกรานให้ Ozzy มาร่วมวง) ก็เป็นคนตัดสินใจไปบอก Ozzy ว่า Tony ไม่ต้องการให้ Ozzy อยู่ร่วมวงอีกต่อไปแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว เป็นตัว Bill ปรึกษากับ Geezer และตัดสินใจกันสองคน โดยที่ Tony มารู้ที่หลัง แต่เขาก็ไม่ได้ทัดทานอะไร เพราะไม่ชอบ Ozzy อยู่เหมือนกัน

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ Ozzy ตกต่ำอย่างมาก เขาเดินทางไป Hollywood และพำนักในโรงแรมโดยไม่เปิดแม้แต่ผ้าม่านให้แสงจากภายนอกลอดเข้ามาในห้อง เป็นเช่นนั้นอยู่นานถึง 6 เดือน จนกระทั่งมีสาวนางหนึ่งเข้ามาดึงชีวิตของเขาให้ดีขึ้น

Sharon ลูกสาวของผู้จัดการของ Black Sabbath นำเงิน 500$ มาให้เขาถึงห้อง และก็ต้องหัวเสียสุดขีดเมื่อ Ozzy ใช้มันหมดไปกับยาเสพติดและสุราในพริบตา และเมื่อเธอโกรธ อะไรก็เกิดขึ้นได้

ตรงนี้ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าหาข้อมูลไม่ค่อยได้ ว่า Sharon ทำยังไง Ozzy ถึงกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ ได้ แต่ที่แน่ๆ คือ หลังจากนั้นเธอกลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวของ Ozzy โดยเธอให้ความเห็นว่าถึงจะอย่างไร Ozzy ก็ยังเป็น entertainer ชั้นเยี่ยมที่ยังขายให้กับแวดวง rock ได้แน่ๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.