ข้ามไปยังเนื้อหา

Ozzy Osbourne and Jake E Lee


หลังจากที่ออสบอร์นต้องสูญเสีย แรนดี โรดส์ มือกีตาร์คนสำคัญไปอย่างไม่มีวันกลับ ภาระหนักอึ้งที่เขาต้องทำเป็นอย่างแรกก็คือหามือกีตาร์ถาวรเสียที หลังจากต้องใช้บริการของมือกีตาร์คนอื่นมาช่วยระหว่างการแสดงสดอันยาวนาน

เจก เขาก็ดีนะ แต่แค่สามวันแรกที่รู้จักกันเท่านั้น

Ozzy

ฝีมือการเล่นของ แบรด กิลลิส ก็ถือว่าเหมาะสม ออสซียังหยอดคำหวานทำนองว่า ถ้าช่วงนั้นไมได้ แบร็ด กิลลิส มาช่วยก็คงจะแย่ ทุกครั้งที่ได้ฟัง สปีกออฟเดอะเดวิล จะรู้สึกทุกครั้งว่าแบรดเป็นมือกีตาร์ที่เหมาะสมกับออสซีมาก แต่ในทางกลับกันลองมาคิด ดูใหม่ แบรดไม่ได้เป็นมือกีตาร์ถาวรก็ดีเหมือนกัน เพราะคนที่จะมาเป็นมือกีตาร์คนต่อไปเป็นคนที่มีฝีมือร้ายกาจมาก

ออสซี ออสบอร์น หันไปขอคำแนะนำจาก ดานา สตรัม ผู้แนะนำ แรนดี โรดส์ ให้กับเขาว่าจะเอาใครมาเป็นมือกีตาร์ดี? และดานาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาให้ลิสตรายชื่อมือกีตาร์ถึง 25 คน

ตอนแรกออสซีเลือก จอร์จ ลินช์ มือกีตาร์วงด็อกเคนมาเป็นมือกีตาร์คู่บารมี ซึ่งถ้าได้จริงก็น่าจะยอดเยี่ยมไม่น้อย เพราะลีลาการเล่นกีตาร์ที่ดุดันยอดเยี่ยมคนหนึ่งในสายเมทัล ถ้าด็อกไม่ได้เสียงกีตาร์ของจอร์จ มาช่วยก็คงจะจืดชืดไปเยอะทีเดียว

แต่ว่า จอร์จ ลินช์ ก็มีบุญ (หรือเวรก็ไม่ทราบ) ได้เล่นกับออสซีเพียงแต่ 2 สัปดาห์โดยประมาณแค่นั้นเอง เพราะออสซึสนใจมือกีตาร์หน้าตาเอเชียจากวงรัฟคัตต์ (Rough Cutt) ที่ชื่อว่า เจก อี ลี

เจกกี ลู วิลเลียมส์ (Jakey Lou Williams) เกิดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1957 เป็นลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น เคยร่วมงานกับวงแรตต์ในช่วงปลายทศวรรษเจ็ดสิบ ตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อวงว่ามิกกีแรต (Mickey Rat) ต่อมาไปร่วมวงรัฟคัตต์แต่ไม่เคยบันทึกเสียงอย่างเป็นทางการกับวงที่กล่าวมาแต่อย่างใด

เจก อี ลี เป็นหนึ่งในรายชื่อ 25 ชื่อที่ ดานา สตรัม ส่งให้ออสซีดู และเมื่อออซีเรียกเขามาทดสอบฝีมือให้ดูแล้วคงสร้างความประทับใจให้ออสซีมาก เพราะออสซีหันไปหา จอร์จ ลินซ์ แล้วพูดว่า “ออกจากวงตูไปได้แล้วเว้ย ไอ้หมอนี่จะมาเล่นกีตาร์ให้ตูเอง”

มันคงเป็นความประทับใจแรกพบที่เลวร้ายพอสมควรสำหรับ เจก อี ลี และความสัมพันธ์ระหว่างเขากับออสซีก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อย่างที่จั่วหัวไว้ด้านบน “เจกก็ดีนั่นแหละ แต่แค่สามวันแรกเท่านั้นนะ.” ประโยคที่ออกจากปากออสซีแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ระหว่างทั้งคู่ได้ดี

แต่ถึงจะบ่นอย่างนั้น ก็ร่วมงานกันถึงสี่ปี !!

จะว่าไปเจกเป็นตัวเลือกที่ดีของออสซีในฐานะมือกีตาร์ต่อจาก แรนดี โรดส์  ต้องยอมรับว่าออสซีเป็นคนที่มีสัมผัสพิเศษในเรื่องการเลือกมือกีตาร์จริง ด้วยฝีมือการเล่นริฟฟ์ดุดัน ทำเพลงออกมาได้ท่วงทำนองติดหู เจกเป็นมือกีตาร์ที่ แกรี มัวร์ เคยบอกว่า เขาเป็นมือกีตาร์ข้างกายออสซีที่ดีที่สุดเท่าที่ออสซีเคยมีมา

 แต่ความสำพันธ์ส่วนตัวของทั้งคู่กลับเลวร้าย ออสซีมองว่าเจกพยายามแย่งความโดดเด่นบนเวทีเกินหน้าเกินตา ส่วนเจกมองว่าออสซีเป็นคนขี้เหล้าเมายา แถมเจกไม่ใช่คนอารมณ์เย็นอย่างแรนดีที่มีความอดทนพอจะอธิบายให้ออสซีเข้าใจในส่วนของดนตรีที่เขาทำขึ้น เจกมักจะรำคาญเสมอเวลาออสซีไม่เข้าใจในสิ่งที่เขานำเสนอ นั่นยิ่งถ่างความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ห่างกันมากยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่ออสซีไม่เข้าใจในดนตรีที่เขาเขียน ทำให้เจกต้องการควบคุมส่วนของดนตรีทั้งหมดไว้ในมือเพียงผู้เดียว ยิ่งทำให้ออสซีหงุดหงิด แต่เป็นความหงุดหงิดที่ออสซีทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเขาไม่ได้มีความสามารถในการเขียนเพลงด้วยตัวเองเต็มรูปแบบ มันเลยยิ่งตอกย้ำประสบการณ์เลวร้ายในอดีตของเขาสมัยร่วมงานกับแบล็กซับบาธเพราะคิดว่าเจกทำตัวคล้ายโทนี ไอออมมีก็เป็นได้ เพราะนอกเหนือจากการนำเสนอริฟฟ์แล้ว เจกยังคงเสนอท่อนร้อง ท่อนคอรัส ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ออสซี่โต้แย้งมากนัก ซึ่งในแง่มุมหนึ่งเขาอาจจะคิดว่า อธิบายไอเดียไปออสซีก็ไม่เข้าใจเสียที สู้ทำเองให้หมดเลยดีกว่า (แต่ว่าจากที่เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของเจกและคนรอบข้างที่เคยร่วมงานกับเขา มักจะได้บรรยากาศว่าเขาต้องการควบคุมทิศทางดนตรีวงที่เขาทำงานอยู่เสมอ)

แต่ถึงจะมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ งานชุด บาร์กแอตเดอะมูน (Bark at the Moon, 1983) ก็ออกมาได้ด้วยดี ภาคดนตรีไม่แพรวพราวละเมียดแบบสมัยที่แรนดีเป็นคนคุมทิศทาง แต่ถ้าพูดถึงโจทย์ที่เจกได้รับจากออสซีคือ “มันจะต้องไม่แปลกประหลาด และมันจะต้องไม่ป็อป” ผลที่ออกมาใน บาร์กแอตเดอะมูน ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว ทิศทางดนตรีไม่แตกต่างจากเมทัลทั่วไปในสมัยนั้นมากนัก แต่ด้วยเอกลักษณ์ของออสซีช่วยให้งานนี้ขายได้มากในระดับที่น่าพอใจ

ส่วนตัวเจกต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันสำคัญคือการโดนนำไปเปรียบเทียบกับแรนดีอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ ยิ่งในการแสดงสด เขาจะต้องเห็นแฟนเพลงที่สวมเสื้อยกย่องสรรเสริญแรนดีรวมถึงคนดูที่ตะโกนมาว่าเขาฝีมือไม่ถึง เจอแบบนี้ไปก็มึนเหมือนกัน อัลบั้มนี้ได้แรงโปรโมทจากมิวสิกวิดีโอ “บาร์กแอตเดอะมูน” ที่ออสซีสวมบทเป็นนักวิทยาศาสตร์จิตวิปเลี้ยว กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า เพลงนี้ก็โดนกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุฆาตกรรมรายหนึ่ง เพราะมีวัยรุ่นฆ่าเพื่อนของเขาโดยอ้างว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงนี้

ช่วงนั้นออสซีติดยาและสุราถึงขั้นแย่มาก ยิ่งในช่วงทำอัลบั้ม ดิอัลติเมตซิน (The Ultimate Sin, 1986) เขาไปรับการบำบัดอาการติดเหล้าติดยาในศูนย์เบ็ตตีฟอร์ด (ถึงขนาดขอบคุณเพื่อนในนั้นบนปกอัลบั้ม) ช่วงนั้นจึงเป็นช่วงที่เจกยึดอำนาจการทำงานไว้เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งออสซีไม่ค่อยพอใจนัก และจะเป็นด้วยเหตุว่าเจกฝีมือไม่ถึง หรือว่าออสซีหมดสภาพก็ไม่ทราบ งานชุด ดิอัลติเมตซิน กลายเป็นงานที่อ่อนด้อยที่สุดในบรรดางานทั้งหมดของออสบอร์น ยิ่งเพลง “ช็อตอินเดอะดาร์ก” แทบจะกลายเป็นเพลงป็อปไปเลย

งานชุด บาร์กแอตเดอะมูน เป็นงานที่แจ้งเกิด เจก อี ลี แต่ ดิอัลติเมตซิน มันถีบเขาลงหุบเหวไปเลย!!

ในระยะเวลาสี่ปีกับสองอัลบั้ม เป็นช่วงเวลาที่ไม่อาจกล่าวได้เต็มปากว่าดีนัก แต่ออสซี่ก็ยังรักษาสถานะซูเปอร์สตาร์เอาไว้ได้ แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจว่าควรแยกทางกับ เจก อี ลี ก่อนที่อะไรจะดิ่งเหวไปมากกว่านี้ โดยหลังจากออกงาน ทริบิวต์ (Tribute) ที่เป็นงานแสดงสดสมัยแรนดีเป็นมือกีตาร์ก็มีข่าวว่าออสซีเขี่ยเจก ทิ้ง

สำหรับเหตุที่ออสซีออกอัลบั้ม ทริบิวต์ ก็เพราะว่า โดโรเลส แม่ของแรนดีนำเอาจดหมายจากแฟนเพลงมากมายที่อยากรู้ว่ามีงานอะไรของแรนดียังหลงเหลืออยู่บ้าง มาให้ออสซีอ่าน ออสซีเลยไปค้นบ้านที่เขาอยู่ได้เป็นเทปมากองหนึ่ง และเขาก็ส่งให้ แม็กซ์ นอร์แมน (ซึ่งทำงานเป็นวิศวกรเสียงในสามอัลบั้มแรกของอสสซี) ผลก็คืองานชุด ทริบิวต์ อันลือลั่น

โปรดอ่านต่อเรื่อง เจก อี ลี โดนไล่ออกจากวง ซึ่งเขียนในภายหลังจากเขียนตอนนี้

1 ความเห็น »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: