Ozzy Osbourne: Life after Randy


หลังจากการจากไปของ Randy ปัญหาเรื่องมือกีต้าร์กลายเป็นสิ่งที่หนักใจของ Ozzy มาก ตอนแรกเขาทาบทาม Gary Moore อดีตมือกีต้าร์ Thin Lizzy ซึ่ง Sharon เป็นผู้จัดการอยู่ แต่ Gary ปฎิเสธ  คนต่อมาก็คือ  Michael Shanker แต่ว่า Michael เรียกค่าตัวสูงมาก และในตอนนั้นถึงแม้ว่าอัลบั้มของเขาจะขายดี แต่สถานะการเงินที่ย่ำแย่ต่อเนื่องยังไม่กระเตื้องขึ้นมากนัก เขาจึงต้องใช้บริการของ Burnie Trome ไปพลางก่อน ซึ่ง Burnie ออกจาก Gillan มาหมาดๆ หลังจาก Ian Gillan ยุบวง Gillan เพื่อไปเป็นนักร้องนำให้ Black Sabbath (อัลบั้ม Born Again)

แต่ก็ต้องยอมรับว่า สไตล์การเล่นของ Burnie มันต่างจาก Randy อย่างสิ้นเชิง Burnie เป็นมือกีต้าร์ rock ที่เล่นแบบเก่าๆ โบราณๆ ติดกลิ่นอาย blues rock อย่าง Jimi Hendrix ต่างจาก Randy ที่เล่นออก pop และมีชั้นเชิงเทคนิคแบบ classical แพรวพราว ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ Burnie อยู่กับ Ozzy เพียงช่วงสั้นๆ

คนที่เข้ามาแทน Burnie ก็คือ Brad Gillis อดีตมือกีต้าร์วง Night Ranger ซึ่งในตอนนั้นวง Night Ranger ยังไม่มีสัญญาทำอัลบั้มกับบริษัทไหนทั้งสิ้น เขาเลยไปเล่นกับวง Alameda All Stars เพิ่มซ้อมมือให้สดๆ อยู่เสมอ และในการเล่นนั้นก็จะมีเพลงของ Ozzy อยู่ใน set list ด้วยเสมอ ซึ่งมันก็ไปถึงหูของ Sharon และเขาก็ได้รับการทาบทามให้มาร่วมงานซึ่ง เขาใช้เวลาร่วมสองอาทิตย์ในการศึกษาและติดตามวง Ozzy ซึ่งมี Burnie เป็นมือกีต้าร์ จนเมื่อ Burnie ออก เขาก็รับหน้าที่แทน

ก็อย่างที่บอกว่าถึงแม้ว่าจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นเยอะ เหมือนจะไปได้สวยสำหรับ Ozzy แต่ว่า สถานะทางการเงินที่ติดลบกับสัญญาที่ทำกับบิดาของ Sharon ยังเรื้อรัง ซึ่งต้องใช้เงินเป็นจำนวนถึง 1 ล้าน 5 แสนเหรียญสหรัฐ บวกกับออกงานให้อีกหนึ่งชุด ซึ่งเป็นเหตุให้มีอัลบั้ม Speak of the Devil ซึ่งเป็นการบันทึกการแสดงสดโดยตัดเอามาแต่เพลงของ Black Sabbath ล้วนๆ

และเมื่อ Night Ranger ได้สัญญาทำอัลบั้มแล้ว Brad ก็ลาออกจากการทำงานให้ Ozzy ไปทำงานกับวงเดิมของตัวเองต่อไป ซึ่ง Brad ให้เหตุผลในการตัดสินใจเดินออกจาก Ozzy ทั้งที่โอกาสที่จะดังและทำเงินกว่าไปร่วมงานกับ Night Ranger ว่า เขารู้สึกสบายใจกับการร่วมงานกับวงเดิมมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ Ozzy ก็ไม่ได้ว่าอะไร เป็นการจากไปด้วยดีและเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย

สิ่งที่ Ozzy ต้องทำก็คือ มองหามือกีต้าร์คนใหม่ที่จะมาร่วมงานกับเขาต่อไป

หลังจากที่ Ozzy ต้องสูญเสีย Randy Rhoads มือกีต้าร์คนสำคัญไปอย่างไม่มีวันกลับ ภาระหนักอึ้งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกก็คือหามือกีต้าร์ถาวรเสียที หลังจากต้องใช้บริการของมือกีต้าร์คนอื่นๆ มาช่วยระหว่างการแสดงสดอันยาวนาน

อันที่จริง ถ้ามองไปที่ฝีมือการเล่นของ Brad Gillis ก็ถือว่าเหมาะสมแบบไม่น่ารังเกียจมากนัก อย่างน้อยถ้าเทียบกับ Burnie Trome  และก็อย่างที่เคยเล่าให้ฟังในฉบับที่แล้วว่า Brad ลาจาก Ozzy ด้วยดีแถม Ozzy ยังหยอดคำหวานทำนองว่า ถ้าช่วงนั้นไมได้ Brad มาช่วยก็คงจะแย่

โดยส่วนตัวแล้ว ทุกครั้งที่ได้ฟัง Speak of the Devil จะรู้สึกทุกครั้งว่า Brad เป็นมือกีต้าร์ที่เหมาะสมกับ Ozzy ได้พอเหมาะเหมือนกัน แต่ในทางกลับกันลองมาคิดๆ ดูไม่ได้ Brad มาเป็นมือกีต้าร์ถารก็ดีแล้ว เพราะคนที่จะมาเป็นมือกีต้าร์ของ Ozzy คนต่อไปเป็นคนที่มีฝีมือร้ายกาจมาก

Ozzy หันไปขอคำแนะนำจาก Dana Strum ที่เคยเป็นคนแนะนำ Randy ให้กับเขา ว่าจะเอาใครมาเป็นมือกีต้าร์ของเขาดี? และ Dana ก็ไม่ทำให้ Ozzy ผิดหวัง เพราะเขาให้ลิสตรายชื่อมือกีต้าร์ถึง 25 คน

ในตอนแรก  Ozzy เลือก George Lynch มือกีต้าร์วง Dokken มาเป็นมือกีต้าร์คู่บารมื ซึ่งถ้าได้ George จริงๆ ก็น่าจะยอดเยี่ยมไม่น้อย เพราะลีลาการเล่นกีต้าร์ที่ดุดันของ George เท่าที่เคยฟังมาเป็นการเล่นที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งในสาย metal ถ้า Dokken ไม่ได้เสียงกีต้าร์ของ George มาช่วยก็คงจะจืดชืดไปเยอะทีเดียว

แต่ว่า George ก็มีบุญ(หรือเวรก็ไม่ทราบ) ได้เล่นกับ Ozzy เพียงแต่ 2 สัปดาห์โดยประมาณ แค่นั้นเอง เพราะ Ozzy ดันไปสนใจมือกีต้าร์หน้าตาเอเชียจากวง Rough Cutt ที่ชื่อว่า Jake E. Lee

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s