Dream Theater Live in Thailand


Location: Impact Arena

Date: 25 /01 /2006

หลังจากเฝ้ารอมา 15 ปี ในที่สุดดรีมเธียเตอร์ก็มาเยือนเมืองไทยเสียที วงโปรเกรสซีพเมทัลที่เคยได้แต่ดูการแสดงสดผ่านดีวีดี ตอนนี้จะได้เห็นการแสดงแบบสด ๆ ต่อหน้าต่อตา งานนี้เหล่าแฟนไม่ยอมพลาดแน่นอน ประตูเปิด 18.30 แต่ตอนที่ไปถึงราว 17.00 ก็มีคนอยู่มากหน้าหลายตา พร้อมใจกันใส่เสื้อดำราวกับเป็นยูนิฟอร์ม มองซ้ายมองขวา…แล้วก็รำพึงในใจ …ทำไมผู้หญิงน้อยจังฟะ

พอได้เวลาเข้าชมจริงๆ ก็เอาสติกเกอร์ถ่ายรูปจากทางผู้จัดมาติดเสื้อ แล้วก็เดินดุ่มไปเฝ้าเกาะขอบเวทีรอถ่ายรูป สารภาพตามตรงว่าช่วงสองเพลงแรกที่ได้มีโอกาสถ่ายรูปที่ขอบเวทีหูไม่ได้ยินเพลงของดรีมเธียเตอร์เลย คือขอถ่ายรูปไว้ก่อน เพลงเอาไว้ว่ากันที่หลัง สองเพลงที่ว่าก็คือ “เดอะรูทออฟออลอีวิล” กับ “พานิกแอ็ทแท็ก สองเพลงจากอัลบั้มล่าสุด อ็อกตาวาเรียม จบสองเพลงนี้ก็ต้องเดินออกจากขอบเวที เพื่อเข้าไปหาที่นั่งดูสบายๆ

กว่าจะตะกายหาที่นั่งได้ เพลงที่สามก็บรรเลงไปเกือบจะจบ… ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นเพลง “ฟอร์จูนอินไลน์” นั่งลงฟังอย่างตั้งใจและตั้งสติ ทางดรีมเธียเตอร์ก็ต่อด้วยเพลง “อันเดอร์อะกลาสมูน” เล่นเอาคนฟังส่งเสียงกันกระหึ่มตามต่อด้วย “ไล” ซึ่งช่วงโซโลกีตาร์ตอนท้ายโดนไมค์ขโมยซีนโดยเล่นโยนไม้กลองกับทีมงานซะงั้น

เจมส์เป็นนักร้องที่ร้องสดได้เยี่ยมมาก ไม่มีตก ไม่มีแกว่ง หลุดน้อยมาก แถมโหนเสียงได้สูงและทรงพลัง ส่วน จอห์น เมียงเล่นเบสแบบสุขุมมาก น่าเสียดายตรงที่เสียงเบสเขาไม่เด่นเลยเพราะระบบเสียงไม่ดี แต่เขาก็ทำหน้าที่ได้เยี่ยมยอด แต่คนที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดคือจอร์แดนมือคีย์บอร์ดที่ก่อนหน้าคอนเสิร์ตนี้จะไม่ค่อยให้ความสนใจกับเขาเลย

ตั้งแต่เควิน มัวร์ลาจากดรีม เธียเตอร์ไปนี่สังเกตมั้ยว่าบทเพลงจะดูดุดันเพราะว่าโฟกัสไปที่เสียงกีตาร์หนักๆ และภาคริธึ่มที่หนักหน่วงมากขึ้น กีตาร์จะเล่นไปกับเบสเป็นเส้นเดียวกัน จริง ๆ แล้วมันก็ตั้งแต่งานชุด อะเวก เป็นต้นมา ความซับซ้อนเกรี้ยวกราดและความรุนแรงครอบงำบทเพลงของพวกเขา แต่พอมาในชุด อ็อกตาวาเรียม นี่ล่ะ ที่เริ่มรู้สึกว่าบางสิ่งที่หายไปหลังอัลบั้มอิเมเจสแอนด์เวิร์ดกลับมาแล้ว ซึ่งเมื่อได้มาดูคอนเสิร์ตสด ๆ นี้แล้วคิดว่าน่าจะเป็นเพราะบทบาทของจอร์แดนที่สร้างเคาเตอร์พอยท์กับเสียงกีตาร์แบบไม่ลดราวาศอก เบสของจอห์น เมียงก็ทำแบบเดียวกันนี้ แต่ว่าเสียงเบสมันต่ำ และรองรับการ “คลิก” ไปกับเสียงกลอง ต่างจากเสียงของคีย์บอร์ดที่ให้อารมณ์จากท่วงทำนองในระนาบเดียวกับกีตาร์ได้ดีกว่า สร้างบรรยากาศที่นุ่มนวลมากขึ้น

ถัดจากนั้นก็เป็นเพลง “เปรูเวียนสกายส์” มีการแทรกเพลง “วิชยูเวอร์เฮียร์” กับริฟฟ์เพลง “แวร์เอเวอร์ไอเมย์โรม” เข้าไว้เฉยเลย เคยดูดีวีดีจะแทรกริฟฟ์ “เอนเทอร์แซนด์แมน” ไม่ทราบว่าเปลี่ยนมานานหรือยัง แต่มันเป็นเซอร์ไพร์สเล็กน้อยที่ทำให้รู้สึกดีกับสิ่งที่ไม่คาดว่าจะได้ยิน ถัดจากนั้นเพลง “สเตรนจ์เดจาวู” “ธรูมายเวิร์ดส” “โซโลตารีแชล” “อะเบาท์ทูแครช” “ลูสซิงไทม์” ก็ตามมากระหน่ำไม่ยั้ง

และที่กระหน่ำไม่ยั้งเหมือนกันก็คืออาถรรพ์อิมแพ็ค…ระบบเสียงที่แย่มากเริ่มทำงานไม่ยั้งเหมือนกัน ยิ่งช่วงพีก ๆ อย่างตอนเล่น “อะเบาท์ทูแครช” ช่วงท้ายนี่เกือบวายป่วง!!! กลุ่มเสียงระดับกลางและสูงตีกันมั่ว เสียงเบสก็หาย..เสียงร้องก็เริ่มไม่ชัด…อึดอัดจนเผลอส่ายหน้าไปหลายที บางคนไม่เข้าใจอาจจะนึกว่าไม่ชอบเพลงของดรีม เธียเตอร์ แต่ไม่ใช่!! รำคาญระบบเสียง ไม่ทราบว่าระบบพีเอที่สมาชิกดรีม เธียเตอร์ได้ยินมันเป็นยังไง แต่เห็นทุกคนยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่มีที่ติ รักษาไทม์มิงกันเป๊ะ ๆ ๆ ไม่มีใครหลุด นับถือพวกเขาทั้งห้าจริง ๆ

ทางวงพักการเล่น 15 นาที ระหว่างพักมีเพลงดรีมเธียเตอร์เวอร์ชันอคูสติกที่มีเสียงผู้หญิงร้องให้ฟังฆ่าเวลา ใครที่เป็นแฟนเพลงดรีมเธียเตอร์คงไปโหลดเวอร์ชั่นพวกนี้มาฟังกันแล้ว คนทำเป็นคู่สามีภรรยาที่เป็นแฟนเพลงดรีมเธียเตอร์ทำออกมาให้โหลดกันนานพอสมควรแล้ว

ดรีมเธียเตอร์กลับมาอีกครั้งใน “แอสไอแอม” ระบบเสียงดีกว่าเดิมนิดหน่อย นั่งฟังพร้อมทึ่งไปเรื่อย ๆ ต่อด้วย “เอนด์เลสแซกครีไฟซ์” ถึงตอนนี้คนดูอารมณ์ร่วมมากขึ้นจนเห็นได้ชัด (จริง ๆ ก็อารมณ์ร่วมมาตั้งแต่ต้น) และตามมาด้วยเพลงสุดป็อปคือ “ไอวอล์กบีไซด์ยู” เพลงนี้ฟังดูป็อปดี ได้ฟังสดแล้วดูมีน้ำมีเนื้อกว่าฟังแห้งในซีดี ตามมาด้วย “แซ็กคริไฟซด์ซันส์” แล้วก็จมในความมืดปล่อยให้จอร์แดนวาดลวดลายกับเจ้าคอนตินุมได้สุดยอด เพิ่งเคยเห็นหน้าตาของเครื่องดนตรีชนิดนี้จัง ๆ ก็คราวนี้แหละ (ถ้าจะเรียกง่ายๆ ให้เห็นภาพก็ต้องเรียกว่า “คีย์บอร์ไร้คีย์” อันนี้เรียกเองนะ) มันกรีดเสียงได้โหยหวนบาดใจ ยิ่งตอนท้ายเจมส์มาช่วยกดคอร์ดให้ มันเท่ซะไม่มีล่ะอินโทรเข้าเพลง “อ็อกตาวาเรียม” แบบนี้สะกดคนดูได้อยู่หมัด และการบรรเลงเพลงอันยาวเหยียดก็ทำให้ทึ่ง เพราะพยายามนับไทม์ซิกเนเจอร์ไปด้วย แต่ก็ต้องเลิกล้มไป มองสมาชิกดรีมเธียเตอร์บรรเลงอย่างทึ่งและอึ้ง !!! ไม่นึกว่ามันจะมีมนต์สะกดได้ขนาดนี้

แล้วสมาชิกดรีม เธียเตอร์ ก็หายเข้าไปข้างเวที ให้แฟนเพลงต้องเรียกออกมาอังกอร์ซึ่งพวกเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วย “เดอะสปิริตแครีออน” ซึ่งมีคนจุดไฟแช็กนำร่อง….แล้วนายไมค์ก็ยืนขึ้นจุดบ้าง…ทีนี้เลยมีแสงไฟประกายทั่วอิมแพ็ค เป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจจริง ๆ มองไปรอบตัวแล้วนี่คือภาพที่สวยที่สุดของงานในคืนวันนั้นเลย แถมด้วยนายไมค์เอาเค้กมาอวยพรวันเกิดให้กับจอห์น เมียง(จริง ๆ เกิดก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน) ซึ่งก็ไม่พูดไม่จาอะไร เป่าเทียนไม่รีรอ ประหยัดปากประหยัดคำจริง ๆ อ้อ จำได้ว่าตอนเวิร์คช็อปเขาปฏิเสธไม่ยอมเล่นแท็ปปิ้ง บอกว่าไม่ใช่สไตล์เขา แต่ว่าในคอนเสิร์ตคืนนั้นเห็นเขาใช้อยู่เหมือนกัน แถมออกมายอดเยี่ยมมากด้วย นายไมค์ยังไม่เลิกมุข คว้าเบสของมาทำท่าตะปบเล่นมั่ว ๆ เรียกเสียงฮาได้ไม่น้อย จากนั้นก็ต่อด้วย “พูลมีอันเดอร์” ที่เพียงแค่อินโทรขึ้นมาเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่ม….บรรเลงได้สุด ๆ แถมท้ายด้วยครึ่งเพลงหลังจาก “เมโทรโปลิส”

ปิดท้ายบรรยากาศวันนั้นด้วยคำพูดของเจมส์ “ Thank You Malasia…” อ้าว….เป็นซะงั้น แต่ไมค์ปากหวานคว้าไมค์มาตบท้ายว่า “You’re f**king amazing Bangkok, We will be Back”

แล้วจะรอ…

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.