Ozzy Osbourne: Life With Randy Rhoads


(Randy คือ เพื่อน- Ozzy)

ประมาณช่วงกลางๆ ปี 1979 Ozzy ก็เริ่มรวบรวมนักดนตรีมาร่วมงานกับเขา โดยในที่สุดก็ได้ Lee Kerslake อดีตมือกลองวง Uriah Heep, Bob Daisley อดีตมือเบสวง Rainbow มาเป็นทีม rhythm แต่ปัญหาสำคัญคือใครจะเป็นมือกีต้าร์ที่จะมาเคียงคู่เขา ซึ่งใครคนนั้นจะต้องเผชิญกับเงาทะมึนของ Tony อย่างหลืกเลี่ยงไม่ได้

ซึ่งพระเจ้าคงจะยังมีเมตตาเขาอยู่บ้าง ก็เลยดลใจให้ Dana Stum มือเบสที่หากินแถว Hollywood และเป็นเพื่อนของ Sharon ได้แนะนำให้ Randy Rhoads มาทดสอบฝีมือกับ Ozzy และเพียงแค่ทดสอบครั้งเดียว Ozzy ก็รู้ว่เขาได้พบกับมือกีต้าร์ของเขาแล้ว

Randy Rhoads ผู้เปรียบเสมือนดาวตกแห่งวงการ rock guitar เขามีบทบาทในช่วงสั้นๆ ระหว่างปี 1980 – 1982 และมีงานเพียงสองอัลบั้มกับ Ozzy ไม่นับรวมอีกสองอัลบั้มที่ทำงานร่วมกับ Quiet Riot ซึ่งก็ถือว่าน่าแปลกทีเดียว ไม่ทราบว่าคุณได้ฟังงานของ Randy Rhoads สมัยอยู่กับ Quiet Riot มั้ยครับ งานมันไม่ดีจนเข้าข่ายย่ำแย่เลย ยิ่งในงานชุด The Randy Rhoads Years ที่เอา Randy มาขายกินก็มีคุณภาพต่ำ ไม่ใช่แค่เรื่อง production แต่เป็นเรื่องของดนตรีด้วย ถึงแม้ว่าจะเอาใจช่วย Randy แต่ก็ไม่ช่วยอะไรมาก บอกตรงๆว่าถ้าไม่ใช่แฟนเพลง Randy แบบ die hard ก็เลี่ยงๆ งานชุดนี้ไปดีกว่าครับ

ในช่วงปลายทศวรรษเจ็ดสิบ มีมือกีต้าร์ในสาย rock เพียงสองคนที่โดดเด่นมากใน L.A. คนหนึ่งคือ Eddie Van Halen มือกีต้าร์วง Van Halen กับอีกคนหนึ่งก็คือ Randy Rhoads แห่งวง Quiet Riot

ozzy-osbourne-randy-rhoads

Randy Rhoads เกิดวันที่ 6 ธันวาคม 2499 โดยมารดาของเขาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการเป็นมือกีต้าร์ เพราะมารดาเขาเปิดโรงเรียนสอนกีต้ารืเป็นกิจจะลักษณะ Randy จึงได้เรียนรู้ทฤษฎีดนตรีมาตั้งแต่เล็ก และเมื่อโตขึ้นเขาก็เป็นครูสอนกีต้าร์ในโรงเรียนของมารดา และหลังจากเขาสอนให้ Kelly Garni เล่นเบสเป็นแล้ว ก็ร่วมกันก่อตั้งวงดนตรี Quiet Riot ขึ้น โดยได้ Drew Forsyth เป็นมือกลองและ Kevin DuBrow เป็นนักร้องนำ ซึ่ง Quiet Riot และ Van Halen ต่างเป็นคู่แข่งกันใน L.A. และต่อมาทั้งคู่ก็เป็นผู้นำสไตล์การเล่นให้มือกีต้าร์รุ่นต่อมาเลียนแบบเป็นโขยง เพราะก่อนหน้านั้น มือกีต้าร์ส่วนใหญ่ยังเลียนแบบ Jimi Hendrix อยู่เลย

แต่ตัว Randy ก็ได้รับอิทธิพลจากคนอื่นมาเหมือนกัน ตัวเขายอมรับว่า ชอบ Mick Ronson (มือกีต้าร์คู่บารมี David Bowie ในทศวรรษเจ็ดสิบ) จนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาหันมาเล่นกีต้าร์ Les Paul สีขาว ซึ่งเจ้าตัวนี้ต่อมาแฟนสาวของ Randy ชื่อ Jody Raskin ออกไอเดียที่จะวาดลวดลายจุดกลมๆ ลงไป จนต่อมากลายเป็นภาพเจนตากับลายจุด แต่เป็นบนกีต้าร์ Flying V เสียนี่ เจ้าลายนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า polka dot

Quiet Riot มีงานออกมาสองชุดคือ Quiet Riot I และ Quiet Riot II ซึ่งวางขายในญี่ปุ่นเท่านั้น สองแผ่นนี้หายากในปัจจุบันแต่ว่าบางเพลงจากสองอัลบั้มนี้มารวมอยู่ในอัลบั้ม The Randy Rhoads Years

หลังจากออกงานชุด Quiet Riot II ได้ไม่นาน Kelly ก็ลาออก มือเบสที่เข้ามาแทนคือ Rudy Sarzo (ซึ่งต่อมา Randy ดึงไปร่วมงานกันอีกครั้งกับ Ozzy) และหลังจาก Kelly ออกไม่นาน Randy ก็ลาออกไปเหมือนกัน และต่อมาเขาก็มาเป็นมือกีต้าร์ของ Ozzy

ความสัมพันธ์ของ Randy กับ Ozzy ดีมากๆ ขนาดไปอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกัน…(เอ๊ะ หรือว่าเป็นเกย์…) ทั้งๆที่บุคลิกของทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว ขณะที่ Ozzy เอาแต่เมาและนอนกลิ้งเป็นหมูตอนในห้อง Randy กลับใช้เวลาว่างในการทำความสะอาดบ้าน…

ทั้งคู่ ร่วมมือกันเขียนเพลงโดยส่วนใหญ่ Randy จะเริ่มต้นกับท่อนริฟฟ์และไอเดีย แล้ว Bob Daisley จะเป็นคนเขียนเนื้อร้องหลักๆ ส่วน Ozzy จะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเอาท่อนไหน ไม่เอาท่อนไหน และจะวาง melody อย่างไร

ที่สำคัญคือ Randy เป็นคนใจเย็นพอจะอธิบายเรื่องเกี่ยวกับดนตรีให้ Ozzy ฟัง Randy จะเป็นคนคอยสอน Ozzy เรื่องดนตรี รวมถึงให้คำแนะนำเช่น น่าจะลองเปลี่ยนคีย์หรืออื่นๆ  ดังนั้นการทำงานของทั้งสองคนจึงราบรื่น ไม่เหมือนกับการทำงานในวง Black Sabbath ที่ Ozzy มีส่วนร่วมค่อนข้างน้อยไปนิด เพราะหน้าที่หลักจะเป็นของ Tony กับ Geezer

ใน Blizzard of Ozz จะมีเพลงบรรเลง acoustic สั้นๆ ชื่อว่า Dee ซึ่งเป็นชื่อเล่นของ Delores มารดาของ Randy ซึ่ง Randy ตัดสินใจแทรกการบรรเลงสั้นๆ นี้ในอัลบั้มด้วย โดยที่ตอนแรกไม่ได้วางแผนกันไว้ก่อน  ซึ่งสำหรับ Randy แล้วรู้สึกว่ามารดาเขาจะมีอิทธิพลกับเขามากเพราะ วงแรกที่เขาก่อตั้งก็ใช้ชื่อว่า Violet Fox ซึ่ง Vilolet เป็นชื่อกลางของมารดาเขานั่นเอง

ภายในเวลาสั้นๆ อันจำกัดเพียงหนึ่งเดือนที่เป็นเส้นตาย เพราะเงินก้อนสุดท้ายของ Ozzy เพียงพอเท่านั้นทำให้ไม่อาจแก้ไขอะไรได้มากนัก ถึงแม้ Randy จะคอยช่วยหันเหความสนใจ Ozzy ให้เลิกกังวล แต่มันก็ช่วยไม่ได้มาก ยิ่งเมื่อ Ozzy เองก็ค่อนข้างจะเมาเละในสตูดิโอเกือบตลอดเวลา

ก็เมาขนาดว่า ขณะกำลังบันทึกเสียงร้องของเขาอยู่ดีๆ ก็เงียบๆ ไป Max ที่กำลังคุมการบันทึกเสียงอยู่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอุปกรณ์หรือเปล่า ถึงได้มีเสียงอะไรแทรกแปลกๆ เลยเดินไปดู ปรากฏว่าพ่อหมูตอน Ozzy ปัสสาวะราดรดพรมห้องบันทึกเสียงหน้าตาเฉย….

เป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยพี่ Ozzy !!!!

ซึ่งจะตรงข้ามกับ Randy ที่จะไม่ดื่มระหว่างการบันทึกเสียง และในขณะที่ Ozzy มักจะรีบๆ ให้เสร็จๆ เร็วๆ เพราะมีปัญหาทางการเงินคอยไล่จี้อยู่ (แต่ตัวเองเมาเละเทะ) เพราะขณะที่ทำงานชุดนี้ Ozzy ยังไม่มีสัญญาออกอัลบั้มกับใครที่ไหนทั้งสิ้น เงินที่ใช้จ่ายเป็นเงินส่วนตัวของ Ozzy ที่อยู่ในสถานะย่ำแย่มากๆ  Randy มักจะเป็นคนเข้าไปหา Max Norman ผู้ควบคุมการบันทึกเสียงพร้อมกับขอฟังและออกไอเดียแก้ไขและการซ่อมแซมเพิ่มเติม

และผลก็คืออัลบั้มสุดคลาสสิก Blizzard of Ozz  ซึ่งหน้าปกใช้ภาพพจน์เก่าๆ สมัย Black Sabbath มาเป็นตัวเรียกแฟนเพลงเดิมๆ แต่เมื่อเปิดฟังเพลงข้างในแล้วมันเป็นคนละเรื่องกันเลย คือถึงแม้ว่าจะเป็น metal แต่มันไม่ใช่กลิ่นอายแบบ Black Sabbath ถึงแม้ว่า Ozzy จะมีปัญหาด้านเสียงร้องที่ออกจะ mono ไปหน่อย แต่ว่าตอนนี้บทเพลงมีท่วงทำนองมากขึ้น เพลงเน้นที่ความสนุกสนานแบบ pop และมันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของทศวรรษแห่ง metal จาก L.A. คือถ้าเทียบ Black Sabbath เพลงจะออกไปทางมืดๆ หม่นๆ ดนตรีของ Ozzy จะออกร่าเริงสดใสกว่า

และงานชุด Diary Of a Madman ก็เป็นการก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่ง โดยเฉพาะเสียงกีต้าร์ที่หนาแน่นกว่า เพราะคราวนี้ Ozzy ปล่อย Randy ใช้เวลาในห้องบันทึกเสียงนานขึ้น เพราะได้เงินจากบริษัทมาจ่าย ทว่า ปัญหาก็มาจากตัว Bob และ Lee ในช่วงท้ายๆการบันทึกเสียง และจบลงด้วยการที่ Ozzy ไล่ทั้งคู่ออกจากวง โดย Randy ไปดึงเอา Rudy เพื่อนเก่าจาก Quiet Riot เข้ามาเป็นมือเบส ส่วนมือกลองได้ Tommy Aldridge อดีตมือกลองวง Black Oak Arkansas มาแทน

ช่วงการทัวร์ Diary of a Madman เริ่มเป็นช่วงที่หลายๆคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัว Randy อย่างเช่น Kelly เพื่อนเก่าจะวง Quiet Riot ก็ออกมาบอกภายหลังว่า Randy ไม่ค่อยมีความสุขกับชื่อเสียงของเขามากนัก ส่วน Rudy ก็เล่าว่าจริงๆ แล้ว Randy ไม่ค่อยอยากเล่นเพลงเก่าๆ ของ Black Sabbath มากนัก เพราะว่ามันไม่ใช่สไตล์ของเขา และเขาไม่ได้เป็นคนเล่นริฟฟ์ได้หนักหน่วงมหาศาลปานภูผาถล่มทลายแบบ Tony อย่างไรก็ตาม Randy ก็เล่นเพลงของ Black Sabbath เพราะรู้ดีว่ามันเป็นอดีตของ Ozzy ที่แฟนเพลงต้องการฟัง โดย Rudy ให้ความเห็นว่าเวลาที่ Randy เล่นเพลงของ Black Sabbath จะเห็นถึงความไม่สบายของเขาชัดมาก ซึ่งแม้แต่ Tommy ก็ยังรับรู้ว่า Randy มีปัญหาเวลาเล่นเพลงเก่าๆ ของ Black Sabbath

ระหว่างที่ออกแสดงสดตามที่ต่างๆ Randy จะใช้เวลาว่างในการเปิดสมุดหน้าเหลืองเพื่อหาครูสอนกีต้าร์คลาสสิก ทั้งๆที่หลายๆคนรอบข้างลงความเห็นว่า Randy รู้มากกว่าครูที่มาสอนซะเกือบ 99 เปอร์เซ็นต์  และข่าวก็ออกมาว่า Randy ประสงค์จะลาออกจากวง เพื่อไปศึกษาดนตรีคลาสสิกในมหาวิทยาลัย เขาเริ่มพูดเรื่องนี้กับ Rudy, Tommy และท้ายที่สุด Ozzy  ซึ่งแน่นอนว่า Ozzy คัดค้านอย่างสุดตัว แต่ว่าเขาก็ไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจ

ขณะที่เขากำลังจะเลือกว่าจะไปศึกษาต่อที่ UCLA หรือว่าจะเล่นกับ Ozzy ต่อไป เมื่อจบการแสดงในงาน The Rock Superbowl XIV ที่ Orlando ในวันที่ 18 มีนาคม 1982  เรียบร้อย และจะไปที่อื่น ขณะที่รถบัสขับถึงเมือง Leeburge รถก็ต้องหยุดเพื่อซ่อมแซมบางอย่าง และที่ซ่อมรถนี้ มีลานบินอยู่ด้วยAndrew Aycock คนขับรถ ซึ่งเป็นคนเมืองนี้ด้วยมีใบอนุญาตขับเครื่องบินอยู่แล้ว เลยลองไปขับเครื่องบินเล่น โดยครั้งแรก Don Airey เป็นผู้โดยสาร เหตุการณ์ผ่านไปโดยเรียบร้อย เครื่องบินเครื่องยนต์เดียวปี 1955 ทำงานของมันได้อย่างสบายๆ ไม่มีทีท่าว่าจะส่อแววปัญหา หลังจาก Don ลงมา ก็เลยไปชวน Randy ให้ขึ้นไปลองบินดู

ซึ่งอันที่จริงแล้ว Randy เป็นคนกลัวความสูง และกลัวการบิน แต่ Rachal Youngblood เพื่อนของ Sharon เสนอตัวจะขึ้นไปเป็นเพื่อน เพราะทั้ง Tommy และ Rudy ต่างปฎิเสธที่จะขึ้นไปลองบินดู

แต่เครื่องบิน กลับไปชนรถบัส….Randy จากไปตลอดกาล…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s