ข้ามไปยังเนื้อหา
โฆษณา

Ozzy Osbourne: กับแรนดี โรดส์


แรนดีคือเพื่อน

ออสซี ออสบอร์น

ประมาณกลางปีค.ศ. 1979 ออสซี ออสบอร์นเริ่มรวบรวมนักดนตรีมาร่วมงานกับเขา โดยในที่สุดก็ได้ ลี เคอร์สเลค อดีตมือกลองวงยูไรอาห์ฮีป (Uriah Heep) , บ็อบ ไดสลีย์ อดีตมือเบสวงเรนโบว์ (Rainbow) มาเป็นทีมริธึมทรงพลังวางใจได้ แต่ปัญหาสำคัญคือใครจะเป็นมือกีตาร์ที่จะมาเคียงคู่เขา และใครคนนั้นจะต้องเผชิญกับเงาทะมึนของ โทนี ไอออมมี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พระเจ้าคงเมตตาเขาอยู่บ้าง เลยดลใจให้ ดานา สตรัม มือเบสที่หากินแถวฮอลลีวู้ดและเป็นเพื่อนของชารอนได้แนะนำให้ แรนดี โรดส์ มาทดสอบฝีมือ และเพียงแค่ทดสอบครั้งเดียว ออสซีก็รู้ว่าได้พบกับมือกีตาร์ของเขาแล้ว

ช่วงปลายทศวรรษเจ็ดสิบ มีมือกีตาร์ในสายร็อกเพียงสองคนที่โดดเด่นมากในลอสแอนเจลิส คนหนึ่งคือ เอ็ดดี แวน แฮเลน มือกีตาร์วงแวนแฮเลน (Van Halen) กับอีกคนหนึ่งก็คือ แรนดี โรดส์ แห่งวงไควเอ็ตไรอัต (Quiet Riot)

ozzy osbourne ฿ randy rhoads

แรนดี โรดส์ เกิดวันที่ 6 ธันวาคม 1956 (พ.ศ. 2499) โดยมารดาของเขาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการเป็นมือกีตาร์ เพราะเดโลเรส มารดาเขาเปิดโรงเรียนสอนกีตาร์ เขาจึงได้เรียนรู้ทฤษฎีดนตรีมาตั้งแต่เล็ก และเมื่อโตขึ้นเขาก็เป็นครูสอนกีตาร์ในโรงเรียนของมารดา และหลังจากเขาสอนให้เพื่อนสนิท เคลลี การ์นี เล่นเบสเป็นแล้วก็ร่วมกันก่อตั้งวงดนตรีไควเอ็ตไรอัตขึ้น โดยได้ ดรู ฟอร์ไซธ์ เป็นมือกลองและ เควิน ดูโบรว์ เป็นนักร้องนำ ซึ่ง ไควเอ็ตไรอัตและแวนแฮเลนต่างเป็นคู่แข่งกันในลอสแอนเจลิสและทั้งคู่ต่างเป็นผู้นำสไตล์การเล่นกีตาร์ให้รุ่นต่อมาเลียนแบบเป็นโขยง เพราะก่อนหน้านั้นมือกีตาร์ส่วนใหญ่ยังเลียนแบบ จิมี เฮนดริกซ์ อยู่เลย

แรนดีก็ได้รับอิทธิพลจากคนอื่นมาเหมือนกัน ตัวเขายอมรับว่าชอบ มิก รอนสัน (มือกีตาร์คู่บารมี เดวิด โบวี ในทศวรรษเจ็ดสิบ) จนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาหันมาเล่นกีตาร์เลสพอลสีขาว ซึ่งต่อมา โจดี รัสคิน แฟนสาวของเขาออกไอเดียที่จะวาดลวดลายจุดกลมลงไป จนต่อมากลายเป็นภาพเจนตากับลายจุดบนกีตาร์ ลามมาบนเสื้อแม้กระทั่งแฟนเพลงไควเอ็ตไรอัตในยุคนั้นยังใช้ลายจุดกลมนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงตัวว่าเป็นแฟนเหนียวแน่น เจ้าลายนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าโพลกาด็อท

ไควเอ็ตไรอัตมีงานออกมาสองชุดคือ ไควเอ็ตไรอัตวันและทู (Quiet Riot I, Quiet Riot II) ซึ่งวางขายในญี่ปุ่นเท่านั้น สองแผ่นหายากในปัจจุบันแต่ว่าบางเพลงจากสองอัลบั้มนี้มารวมอยู่ในอัลบั้มเดอะแรนดี โรดส์เยียรส์ (The Randy Rhoads Years)

หลังจากบันทึกเสียง ไควเอ็ตไรอัตทู ได้ไม่นาน เคลลี การ์นี ก็ลาออก มือเบสที่เข้ามาแทนคือ รูดี ซาร์โซ (ซึ่งต่อมาแรนดีดึงไปร่วมงานกับออสซี ออสบอร์น) และหลังจากนั้นไม่นาน แรนดี โรดส์ก็ลาออกมาเป็นมือกีตาร์ของออสซี ออสบอร์น

ความสัมพันธ์ของแรนดีกับออสซีดีมาก ขนาดไปอยู่ในอพาร์ทเมนต์เดียวกันทั้งที่บุคลิกของทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว ขณะที่ออสซีเอาแต่เมาและนอนกลิ้งเป็นหมูตอนในห้อง แรนดี โรดส์กลับใช้เวลาว่างในการทำความสะอาดบ้าน…

ทั้งคู่ร่วมมือกันเขียนเพลงโดยส่วนใหญ่แรนดีจะเริ่มต้นกับท่อนริฟฟ์และไอเดีย แล้ว บ็อบ ไดส์ลีย์ จะเป็นคนเขียนเนื้อร้องหลัก ออสซึ่จะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเอาท่อนไหนไม่เอาท่อนไหนและจะวางทำนองอย่างไร ที่สำคัญคือแรนดีเป็นคนใจเย็นพอจะอธิบายเรื่องเกี่ยวกับดนตรีให้ออสซีฟัง และคอยสอนออสซีเรื่องดนตรีรวมถึงให้คำแนะนำเช่น น่าจะลองเปลี่ยนคีย์หรือทำอย่างอื่น ดังนั้นการทำงานของทั้งสองคนจึงราบรื่น ไม่เหมือนกับการทำงานในวงแบล็กซับบาธที่ออสซีมีส่วนร่วมค่อนข้างน้อยไปนิด เพราะหน้าที่หลักจะเป็นของโทนีกับกีเซอร์

บันทึกเสียงภายในเวลาสั้นอันจำกัดเพียงหนึ่งเดือนที่เป็นเส้นตายเพราะเงินก้อนสุดท้ายเพียงพอเท่านั้นทำให้ไม่อาจขัดเกลาอะไรได้มากนัก ถึงแม้แรนดีจะคอยช่วยหันเหความสนใจให้เลิกกังวลแต่ก็ช่วยไม่ได้มาก ยิ่งออสซีเองก็ค่อนข้างจะเมาเละในสตูดิโอเกือบตลอดเวลา

เมาขนาดว่า ขณะกำลังบันทึกเสียงร้องของเขาอยู่ดี ๆ ก็เงียบไป แม็กซ์ นอร์แมนที่กำลังคุมการบันทึกเสียงอยู่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอุปกรณ์หรือเปล่า ถึงได้มีเสียงอะไรแทรกแปลก ๆ เลยเดินไปดู ปรากฏว่าพ่อหมูตอนปัสสาวะราดรดพรมห้องบันทึกเสียงหน้าตาเฉย….

เป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยพี่ออสซี!!!!

และในขณะที่ออสบอร์นมักจะรีบให้เสร็จเร็ว ๆ เพราะมีปัญหาทางการเงินคอยไล่จี้อยู่ (แต่ตัวเองเมาเละ) แรนดีซึ่งไม่ดื่มระหว่างการบันทึกเสียงมักจะเป็นคนเข้าไปหา แม็กซ์ นอร์แมน ผู้ควบคุมการบันทึกเสียงพร้อมกับขอฟังและออกไอเดียแก้ไขและซ่อมแซมเพิ่มเติม

ขณะทำงานชุดนี้ยังไม่มีสัญญาออกอัลบั้มกับใครที่ไหนทั้งสิ้น เงินที่ใช้จ่ายเป็นเงินส่วนตัวของออสซีและตอนนั้นอยู่ในสถานะย่ำแย่ แต่ในที่สุด ชารอนก็หาทางให้ออสซี ออสบอร์นเซ็นสัญญาจนได้

และผลก็คืออัลบั้มสุดคลาสสิก บลิดซาร์ดออฟออส (Blizzard of Ozz) ซึ่งหน้าปกใช้ภาพพจน์เก่าสมัย แบล็กซับบาธเป็นตัวเรียกแฟนเพลง แต่เมื่อเปิดฟังเพลงข้างในแล้วมันเป็นคนละเรื่องกันเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นเมทัล แต่มันไม่ใช่กลิ่นอายแบบแบล็กซับบาธที่ทำดนตรีมืดหม่นออกดิบหน่อย ดนตรีของออสซี ออสบอร์นจะสดใสกว่าแม้จะมีปัญหาด้านเสียงร้องที่ออกโทนเดียวไปหน่อย แต่บทเพลงมีท่วงทำนองมากขึ้น เน้นความสนุกสนานออกป็อปและป็นจุดเริ่มต้นของทศวรรษเมทัลยุค 80

และงานชุด ไดอารีออฟอะแมดแมน (Diary Of a Madman)ก็เป็นการก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่ง โดยเฉพาะเสียงกีตาร์ที่หนาแน่นกว่า เพราะคราวนี้แรนดีได้ใช้เวลาในห้องบันทึกเสียงนานขึ้นเพราะได้เงินจากบริษัทมาจ่าย ทว่าปัญหาก็มาจากตัว บ็อบ ไดส์ลีย์ กับ ลี เคอร์สเลค ในช่วงท้ายการบันทึกเสียง และจบลงด้วยการโดนไล่ออกจากวงทั้งคู่ แรนดีดึง รูดี ซาร์โซเพื่อนเก่าจากไควเอ็ตไรอัตเข้ามาเป็นมือเบส ส่วนมือกลองได้ทอมมี อัลดริจด์ อดีตมือกลองวงแบล็กโอ้กอาแคนซอว์ (Black Oak Arkansas) มาแทน

แรนดี โรดส์ เปรียบเสมือนดาวตกแห่งวงการเมทัลจากย่านซันเซ็ทสตริป เขามีบทบาทระหว่างปีค.ศ. 1975 – 1982 และมีงานกับออสซี ออสบอร์นเพียงสองอัลบั้ม ไม่นับรวมอีกสองอัลบั้มที่ทำงานร่วมกับไควเอ็ตไรอัตซึ่งก็ถือว่าน่าแปลกทีเดียว ถ้าใครเคยฟัง สมัยอยู่กับไควเอ็ตไรอัตเข้าข่ายย่ำแย่ ยิ่งในงานชุด เดอะแรนดี โรดส์เยียรส์ ที่เอาชื่อเขามาขายกินก็มีคุณภาพต่ำ ไม่ใช่แค่เรื่องการผลิตแต่เป็นเรื่องของดนตรีด้วย ถึงแม้ว่าจะเอาใจช่วยก็ไม่ช่วยอะไรมาก ถ้าไม่ใช่แฟนเพลง แรนดี โรดส์ แบบดายฮาร์ดก็ควรเลี่ยงไปดีกว่า

ช่วงการทัวร์ ไอดะรีออฟอะแมดแมน เริ่มเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวแรนดี โรดส์อย่างเช่น เคลลี การ์นี เพื่อนเก่าออกมาบอกภายหลังว่าโรดส์ไม่ค่อยมีความสุขกับชื่อเสียงของเขามากนัก ส่วน รูดี ซาร์โซ เล่าว่า แรนดีไม่ค่อยอยากเล่นเพลงเก่าของแบล็กซับบาธมากนัก เพราะไม่ใช่สไตล์ของเขา และเขาไม่ใช่คนเล่นริฟฟ์ได้หนักหน่วงมหาศาลปานภูผาถล่มทลายแบบ โทนี ไอออมมี อย่างไรก็ตาม เขาก็เต็มใจเล่นเพลงของแบล็กซับบาธเพราะรู้ดีว่ามันเป็นอดีตของออสซีที่แฟนเพลงต้องการฟัง โดย รูดี ซาร์โซ ให้ความเห็นว่าเวลาที่แรนดีเล่นเพลงของแบล็กซับบาธจะเห็นความอีดอัดไม่สบายใจชัดมาก ซึ่งแม้แต่ทอมมี อัลดริดจ์ยังรับรู้ว่าแรนดีมีปัญหาเวลาเล่นเพลงเก่าของแบล็กซับบาธ

ระหว่างที่ออกแสดงสดตามที่ต่าง ๆ แรนดีจะใช้เวลาว่างในการเปิดสมุดหน้าเหลืองเพื่อหาครูสอนกีตาร์คลาสสิก ทั้งที่หลายคนรอบข้างลงความเห็นว่าเขารู้มากกว่าครูที่มาสอนเกือบ 99 เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีข่าวออกมาว่า เขาอยากลาออกจากวงเพื่อไปศึกษาดนตรีคลาสสิกในมหาวิทยาลัย เขาเริ่มพูดเรื่องนี้กับสมาชิกในวง ซึ่งแน่นอนว่า ออสซีคัดค้านอย่างสุดตัว แต่ว่าแรนดีก็ไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจ

ขณะที่เขากำลังจะเลือกว่าจะไปศึกษาต่อที่ยูซีแอลเอหรือว่าจะเล่นกับออสซีต่อไป เมื่อจบการแสดงในงานเดอะร็อกซูเปอร์โบวล์สิบสี (The Rock Superbowl XIV) ที่ออร์แลนโดในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 1982 เรียบร้อย ขณะที่รถบัสขับถึงเมืองลีเบิร์กก็ต้องหยุดเพื่อซ่อมแซมบางอย่าง และที่ซ่อมรถนี้มีสนามบินขนาดเล็กอยู่ด้วย แอนดรู อายค็อค คนขับรถซึ่งเป็นคนเมืองนี้และมีใบอนุญาตขับเครื่องบินอยู่แล้ว เลยลองขับเครื่องบินเล่น ครั้งแรกเขาพาดอน แอร์รีย์ มือคีย์บอร์ดเป็นผู้โดยสาร เหตุการณ์ผ่านไปโดยเรียบร้อย เครื่องบินเครื่องยนต์เดียวปี 1955 ทำงานได้สบายไม่มีทีท่าว่าจะส่อแววปัญหา หลังจากดอน แอร์รีย์ลงมา ก็เดินมาชวนแรนดีให้ขึ้นไปลองบินดู

ความจริงแรนดีเป็นคนกลัวความสูงและกลัวการบิน แต่ ราเชล ยังบลัด เสนอตัวจะขึ้นไปเป็นเพื่อน เพราะทั้งทอมมี อัลดริดจ์ และรูดี ซาร์โซ ต่างปฏิเสธที่จะขึ้นไปลองบินดู

แต่เครื่องบินกลับไปชนรถบัส… แรนดี โรดส์ จากไปตลอดกาล…

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: