Eighties VS Come As You Are


เรื่องแรงบันดาลใจในการทำเพลงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และคนภายนอกแทบจะบอกไม่ได้เลยว่าคนประพ้นธ์เพลงตั้งใจลอกเพลงคนอื่นหรือว่าได้รับอิทธิพลมามากหน่อย หรือว่าได้แรงบันดาลใจ หรือว่าไม่ตั้งใจจริงแต่เพลงมันติดอยู่ใต้จิตสำนึก

อย่างเช่นเรื่องราวระหว่าเพลง “คัมแอสยูอาร์” ของเนอวานากับ “เอจห์ตีส์” ของคิลลิงโจ๊ก ก็เป็นหนึ่งในเรื่องราวคลาสสิกว่าตกลงแล้วลอกหรือว่าได้แรงบันดาลใจ

เพลง “เอจห์ตีส์” ของคิลลิงโจ๊กอยู่ในอัลบั้ม ไนต์ไทม์ (Night Time) ออกเมื่อปีค.ศ. 1985 ส่วน “คัมแอสยูอาร์” ของเนอวานาเป็นเพลงจากอัลบั้มเนเวอมายนด์ (Nevermind) เมื่อปีค.ศ. 1991 ทางฝ่ายคิลลิงโจ๊กอ้างว่าเนอวานาขโมยท่อนริฟฟ์เพลง “เอจห์ตีส์” ไปใช้ใน “คัมแอสยูอาร์”

แล้วก็มีคนตั้งข้อสงสัยถึงความคล้ายคลึงของท่อนริฟฟ์ใน “เอจห์ตีส์” ว่าละม้ายคล้ายคลึงกับเพลง “ไลฟ์โกส์ออน” ของวงเดอะแดมด์เมื่อปีค.ศ. 1982

ลองฟัง…

“Life Goes On” (1982)

“Eighties” (1985)

“Come As You Are” (1991)

จอร์ดี วอล์กเกอร์ มือกีตาร์ของคิลลิงโจ๊กให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1994 ว่ารู้สึกแย่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะ “เรามีรายงานของผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีถึง 2 แห่งยืนยันว่าพวกเขาขโมยเพลงของเราไปใช้ คนดูแลลิขสิทธิ์ของเราส่งจดหมายไปยังผู้ดูแลลิขสิทธิ์เพลงของพวกเขา แล้วรู้มั้ยเขาตอบมาอย่างไร พวกเขาบอกว่า ‘บู’ ไม่เคยได้ยินเพลงนั้นมาก่อน แต่รู้มั้ยว่าในขณะที่พวกเขาบอกว่า เนอวานาไม่เคยได้ยินเพลงนี้ แต่สมาชิกบางคนในวงเคยส่งการ์ดคริสมาสต์มาให้เรา”

เคิร์ต โคเบน ไม่ว่าตอนเขียนเพลงนี้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจให้เหมือนเพลงของคิลลิงโจ๊ก แต่อย่างน้อยเขารู้ว่ามีความคล้ายคลึงกันระหว่าง “คัมแอสยูอาร์” กับ “เอจห์ตีส์” และคนฟังท่อนริฟฟ์หลักของเพลงทั้งสองนี้จะรับรู้ถึงความหล้ายคลึงกันได้ไม่ยากนัก

แดนนี่ โกล์ดเบิร์ก ผู้จัดการของวงเนอวานาเล่าในหนังสืออายวิตเนสเนอวานา: เดอะเดย์-บาย-เดย์โครนิเคิล (Eyewitness Nirvana: The Day-By-Day Chronicle) ว่า “เราได้พบสมาชิกเพื่อจะตัดสินใจกันว่าซิลเกิ้ลที่ 2 จะเป็นพลงอะไรดี เพราะเรายังคิดไม่ตกว่า ‘คัมแอสยูอาร์’ หรือ ‘อินบลูม’ เคิร์ตค่อนข้างจะวิตกกับ ‘คัมแอสยูอาร์’ เพราะว่ามันคล้ายกับเพลงของคิลลิงโจ๊ก แต่เราก็ยังคิดว่าเรามีเพลงที่ดีเยี่ยม แต่ว่าเขาพูดถูกเพราะต่อมาคิลลิงโจ๊ก ก็ติดต่อเรามาเกี่ยวกับเรื่องนี้”

แต่การฟ้องร้องเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะขั้นแรกทางฝ่ายกฎหมายของเนอวานาก็ต้องปฏิเสธตามธรรมเนียม… คิลลิงโจ๊กฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเนอวานาแต่สุดท้ายก็ดึงเรื่องออกหลังจากที่เคิร์ต โคเบนก่ออัตวินิบาตกรรม

หลังจากนั้นไม่ถึงทศวรรษเดฟ โกรห์ล อดีตมือกลองวงเนอวานาก็วนเวียนมาร่วมงานกับคิลลิงโจ๊ก

“เย่ห์ เดฟกับผมหัวเราะกับเรื่องนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา…เขาเข้ามาแนะนำตัวเองกับผมเมื่อตอนที่ผมไปเจอเขาที่หลังเวทีคอนเสิร์ตวงแพนทีรา เมื่อหลายปีมาแล้ว” พอล ราเวน เล่าให้ฟังในช่วงทำอัลบั้ม คิลลิงโจ๊ก เมื่อปีค.ศ. 2003 เมื่อพวกเขากลับมารวมตัวกันหลังจากแยกย้ายกันไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงกลับมาทำอัลบั้มโดยใช้ชื่อวงเป็นชื่ออัลบั้มแบบเดียวกับเมื่อตอนทำอัลบั้มแรกเมื่อปีค.ศ. 1980 แต่การกลับมารวมตัวกันครั้งนี้มีมือกลองชื่อ เดฟ โกรห์ล!

เรื่องราวแบบนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เก็บไว้เป็นเรื่องเล่ากล่าวถึง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.