Uriah Heep Live in Bangkok


At BEC TERO HALL

Feb 17th, 2006

ตอนที่ได้ข่าวว่า Uriah Heep จะมาแสดงในเมืองไทยก็คิดอยู่เหมือนกันว่าสงสัยคนไปดูจะมีแต่พวกสูงอายุ พอไปดูจริงๆ ก็ไม่ผิดจากที่คาดไว้สักเท่าไหร่  บรรดาผู้คนที่เห็นล้วนแล้วแต่รุ่นใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งก็น่าปลาบปลื้มแทน Uriah Heep ที่ยังคนมีคนสนใจการแสดงของพวกเขากันอยู่  เพราะสตูดิโออัลบั้มล่าสุดที่นึกออกน่าจะเมื่อแปดหรือเก้าปีที่แล้ว โดยที่อัลบั้มใหม่ก็ยังไม่มีกำหนดออก แต่ระหว่างที่ไม่มีสตูดิโออัลบั้มนั้นพวกเขาออกแสดงคอนเสิร์ตรอบโลกกันทุกปี และมีงานแสดงสดออกมาคั่นเวลาเป็นระยะๆ

ก่อนงานจะเริ่มเดินดูภายนอกงานไม่ค่อยมีอะไรมาก เห็นบูธของแพล็ทตินั่ม เอาอัลบั้มมาวางจำหน่าย ที่น่าสนใจก็คือบ๊อกเซ็ทหกแผ่นของ Uriah Heep ราคาสองพันสามร้อยบาท อยากได้อยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องตัดใจ  พอทุ่มครึ่งก็มีเสียงเรียกผู้ชมเข้าฮอลล์เป็นระยะ  ซึ่งตามกำหนดจะเล่นกันตอนสองทุ่ม เอาเข้าจริงๆ ก็เล่นเกือบๆ สองทุ่มยี่สิบเห็นจะได้

พอเดินๆ เข้าไป ก็ไปเมียงๆ มองๆอยู่แถวๆ ด้านหน้าเวที Uriah Heep ประเดิมเพลงแรกด้วย “So Tired” จากอัลบั้ม Wonderland เล่นเพลงแรกจบไปโดยที่คนดูยังไม่ค่อยเฮเท่าไหร่ นั่งกันเรียบร้อยเสียเป็นส่วนมาก แต่พอ “Cry Freedom” จากอัลบั้ม Ragging Silence เริ่มบรรเลง เบอร์นี่ ก็บอกให้ทุกๆคนทำตัวตามสบาย ใครอยากจะมาหน้าเวทีก็เชิญ ทีนี้คนเต็มเลยครับ ผมโดนกระแทกโดยไม่ได้ตั้งใจไปเสียหลายหน จากที่คิดว่าจะได้ถ่ายรูปสบายๆ ก็เลยต้องคอยหลบคนดูด้วยกันด้วย

แต่ต้องบรรยากาศแบบนี้ล่ะครับ ถึงจะสนุก สมาชิกของ Uriah Heep แต่ละคนนี่เต็มทีและดูสนุกสนานกับการเล่นมาก เพลงถัดมาคือ “Falling in Love” จากอัลบั้ม Fallan Angle ก็ตามมาด้วยอารมณ์ร่วมระหว่างคนดูและคนเล่นเต็มที่  หลังจากนั้น เพลงต่างๆ ก็บรรเลงขึ้นมาพร้อมกับความมันส์ของเหล่าคนดู ที่มีเบอร์นี่ทำหน้าที่กระตุ้นให้มีส่วนร่วมไปกับคอนเสิร์ตโดยตลอด  แล้วมนต์ขลังของเพลง “Rain” จาก Magician’s Birthday ก็ดังแผ่วพลิ้วขึ้น

ถ้าจะว่ากันตามจริง เสียงของเบอร์นี่ย์ ไม่เหมาะกับเพลงสมัยเก่าๆ ที่เดวิด ไบรอนร้องเอาไว้เลยแม้แต่น้อย  เสียงของเบอร์นี่ย์อาจจะเหมาะกับดนตรีฮาร์ดร๊อคแบบทศวรรษ 80s แต่มันคนละทางกับเสียงต้นฉบับ แต่ว่าอารมณ์คนฟังใน BEC Tero คืนนั้นไม่มีใครสนใจเรื่องนี้ เพราะอารมณ์ร่วมมีให้กันตลอดเวลา  หลังจาก “Rain” แล้วบทเพลงเก่าๆ อมตะของ Uriah Heep ก็ตามมาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็น “The Wizard”, “Free Me” ซึ่งคนช่วยร้องคอรัสกันกระหึ่ม

บทเพลงปิดท้าย ของคอนเสิร์ต คือ “July Morning” แต่แน่นอนว่าแฟนเพลงไม่ยอมให้จบแค่นี้ แต่ละคนช่วยกันส่งเสียงเรียกให้ Uriah Heep ออกมาอังกอร์ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เขาแถมให้อีกสองเพลงคือ “Bird of Prey” กับ “Easy Livin’” ซึ่งพอจบสองเพลงนี้ก็เข้าไปข้างเวที บางส่วนก็ตะโกนเรียกต่อ แต่ก็มีบางส่วนทยอยออก  ทาง Uriah Heep เลยไม่เล่นตัวมากเหมือนอังกอร์หนแรก รีบออกมาพร้อมกับเพลงอมตะคือ “Lady in Black” คราวนี้เบอร์นี่ย์ให้คนดูช่วยกันร้อง “อา……..” คอรัสให้  ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากคนดู  เป็นการจบอย่างยิ่งใหญ่และประทับใจแฟนๆ ของพวกเขาแน่นอน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.