Soundtrack to the Apocalypse: a brief history of Slayer (Continued)


Disc 2

Devine intervention

  1. “Sex, Murder, Art.” – 1:50
  2. “Dittohead” – 2:30
  3. “Divine Intervention” – 5:32
  4. “Serenity In Murder” – 2:36
  5. “213” – 4:51

Undisputed Attitude

  1. “Can’t Stand You” – 1:27
  2. “DDAMM” – 1:01
  3. “Gemini” – 4:51

Diabolus in Musica

  1. “Bitter Peace” – 4:31
  2. “Death’s Head” – 3:29
  3. “Stain Of Mind” – 3:24

God Hates Us All

  1. “Disciple” – 3:35
  2. “God Send Death” – 3:45
  3. “New Faith” – 3:05

Addition Track

  1. “In-A-Gadda-Da-Vida” (Iron Butterfly) – 3:16
  2. “Disorder” w/Ice T – 4:56
  3. “Memories Of Tomorrow” (Suicidal Tendencies) – 0:53
  4. “Human Disease” – 4:20
  5. “Unguarded Instinct” – 3:44
  6. “Wicked” – 6:03
  7. “Addict” – 3:41
  8. “Scarstruck” – 3:31

หลังจากออกอัลบั้มแสดงสดมาคั่นเวลาแล้ว Slayer ก็ประกาศตัวมือกลองคนใหม่ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พอล บอสตาบต์ มือกลองที่เคยฝากฝีมือไว้กับวง Forbidden และเข้าร่วมแสดงสดครั้งแรกในงาน Monster of Rock  หลังจากนั้นก็ไปช่วยตีกลองให้กับ Testament ก่อนจะกลับมาประจำตำแหน่งมือกลองของ Slayer และประเดิมงานชุด  Devine intervention ซึ่งเป็นงานที่ประสบความสำเร็จโดยที่ยังคงความรุนแรงเอาไว้ได้เหมือนเดิม ไม่ได้ลดความหนักหน่วงอย่างที่ Metallica หรือว่า Magadeth ทำ

แต่บอสตาบห์ ก็อยู่ไม่ยืด เขาจากไปเพื่อที่จะทำงานในวงของเขาเองที่มีชื่อว่า The Truth About Seafood และทิ้งให้เป็นภาระของ จอห์น เด็ทท์จากวง Testament มาฝากฝีมือในอัลบั้ม Undisputed Attitude  ซึ่งเป็นอัลบั้มคัฟเวอร์เพลงพั้งค์และฮาร์ดคอร์เก่าๆ มาเล่นใหม่  เดิมที่พวกเขาตั้งในว่าจะทำเป็นแผ่นคู่ โดยแผ่นหนึ่งเป็นการนำเพลงเมทัลเก่าๆ มาทำใหม่ และอีกแผ่นเป้นการเอาเพลงพั้งค์และฮาร์ดคอร์มาทำใหม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทำแผ่นเดียวโดยเลือกเอาเพลงพั้งค์และฮาร์คอร์มาทำใหม่ พร้อมกับเพลงของฮานมานน์ ที่เคยเขียนไว้ช่วงปี ๒๕๒๙ สำหรับโปรเจ็คท์ส่วนตัว (แต่ว่าโปรเจ็คท์นั้นพับไป ไม่ได้ทำ) อีกสองเพลง

อัลบั้ม God Hats Us All  ตามออกมาโดยได้บอสตาปห์เป็นมือกลองอีกครั้ง  ดนตรีก็ยังหนักหน่วงรุนแรงวางใจได้เหมือนเช่นเคย อัลบั้มนี้โดนต่อต้านจากร้านค้าปลีกเรื่องหน้าปกเล็กน้อย  ก็เลยมีการออกแบบปกใหม่ เพื่อที่จะเอามาปิดทับปกเดิม เพื่อให้พ้นจากปัญหานี้ไป  ช่วงท้ายๆ ของดิสต์แผ่นที่สองเป็นการเอาเพลงที่กระจัดกระจายไปอยู่ตามอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ต่างๆ อย่างเช่น “In-A-Gadda-Da-Vida” เพลงสุดฮิตของ Iron Butterfly ในอดีตที่พวกเขาเอากลับมาทำใหม่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Less Than Zero   และยังมี “Disorder” ที่ร่วมงานกับ Ice T เพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Judgement Night soundtrack.  นอกจากนี้ก็เป็นพวกเพลงที่แถมเป็นโบนัสให้กับแผ่นที่ออกในญี่ปุ่น รวมไปถึงงาน outtake ด้วย คือ “Addict” กับ “Scarstruck”

Disc #3: Shit You’ve Never Heard

  1. “Ice Titan” – 4:18
  2. “The Antichrist” – 2:53
  3. “Fight Till Death” – 3:30
  4. “Necrophiliac” – 5:00
  5. “Piece By Piece” – 2:13
  6. “Raining Blood” – 3:09
  7. “Angel Of Death” – 4:58
  8. “Raining Blood” – 2:00
  9. “South Of Heaven” – 3:29
  10. “Seasons In The Abyss” – 6:43
  11. “Mandatory Suicide” – 3:59
  12. “Mind Control” – 3:05
  13. “No Remorse (I Wanna Die)” w/Atari Teenage Riot – 4:15
  14. “Dittohead” – 3:03
  15. “Sex, Murder, Art.” – 2:22
  16. “Bloodline” – 4:02
  17. “Payback (Live)” – 6:39

ในดิสต์แผ่นที่ ๓ เป็นการรวมเพลงที่ Slayer บอกว่าคุณไม่เคยฟังมาก่อน ส่วนใหญ่เป็นบันทึการแสดงสด น่าเสียดายที่เพลงจากการซ้อมและเดโมน้อยไปหน่อย แต่บันทึกการแสดงสดก็น่าสนใจพอสมควรเพราะว่ามันมีเพลงจากอดีตมาให้ฟังด้วย “Ice Titan” เป็นการบันทึกมาจากเดือนมีนาคมปี ๒๕๒๖ สมัยที่พวกเขายังคงทำเพลงคล้ายๆพวก Judas Priest หรือ Iron Maiden กันอยู่

เพลง “The Antichrist” และ “Fight Till Death ”  เป็นเพลงบันทึกมาจากการซ้อมช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๒๖ ที่โรงรถของอรายา “Necrophiliac” บันทึกเสียงจากการแสดงสดเมื่อปี ๒๕๒๘ ส่วนเพลง “Piece By Piece” เป็นการมิกซ์แบบหยาบๆ จากงานชุด Reign in Blood ซึ่งมีเสียงเบสเป็นตัวอินโทร

“Angel Of Death” กับ “Raining Blood” เป็นการแสดงสดจากปี ๒๕๒๙  ที่แคนาดา  “South Of Heaven” กับ “Seasons In The Abyss” เป็นเดโมเทปของฮานมานน์ “No Remorse (I Wanna Die)” เป็นเพลงจากอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่อง Spawn ส่วนเพลงอื่นๆ เป็นบันทึกการแสดงสดต่างกรรมต่างวาระกัน

Disc #4: Shit You’ve Never Seen (DVD)

  1. “Die By The Sword”
  2. “Aggressive Perfector”
  3. “Praise Of Death”
  4. “Haunting The Chapel”
  5. “Necrophobic”
  6. “Reborn “
  7. “Jesus Saves”
  8. “War Ensemble”
  9. “South Of Heaven”
  10. “Dead Skin Mask”
  11. “Gemini”
  12. “Kerrang! Magazine Awards ’96: Heaviest Band Award”
  13. “EBK for Diabolus In Musica”
  14. “Stain Of Mind”
  15. “Bloodline”
  16. “Disciple”
  17. “God Send Death”

อารมณ์ในดิสค์แผ่นที่ ๔ ก็ยังคงเหมือนกับแผ่นที่ ๓ เพียงแต่เป้นภาพการแสดงสดสุดมันส์ ต่างกรรมต่างวาระกัน เริ่มจาก “Die By The Sword” กับ “Aggressive Perfector”   ที่ยังเห็นแต่ละคนหน้าอ่อนๆ กันทั้งนั้นเพราะนี่ เป็นการแสดงสดสมัยปี ๒๕๒๖  ส่วนเพลง “Praise Of Death”  เป็นภาพจากปี ๒๕๒๗ และ  “Necrophobic”  Necrophobic”, “Reborn “, “Jesus Saves” เป็นการแสดงสดเมื่อปี ๒๕๒๙  เรื่อยมาจนถึง “Disciple” กับ “God Send Death” ที่เพิ่งแสดงสดกันเมื่อปี ๒๕๔๖

Disc #5: Live at The Grove in Anaheim, CA, May 2, 2002 (Bloodpack, Deluxe Edition only)

  1. “Darkness Of Christ”
  2. “Disciple”
  3. “War Ensemble”
  4. “Stain Of Mind”
  5. “Postmortem”
  6. “Raining Blood”
  7. “Hell Awaits”
  8. “At Dawn They Sleep”
  9. “Dead Skin Mask”
  10. “Seasons In The Abyss”
  11. “Mandatory Suicide”
  12. “Chemical Warfare”
  13. “South Of Heaven”
  14. “Angel Of Death”

ในส่วนของดิสค์แผ่นที่ ๕ เป็นการบันทึกการแสดงสดเหมือนกัน แต่ว่าต่างจากดิสต์แผ่นที่๓ ตรงที่เป็นการแสดงสดจากที่เดียวกันทั้งหมด  และได้ ลอมบาร์โดกลับมาเป็นมือกลองอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.