Drums Workshop with Bill Bruford


วันที่ 31 พฤษภาคม 2549

หอประชุม เอ.ยู. เอ

จัดโดย ฮ่งเซ้งแอนด์ซัน (กลอง Tama)

รู้สึกว่าบิล บรูฟอร์ดมาไทยครั้งนี้ค่อนข้างจะใช้เวลาได้คุ้มค่าทีเดียว มีคอนเสิร์ตถึงสองงานแล้วก็ยังมีเวิร์กช็อปกลองอีกรอบ เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักบิล บรูฟอร์ดกันดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเล่าประวัติอะไรมากมาย เวิร์กช็อปนี้เริ่มประมาณ 6 โมงเย็น ก่อนงานเริ่มยังเห็นบรูฟอร์ดออกมาเดินคุยกับใครก็ไม่ทราบอยู่เลย เห็นแล้วรู้สึกว่านี่คงเป็นงานที่สบายสำหรับเขา

เขาเริ่มต้นด้วยการเกริ่นนำว่าเริ่มเล่นดนตรีตอนอายุเท่าไหร่ เล่นกับวงไหนมาบ้าง แล้วก็ตีกลองโชว์ จากนั้นก็เข้าเวิร์กช็อปกันจริง ๆ ซึ่งเขาเริ่มตั้งแต่พื้นฐานโดยไม่ลืมโฆษณาให้กลอง Tama ที่เขาบอกว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1979 และก็แนะนำการวางกลอง ซึ่งการวางกลองของเขาค่อนข้างจะมีลักษณะพิเศษคือวางเป็นแนวรอบตั้งความสูงไว้เท่าระดับข้อศอก  เขาบอกว่าได้แนวความคิดมาจากคนตีกลองวงโยธวาทิต และกลองทิมปานีในวงออเคตราที่หมุนได้รอบตัว และเขารู้สึกว่าตีกลองแบบนี้ค่อนข้างจะสบายและตีง่ายกว่าการวางกลองให้สูงท่วมหัว (ลองนึกถึงกลองชุดของพวกวงร็อกและเมทัลที่สูงท่วมหัว) จากนั้นเขาก็พูดเรื่องการวางมือและลักษณะการตีกลองขั้นพื้นฐาน

หลังจากนั้นเขาก็พูดถึงเรื่องริธึมมิกซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของดนตรี เริ่มตั้งแต่ความหมายของริธึมซึ่งตรงนี้เขาตีสแนร์หนึ่งครั้ง และถามว่ามันคือริธึมมั้ย? ส่วนใหญ่จะตอบว่าไม่ หลังจากนั้นเขาก็ตีสแนร์สองครั้ง คราวนี้คนส่วนใหญ่ของบอกว่านี่คือริธึมแล้ว

แต่เขาบอกว่าไม่ใช่ทั้งคู่!! ริธึมคือช่วงเวลาระหว่างการเกิดเสียงสองเสียง มันคือ time และมือกลองจะต้องเล่นกับ time โดยไม่ให้มันขัดกัน นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือไดนามิกของเสียง ซึ่งเขาให้เทคนิคการฝึกซ้อมโดยให้นึกถึงสไลด์โวลลุ่มในห้องบันทึกเสียงที่เฟดเสียงได้ แล้วตีให้ด้านหนึ่งดังส่วนอื่นก็ค่อย ๆ ลดความแรงลง (สมมติมือซ้ายตีแรงขึ้นเรื่อย ๆ มือขวากับขาจะค่อย ๆ เบาลง สลับกันไปมาแบบนี้) นอกเหนือจากไดนามิกแล้วเขาก็พูดถึงเรื่องของเทกซ์เจอร์โดยเปรียบเทียบกับเสื้อผ้าที่ตัดมาแบบเดียว-สีเดียวกัน แต่ถ้าใช้เนื้อผ้าต่างกันจะได้สัมผัสที่ต่างกัน แล้วเขาก็ลองตีกลองด้วยไม้กลองแบบต่าง ๆ รวมไปถึงการใช้ฉาบต่างชนิดก็ให้เสียงต่างกัน

นอกจากนั้นเขายังแนะนำให้มือกลองรู้จักการสร้างจุดสนใจจากคนฟังเหมือนกับว่าวิ่งไปจนสุดขอบเหวแล้วปล่อย คือ ต้องมีการดึงอารมณ์คนฟังแล้วปล่อย รู้จักสร้างความตึงเครียดกับผ่อนคลายสลับกัน และการโซโล่กลองที่จะทำอย่างไรให้มันน่าสนใจ ทั้งนี้การโซโล่กลองไม่ใช่แต่การตีกลองโดด ๆ แม้จะเป็นเพลงที่มีเครื่องดนตรีอื่นอยู่กลองก็สามารถสร้างความโดดเด่นได้

ช่วงเวลาสองชั่วโมงโดยประมาณผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเป็นเวิร์กช็อปที่คุ้มมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่มือกลองก็ตาม เพราะว่ามันจะมีเรื่องของพื้นฐานทางดนตรี ที่จะช่วยให้ปรับฐานความเข้าใจและมุมมองต่อการเล่นดนตรีต่าง ๆ ได้มากขึ้น

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.