Vinnie Vincent


วินนี วินเซนต์เป็นมือกีตาร์ฝีมือดี มีคนยกย่องมากมาย แต่เขาทำอัลบั้มเต็มเพียงไม่กี่ชุด ด้วยเหตุผลหลักคือนิสัยของเขาที่ออกจะประหลาดทำให้ผู้ร่วมงานถอดใจโบกมือลากันเป็นแถว คำจำกัดความที่ดีที่สุดอาจจะเป็นความคิดเห็นของจีน ซิมมอนส์ ที่ว่า เขียนเพลงเก่ง เล่นกีตาร์เก่ง ร้องเพลงดี แต่มีปัญหาเรื่องนิสัยจนต้องไล่ออกจากวง

วินนี จอห์น คูซาโน

วินนี วินเซนต์ หรือชื่อจริง วินนี จอห์น คูซาโน เกิดปีค.ศ. 1952 ในเมืองบริดจ์พอร์ต รัฐคอนเน็คติกัต เขาเคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารกีตาร์เพลเยอร์ในปีค.ศ. 1987ว่า เขานอนกับกีตาร์ตั้งแต่ก่อนจะหัดเล่นกีตาร์เสียอีก เพราะพ่อแม่ก็เล่นดนตรี เขาหัดเล่นกีตาร์ตอนอายุ 10 ขวบ และต่อมารับงานเล่นตามคลับ บาร์ ภัตตาคาร โดยหางานอื่นทำเสริมไปด้วย

ช่วงเขาทำวงฮันเตอร์ ได้บันทึกเสียงทำเดโมเทปที่คอนเน็คติกัตเร็คคอร์ดดิงส์สตูดิโอ ซึ่งก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนเดิม แต่ทำให้เขาได้งานเป็นมือกีตาร์ประจำห้องบันทึกเสียงคอนเน็คติกัตเร็คคอร์ดดิงส์สตูดิโอ มีโอกาสร่วมงานกับศิลปินมากหน้าหลายตา โดยเฉพาะการรู้จักกับเฟลิก คาวาเลียร์อดีตสมาชิกวงเดอะยังราสเคิลส์ผู้ผันตัวมาเป็นโปรดิวเซอร์ประจำสตูดิโอ เฟลิกเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาสนใจวินนีเพราะเป็นคนมีพรสวรรค์เหลือเชื่อ และด้วยประสบการณ์เล่นในบาร์ ภัตตาคาร และงานรื่นเริงสังสรรค์ทำให้วินนีต้องหัดเล่นเพลงหลากหลายรูปแบบ ทั้งกีตาร์ไฟฟ้าและกีตาร์โปร่ง เป็นประโยชน์ต่อการเล่นรับจ้างตามห้องบันทึกเสียงมาก

และในเมื่อรู้สึกโปรดิวเซอร์และทำงานประจำห้องบันทึกเสียง ทำให้เขาได้โอกาสในการทำงานตัวเองอีกครั้ง โดยทำซิงเกิลแรก “แฮปปีเบิร์ธเดย์ยูเอสเอ” ภายใต้นามแฝงว่า คิด แคชเมีย แอนด์ วินนี ลาค็อค

“แฮปปีเบิร์ธเดย์ยูเอสเอ”

ผลงานเด่นในช่วงนั้นก็มีเพลง “ธิสซองค์ฟอร์ยูมามา” ที่เขาเขียนให้กับวงฮิตช์ไฮเกอร์ส แต่การเป็นมือกีตาร์รับจ้างและคนเขียนเพลงยังไม่อาจเติมเติมความฝันที่จะทำงานในชื่อตัวเองได้

โอกาสใหญ่ของเขามาถึงเมื่อไปทำงานกับเฟร็ด ลิบสิอัส (สมาชิกยุคก่อตั้งวงบลัดสเวตแอนด์เทียร์) ทำให้เขารู้จักแจ็ก สคาแรนเกลลา มือกลองที่บันทึกเสียงในอัลบั้มนั้น นำมาสู่การตั้งวงเทชเชอร์ โดยมีสมาชิกสามคนคือ เฟลิก คาวาเลียร์ แจ็ก สคาแรนเกลลา และ วินนี คูซาโน แต่ในอัลบั้มได้ ริค เลียร์ด มือเบสจากวงมหาวิษณุออเคสตรามาช่วยเล่น

วงเทซเชอร์ออกอัลบั้มมา 1 ชุดในปีค.ศ. 1977 และเงียบหายไป…

อัลบั้มแรกและอัลบั้มเดียวของวงเทชเชอร์

งานเด่นอีกเพลงคือเมื่อเขาได้ทำงานร่วมกับ ลอรา ไนโร ศิลปินในดวงใจตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เขาเสนอตัวขอมีส่วนร่วมในอัลบั้มเนสเตด

“มายอินโนเซนซ์” โดย ลอรา ไนโร

แต่ที่โด่งดังระดับประเทศ ก็คือการได้ปรากฏหน้าตาให้มิวสิกวิดีเพลงฮิต “อินสแตนต์รีเพลย์” ของแดน ฮาร์ทแมน เมื่อปีค.ศ. 1978

“อินสแตนท์รีเพลย์” ของแดน ฮาร์ทแมน

จากนั้นเขาใช้เวลาเกือบทั้งปีค.ศ. 1978 ในฐานะมือกีตาร์แบ็กอัปให้กับวงของเอ็ดการ์ วินเทอร์ และปี ค.ศ. 1980 เขาแต่งงานกันแอนมารี ปีเตอร์ และย้ายมาปักหลักลอสแอนเจลิส อาชีพหลักคือทำเพลงประกอบรายการโทรทัศน์ เขียนเพลงให้กับวงดนตรีต่าง ๆ รับบันทึกเสียงตามห้องบันทึกเสียงเป็นงานเสริม มีเพลงดังอย่าง “แบ็ค ออน เดอะ สตรีท” ซึ่งวงทรีสปีดเอาไปเล่นจนดัง (แต่เดิมเขาทำให้วงฮีท อยู่ในอัลบั้ม สติลล์เวททิง) มีโอกาสร่วมวงร็อกเกอร์สของคาร์ไมน์ อะพิซี ถึงจะไม่ได้เล่นร่วมกับวงจริงจัง และไม่ได้มีเครดิตในฐานะสมาชิกวง แต่ก็ร่วมเขียนเพลงให้กับอัลบั้มแรกของวงร็อกเกอร์สด้วย

จุดเปลี่ยนมาถึงเมื่อเขาต้องทำหน้าที่มือกีตาร์แบบไร้เครดิต ในอัลบั้ม ครีเชอร์ออฟเดอะไนต์ ของวงคีสในช่วงเวลาที่ เอซ เฟรห์ลีย์ มือกีตาร์ของวงกำลังมีปัญหากับสมาชิกคนอื่นจนไม่ยอมมาทำงาน อดัม มิตเชลล์นักแต่งเพลงที่คุ้นเคยกับวงคิสแนะนำให้คิสรู้จักกับวินนี คูซาโน

จีน ซิมมอนส์เคยให้สัมภาษณ์ว่ารู้จักวินนี วินเซนต์ผ่านคำแนะนำของอดัม มิตเขลล์ (นักแต่งเพลงที่เขียนเพลงในอัลบั้ม คิลเลอร์ ครีเชอร์ออฟเดอะไนต์ ฮอตอินเดอะเฉด) แต่ตอนนั้นวินนีมาในฐานะนักแต่งเพลง “เราเริ่มเขียนเพลงด้วยกัน แล้วเราค่อยพบภายหลังว่าเขาเล่นกีตาร์ได้ เขาร้องเพลงและเขาเป็นพวกเปลี่ยนแปลงได้หลากหลาย เล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เขามักจะรบเร้าขอเข้าวงอยู่เสมอ แต่เราบอกว่า ไม่ คุณเข้าไม่ได้ คุณตัวเล็ก บอบบาง ถ้าต้องอยู่แถวหน้าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ”

พอล สแตนลีเขียนในหนังสือเฟซเดอะมิวสิกว่า “ครั้งแรกที่วินนีเข้ามาในสตูดิโอ เขาเล่นโซโลออกท่าทางลงไปคุกเข่า ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยเห็นมาเลย”

วงคิสกำลังทำอัลบั้ม ครีเชอร์ออฟเดอะไนต์ โดยไม่มีเอซ เฟรห์ลีย์ตั้งแต่ตอนทำเดโมเทป เมื่อถึงเวลาบันทึกเสียงจริงก็ได้มือกีตาร์หลายคนเช่น ร็อบเบน ฟอร์ด (ซึ่งปกติเล่นบลูส์) สตีฟ เฟอริส (มือกีตาร์วงมิสเตอร์มิสเตอร์) อดัม มิตเชลล์ และวินนี คูซาโนเล่นโซโลกีตาร์เกือบทุกเพลงรวมทั้งร่วมเขียนเพลงอีก 3 เพลง

“ไอเลิฟอิตลาวด์” ที่วินนีร่วมแต่ง เดิมชื่อ “ลาวด์แอนด์พราวด์” แต่คิสเปลี่ยนชื่อ (ซึ่งดีมาก)

ช่วงนั้นจีน ซิมมอนส์กับพอล สแตนลียังไม่คิดให้วินนี คูซาโนมาเป็นมือกีตาร์ในวงคีส แต่สมาชิกวงก็สนับสนุนเขาตามสมควร เช่นปีเตอร์ คริสส์ มือกลองนำเพลง “เทียร์” ที่วินนีเขียนร่วมกับอดัม มิทเชลล์ไปใช้ในอัลบั้มเดี่ยวของเขา

กับวงนิวอิงแลนด์/วอริเออร์

วงนิวอิงแลนด์ เป็นวงดนตรีร็อกที่มีบิล อูคอยน์เป็นผู้จัดการวง และได้พอล สแตนลีเป็นคนดูแลการผลิตอัลบั้มแรกของพวกเขาด้วย ได้ชื่อว่าเป็นวงที่สนิทสนมกับวงคิสเป็นอย่างมากในช่วงนั้น แต่ถึงออกอัลบั้ม 3 ชุดไปแล้วพวกเขาก็ยังไม่ดังอย่างที่หลายคนคาดหวังเสียที มีเพียง “โดนต์เอเวอร์วอนต์ทูเลิฟยา” เป็นเพลงฮิตติดท็อป 40 เพลงเดียว และพอบันทึกเสียงอัลบั้มชุดที่ 4 ร่วมกับท็อด รันด์เกรนที่ห้องบันทึกเสียงยูโทเปียของท็อดในวู้ดสต็อก รัฐนิวยอร์ก จอห์น แฟนนอนมือกีตาร์ตัดสินใจลาออกแบบไม่ให้ใครตั้งตัว ทางวงจึงต้องหามือกีตาร์คนใหม่

แกรี ชี เคยให้สัมภาษณ์ว่าตอนนั้นมี ชาร์ลี ฮันห์ (เล่นกับเท็ด นูเจนท์) ไมค์ สลาเมอร์ (วงซิตีบอย) แกรี ชาราฟ (เล่นกับบิลลี สไควร์) เป็นตัวเลือก แต่พวกเขา (แกรี ชี, จิมมี วาลโด และ เฮิร์ช การ์ดเนอร์) ได้รับการติดต่อจากจีน ซิมมอนส์ แนะนำวินนี คูซาโนให้ทางวงพิจารณา โดยรับประกันว่าฝีมือดีมาก เคยมาเล่นแทนเอซช่วงสั้น ๆ และเขียนเพลงร่วมกับวงคิส (แต่เตี้ยเกินกว่าจะเป็นสมาชิกวงคิส!!!)

อีกทั้ง เลนนี เพตซ์ คนในวงการดนตรีอีกคน (ที่ต่อมาเป็นผู้บริหารอีพิคเร็คคอร์ด) ก็แนะนำวินนีด้วยเช่นกัน ทางวงเลยขอให้วินนี คูซาโนส่งเทปเพลงตัวอย่างมาให้ลองฟัง วินนีส่งเพลงของตัวเองมาให้นิวอิงแลนด์ 4 – 5 เพลง สมาชิกนิวอิงแลนด์ประทับใจกับเพลงที่ได้ฟังจึงขอให้เขาเดินทางมาบอสตันเพื่อลองซ้อมดนตรีด้วยกัน จิมมี วาลโดชื่นชมว่าเพียงซ้อมครั้งแรกเขาก็รู้สึกถึงพลัง และความเข้าขากันอย่างกับเล่นด้วยกันมานานปี เฮิร์ช การ์ดเนอร์ก็รู้สึกว่าวงนิวอิงแลนด์มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

แต่วินนีต้องย้ายกลับลอสแอนเจลิสเพราะติดงานบันทึกเสียงให้วงคีส (ขณะนั้นกำลังทำอัลบั้มครีเชอร์ออฟเดอะไนต์) ทำให้สมาชิกวงต้องย้ายจากนิวยอร์กมาลอสแอนเจลิส และเปลี่ยนชื่อวงเป็นวอริเออร์เพื่อรับสิ่งใหม่ โดยวงวอริเออร์จะซ้อมดนตรีที่เอสไออาร์สตูดิโอตอนกลางวัน ส่วนวินนีจะไปบันทึกเสียงกับวงคิสตอนกลางคืนที่สตูดิโอเร็คคอร์ดแพลนท์

บริษัทซีบีเอสมองเห็นว่าวอริเออร์น่าสนใจ เลยเสนอเงินทุนทำเดโมเทป พร้อมข้อเสนอทำสัญญาออกอัลบั้ม ตอนนั้นพวกเขาทำเดโม “บอยส์อาร์กอนนาร็อก” “ยิปซีอินเดอะเฮอร์อายส์” “ไอนีดเลิฟ” “แบ็กออน สตรีต” “อิตส์น็อตพริตตี” และ “เบบี โอวาย? ” โดยวินนีรับหน้าที่ร้องนำ

ทว่า ขณะกำลังซ้อมดนตรีกันอยู่อนาคตของวงวอริเออร์ทำท่าจะไปไม่รอด โดยที่ปัญหาอาจจะมีหลายสาเหตุแต่สมาชิกที่เหลือของวงวอริเออร์พร้อมใจกล่าวโทษนิสัยของวินนีว่าทำให้ไม่ได้เซ็นสัญญากับซีบีเอสหรือบริษัทใหม่ ขณะอนาคตของวงวอริเออร์กำลังง่อนแง่น วงคิสเสนอให้วินนี คูซาโนเข้ามาเป็นมือกีตาร์แทนเอซ เฟรห์ลีย์ที่ลาออกไป

ดูเหมือนไม่ต้องคิดอะไรมากว่าจะเลือกอะไร ระหว่างวงรุ่นใหญ่อย่างคิส กับวงที่ไม่แน่ใจว่าจะมีอนาคตอย่างวอริเออร์ แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็ยังติดต่อกันเป็นระยะ จิมมีกับแกรีไปตั้งวงอัลคาทราซร่วมกับแกรมห์ บอนเน็ต

กับวงคิส

เดือนธันวาคมค.ศ. 1982 วินนี คูซาโนเป็นมือกีตาร์ของวงคิสอย่างเป็นทางการ แต่เขาต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองหลายอย่าง เริ่มจากวงคีสไม่อยากให้เขาใช้ชื่อวินนี คูซาโนด้วยเหตุผลว่าฟังไม่ร็อกเอาเสียเลย พอเขาจะเปลี่ยนชื่อเป็นมิค ฟิวรี จีน ซิมมอนส์ก็ไม่ชอบ และตั้งให้เองว่าวินนี วินเซนต์

พอล สแตนลีออกแบบการแต่งหน้าและการแต่งตัวของวินนีให้เป็น เดอะวิซ แต่ส่วนใหญ่จะเรียกว่านักรบอาห์ (หรือแองห์) เพราะใช้สัญลักษณ์กางเขนอียิปต์โบราณ อีกทั้งยังเปลี่ยนมาใช้กีตาร์แจ็กสันวี ตามแบบแรนดี โรดส์ผู้ล่วงลับในช่วงเวลานั้น ด้วยเหตุผลว่าถ้าพูดถึงเอซ เฟรห์ลีย์ก็ต้องนึกถึงกิบสันเลสพอล ดังนั้นต้องหากีตาร์ที่แตกต่างเพื่อสร้างบุคลิกที่น่าจดจำใหม่

แต่วินนีไม่ยอมสัญญากับวงคิส โดยอ้างว่าถ้าเขาเซ็นสัญญาในฐานะมือกีตาร์ของวง เขาจะกลายเป็นเบี้ยล่างของจีน ซิมมอนส์ กับพอล สแตนลีทันที และจะไม่ได้ส่วนแบ่งในแบบเท่าเทียมอย่างที่ควรจะเป็นด้วย เรื่องนี้ทำให้จีนและพอลไม่ค่อยพอใจ และสุมไฟให้โหมหนักเมื่อเขาพยายามโชว์ออฟ และขโมยซีนขณะอยู่บนเวที ทำให้สมาชิกหลักของวงเกลียดหน้าเขามากขึ้นทุกที

“เราตัดสินใจจะเปิดการแสดงในยุโรปโดยปราศจากการแต่งหน้า” จีน ซิมมอนส์เล่า “เราถามวินนี วินเซนต์ถ้าเขาอยากจะไปด้วยว่า ก่อนที่คุณจะมาเล่นกับเราคุณต้องเซ็นสัญญานี้ ไม่ใช่การเจรจาต่อรอง เป็นข้อเสนอของการจ้างงาน คุณต้องลงนามเพื่อวัตถุประสงค์ในการรับประกัน ถ้าคุณไม่เซ็นชื่อในสัญญา เราจะไม่พาคุณไปด้วย”

และพอออกทัวร์ยุโรป เขาเรียกร้องส่วนแบ่งมากขึ้น จีนกับพอลโต้ตอบด้วยการไล่เขาออกจากวง!

“เขาไม่เคยเซ็นสัญญากับคีส เขาเอาแต่ผลัดวันไปเรื่อบ ผมขอโทษ ผมเสียใจ ทัวร์ครั้งหน้าผมจะเซ็น แล้วเราก็ต้องออกทัวร์โดยไม่มีสัญญากับเขา และเขาก็เรียกร้องมากขึ้นและมากขึ้น จนในที่สุดเราไล่เขาออก” จีน ซิมมอนส์เล่า

แต่วินนีได้หัวเราะดัง ๆ ภายหลัง เมื่อทางวงหาคนมาแทนเขาไม่ทัน ทำให้จีน ซิมมอนส์ และพอล สแตนลี จำเป็นต้องกลับมางอนง้อขอความช่วยเหลือ และยอมแบ่งส่วนแบ่งให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นจำเป็นต้องเลื่อนตารางทัวร์ในอเมริกา

อีริก คารร์มือกลองวงคิส แสดงความเห็นในสถานีวิทยุดับเบิลยูซีดับเบิลยูพีเรดิโอเมื่อปีค.ศ. 1989 ว่า วินนีไม่ได้อยากเป็นสมาชิกวงคิส แต่เขาต้องการเปลี่ยนให้คิสเป็นวงของเขา เรื่องนี้วินนีก็ยอมรับ เขาให้สัมภาษณ์เคอแรงค์! ฉบับ 130 ว่า “ผมไม่ใช่คนประเภทที่จะโดนใครควบคุมทั้งที่ทำงานของตัวเอง ผมมันเด็กมีปัญหา โดยเฉพาะกับพวกเขา (หมายถึงวงคิส) เพราะผมต้องการทำทุกอย่างด้วยวิธีของผมเอง”

“ลิกอิตอัพ”โดยคิส

วินนี วินเซนต์มีโอกาสได้โผล่หน้าในปกอัลบั้ม ลิกอิทอัพ มีชื่อในฐานะมือกีตาร์อย่างเป็นทางการ ร่วมเขียนเพลงถึง 8 เพลงจาก 10 เพลง แต่ปัญหาส่วนตัวของเขาทำให้จีนและพอลเอือมระอามากขึ้นทุกที ในหนังสือคิสแอนด์เมคอัป ของจีน ซิมมอนส์ เขียนว่าบรรยายว่าการทำงานร่วมกับวินนีเหมือนโดนทรมาน เพราะวินนีไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าควรเล่นอะไรหรือเล่นอย่างไร และพอล สแตนลีเขียนในเฟซเดอะมิวสิกว่าวินนีไม่รู้ว่าควรเล่นตอนไหน หรือเล่นเมื่อไหร่ หรือเล่นแค่ไหน ทำให้การทำงานออกมาลำบาก

ตัวอย่างประกอบความเห็นของพอลก็คือการโซโลบนเวทีแบบไม่เกรงใจเพื่อนร่วมวง บางทีเพลงจบไปแล้วเขายังโซโลกีตาร์ต่ออีกหลายนาที พอลเล่าย้อนหลังว่ามันเป็นช่วงที่เมามันส์ที่สุดของการแสดง คือคนดูเดินออกไปเมากัน (เขาเล่นคำว่า high ที่หมายถึงจุดสูงสุดของการแสดง กับคำว่า get high คือออกไปเสพยา)

เรื่องนี้สร้างการกระทบกระทั่งกันเสมอ เช่นมกราคมค.ศ. 1984 ที่แอลเอฟอรัม พอล สแตนลีเกิดทนไม่ได้ ตะโกนให้วินนีหยุดโซโล่เสียทีแต่วินนี่ไม่ฟังยังเล่นต่อจนพอใจ ทั้งคู่เกือบจะชกกันหลังเวที แต่อีริก คารร์และจีน ซิมมอนส์เข้ามาแยกทั้งคู่ออกไปก่อน พอล สแตนลีพยายามอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถัดมาในเดือนมีนาคม ที่คิวเบ็ก, แคนาดา ขณะใกล้จบการแสดง วินนีโซโล่แบบไม่ลืมหูลืมตานอกบททำให้พอลตัดสินใจว่า วินนีควรจะเป็นอดีตได้แล้ว

วินนี วินเซนต์ อินเวชัน

หลังจากโดนไล่ออก วินนีออกไปท่องเที่ยวทั่วโลกเป็นปี และกลับมาเริ่มทำงานใหม่ในลอสแอนเจลิส โดยใช้วัตถุดิบที่เขาทำงานร่วมกับเฮิร์ช การ์ดเนอร์ อดีตเพื่อนเร่วมวงวอริเออร์ วัตถุดิบเหล่านั้นเป็นเพลงเก่าที่เขาเคยแต่งเอาไว้สำหรับทำวงวอริเออร์ ใช้เวลาทำงานถึง 6 เดือน ถึงขึ้นไปนอนค้างบ้านเฮิร์ชก็มี ขอใช้สตูดิโอและขอแรงบันทึกเสียง ก่อนจะดัดหลังเฮิร์ชด้วยการยึดวัตถุดิบทั้งหลายที่ทำไว้เป็นของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว ทำเอาเฮิร์ชเจ็บปวดและต้องต่อสู้ทางกฎหมายกับวินนีอีกหลายปี

เฮิร์ชเล่าว่า “วันหนึ่ง ผมมาถึงสตูดิโอแล้วไม่พบวินนีกับเทป ทุกอย่างหายไปหมด” ตอนนั้นเขายังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เลยรอสองหรือสามสัปดาห์ก่อนจะโทรติดต่อวินนี  แต่วินนีเสนอเงินให้ 1,000 ดอลลาร์แลกกับทุกอย่าง ทำให้เฮิร์ชต้องฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายในเวลาต่อมา

แกรี ชี ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงช่วงเวลานั้นว่า “เขาเป็นคนที่ร่วมงานด้วยยากมาก เขาถึงโดนไล่ออกจากวงคิส และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเฮิร์ชถึงไม่ค่อยอยากพูดอะไรถึงเขามากนัก วินนีทำอะไรที่ไม่ค่อยดีกับเขาไว้หลายอย่างในช่วงนั้น”

วินนีได้เซ็นสัญญากับคริสซาริสเร็คคอร์ด 8 อัลบั้ม มูลค่า 4 ล้านดอลลาร์ และชักชวนดานา สตรัม มือเบสผู้กว้างขวางในถิ่นลอสแอนเจลิส กับบ็อบบี ร็อกมือกลองฝีมือดีให้มาร่วมงานกัน สามคนซ้อมดนตรีด้วยกันและมองหานักร้องนำที่จะมาทำหน้าที่ในวง ซึ่งสุดท้ายวินนีเลือก โรเบิร์ด ไฟสช์แมน อดีตนักร้องนำวงเจอร์นี (ช่วงสั้น ๆ ก่อนสตีฟ เพอรีจะเข้าวง)

“ครั้งแรกที่ผมเปิดประดูเข้าไปเจอเขายืนอยู่ใส่เสื้อยืด รองเท้าเทนนิส กางเกงยืนส์ ไม่แต่งหน้า เขาดูเป็นมิตร มีเสน่ห์ ผมเคยได้ยินเรื่องอัตตารุนแรงของมาบ้าง แต่เขาไม่เคยปฏิบัติแย่ ๆ กับผมเลย” โรเบิร์ต ไฟสช์แมน รำลึกถึงวินนีอย่างนั้น

แต่ถึงกระนั้นโรเบิร์ตก็ร่วมงานแค่บันทึกเสียง เพราะเขาออกจากวงหลังจากนั้นเนื่องจากไม่อยากเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เข้ากับแกลมเมทัล

วินนี วินเซนต์ อินเวชันยุคแรก คนยืนด้านหลังคือโรเบิร์ต ไฟสช์แมน นักร้องนำ แถวหน้าจากซ้ายไปขวา บ็อบบี ร็อก มือกลอง วินนี วินเซนต์ มือกีตาร์ และ เดนา สตรัม มือเบส

เมื่อโรเบิร์ตออกจากวงไป วินนีเลือก โกรัน เอ็ดมัน ชาวนอรเวย์มาร้องแทนพักหนึ่ง แต่พอบันทึกเพลงไปได้สักพัก เขาก็ไล่ออก (ต่อมาเอ็ดมัน โกรันไปร้องเพลงกับวงอิงเว มาล์มสทีน) และได้มาร์ก สลอจห์เตอร์มาแทน โดยภารกิจแรกไม่ใช่การบันทึกเสียงใหม่ เพราะเปลืองงบประมาณ แต่ให้มาร์กแสดงในมิวสิกวิดีโอในเพลง “เดอะ บอยส์กอนนาร็อก” ทำท่าทำทางร้องเพลงโดยใช้เสียงร้องของโรเบิร์ต

วินนีตั้งใจจะบันทึกเสียงอัลบั้มแรกซ้ำใหม่ แต่ใครบางคนในบริษัทขอให้เขาหยุดทำงานเก่า แล้วสร้างสรรค์ผลงานใหม่แทนเพราะตอนนั้นเขาผลานเงินไป 2 ล้านดอลลาร์ครึ่งหนึ่งของมูลค่าตามสัญญาแล้วแต่ได้อัลบั้มมาเพียง 1 ชุดเท่านั้น

บางทีปัญหาของวินนีอาจจะเป็นอย่างพอลบอก วินนีไม่รู้ว่าควรเล่นตอนไหน หรือเล่นเมื่อไหร่ หรือเล่นแค่ไหน เขาแก้ไขงานเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกราวกับเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ บ็อบบี ร็อก เคยกล่าวว่า การทำงานอัลบั้มแรกกับวินนี วินเซนต์ อินเวชันเป็นการบันทึกเสียงที่ยากที่สุด ถึงขนาดต้องบันทึกเสียงใหม่ทั้งหมด ส่วนโรเบิร์ด เล่าว่า เขาใช้คันโยกในท่อนโซโลหนึ่ง แล้วเขาก็ทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหลุดคีย์ เหมือนไล่งับหางตัวเองจนเป็นบ้า เขาหัวเสีย แล้วเขาก็พังกีตาร์

พวกเขาได้เล่นเป็นวงเปิดให้อลิส คูเปอร์และไอออนเมดเดนในเวทีระดับสนามกีฬา ออกทัวร์ของตัวเองตามคลับ และปัญหาเดิม ๆ ก็เริ่มต้นขึ้น จนสมาชิกที่เหลือจ้างผู้จัดการเพื่อจัดการเรื่องราวต่าง ๆ กลายเป็นว่าวินนีคิดว่าสมาชิกคนอื่นกำลังก่อกบฏ แต่ก็ทำอัลบั้มที่สอง ออลซิสเต็มโก ตามออกมา แต่หลังจากออกไม่นาน ไชร์ซาลิสของยกเลิกสัญญากับวินนี หันมาเซ็นสัญญากับดานาและมาร์ก สลอจห์เตอร์แทน

วินนี วินเซนต์กลับไปหาจีน ซิมมอนส์และขอโทษในสิ่งที่เคยทำลงไป เขาขอเขียนเพลงร่วมกับวงคิส วินนีได้ทำเพลง “อันโฮลี” “ฮาร์ตออฟโครม” และ “ไอจัสต์วอนนา” ร่วมในอัลบั้ม รีเวนจ์ ในปีค.ศ. 1992 ต่อมาวินนีได้เซ็นสัญญากับอินิกมาเร็คคอร์ด สำหรับทำอัลบั้มลำดับที่ 3 เขาเชิญโรเบิร์ต ฟลิสชแมน อดีตนักร้องนำมาร้องและอังเดร ลาเบลล์ มาตีกลอง อังเดรเล่าว่า วินนีไม่เคยพอใจสิ่งที่เขาทำต้องทำใหม่ซ้าหลายครั้ง ใช้เวลาหมดไป 2 ปี เปลี่ยนสตูดิโอ 6 แห่ง และที่สำคัญ วินนีไม่ยอมให้เขาเอาเดโมออกนอกสตูดิโอด้วยซ้ำ

และจบลงด้วยไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

วินนีย้ายจากลอสแอนเจลิสมาแนชวิลล์ช่วงปลางทศวรรษ 90 เขาไปปรากฏตัวตามคิสเอ็กโป ขายลายเซ็น ถ่ายรูป ขายของทีระลึก ช่วงปีค.ศ. 1995 – 1996 แต่เขาเริ่มออกอาการหลงตัวเอง ห่วงความปลอดภัยว่าจะเป็นเหมือนจอห์น เลนนอน ที่โดนแฟนเพลงคลั่งสังหาร ถึงขนาดเรียกร้องหน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษติดอาวุธสำหรับคุ้มกันเขาในงานคิสเอ็กโปรทำให้ผู้จัดงานเริ่มเอือมระอา

เขาทำเงินได้จากงานคิสเอ็กโปประมาณ 2 หมื่นดอลลาร์ และใช้มันทำและทำอีพี 4 เพลง ยูโฟเรีย ออกมาโดยตั้งบริษัทเมทัลลูนาเร็คคอร์ด โฆษณาว่าอัลบั้มเต็มชื่อ กีตาร์มาเก็ดดอน จะตามมาในไม่ช้า ประมาณปีค.ศ. 1996 และโฆษณาขายสั่งจองล่วงหน้า 120 – 300 ดอลลาร์สำหรับกล่องบ็อกเซ็ท แต่จนถึงปัจจุบันคนที่สั่งจองก็ยังไม่ได้รับของ เขาไม่คืนเงินสั่งจองบ็อกเซ็ท แฟนเพลงบางคนฟ้องเรียกค่าเสียหาย ได้เพียงจดมหายตอบกลับว่าขออภัยที่ส่งช้า แต่เสนอขายปิ๊กกีตาร์ที่เขาเล่นช่วงทัวร์ครีเชอร์ออฟเดอะไนท์ ในราคาอันละ 1,000 ดอลลาร์

พอล สแตนลีกล่าวหาว่าเขาหากินกับแฟนเพลงคิส “วินนีขายกีตาร์ตัวหนึ่งให้แฟนเพลง แล้วบอกว่ามันเป็นกีตาร์ตัวโปรดของเขาทั้งที่เขาไม่เคยเล่นกีตาร์ตัวนั้น”

ดูเหมือนวินนีจะมีปัญหาเรื่องเงิน เขาไม่มีผลงานเต็มรูปแบบอีกเลยหลังจากวงวินนี วินเซนต์ อินเวชันแยกวงไป เขาหากินกับผู้ที่ยังนิยมฝีมือของเขา ปีค.ศ. 1997 เขาฟ้องอดีตเพื่อนร่วมวงคิสหลังครั้งโดยอ้างว่าทำสัญญาไม่เป็นธรรม ยกตัวอย่างเช่นให้ค่าจ้างเพียงสัปดาห์ละ 1,000 ดอลลาร์ และให้เขาอยู่ในโรงแรมที่เต็มไปด้วยพวกติดยากับโสเภณี แต่ทุกครั้งที่เขาฟ้องล้วนแพ้คดีทั้งสิ้น

วินนีแต่งงานกับไดแอน คีโร อดีตแฟนของเอซ เฟรห์ลีย์ และย้ายจากลอสแอนเจลิสไปใช้ชีวิตเงียบงัน ในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ สไมร์นา รัฐเทนเนสซี อยู่ห่างจากแนชวิลล์ประมาณ 25 ไมล์  ไม่สุงสิงยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน ป้องกันตัวเองอยู่ในกำแพงหนา แทบไม่มีข่าวคราวของเขาออกมามากนัก ปีค.ศ. 2011 ไดแอนแจ้งตำรวจว่าโดนวินนีทำร้ายร่างกาย พร้อมหลักฐานทางกายภาพ ร่างกายฟกช้ำ มีเลือด เขาโดนจับนอนห้องขังหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นประกันตัวด้วยเงิน 10,000 ดอลลาร์ เขาเข้ารับการบำบัดความโกรธ และเมื่อไดแอนเสียชีวิตเดือนมกราคม 2014 ด้วยวัย 47 ปี เขาก็ย้ายที่อยู่…ไม่มีใครแน่ใจว่าเขาพำนักอยู่ที่ใด


ปรับปรุงเนื้อหาล่าสุด 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

 

Advertisements

3 thoughts on “Vinnie Vincent

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.