Queensrÿche: Operation: Mindcrime


ในช่วงกลางทศวรรษ 80s นั้นดนตรีเมทั่ล ดูจะไม่ค่อยได้รับการยอมรับในแง่มุมของนักคิดกันเสียเท่าไหร่ เพราะว่าส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่ออกมาจากสัญชาติญาณดิบกันเกือบทั้งนั้น มัวเมาอยู่กับ sex, drugs & rock n’ roll จนเป็นที่ประณามหยามหมิ่นจากสาธุชนทั่วทุกสารทิศ

แต่ในเมื่อกรุงศรีอยุธยา ไม่สิ้นคนดีฉันท์ใด วงการ เมทั่ล ก็ไม่ขาดแคลนเหล่าคนมีฝีมือที่จะมาร่วมบุกเบิกเส้นสายปลายทางใหม่ๆ เหมือนกัน และ Queensrÿche ก็เป็นหนึ่งในวงดนตรีที่มากอบกู้ศักดิ์ศรีของวงการ เมทั่ล ว่าไม่ได้มีแต่แนวทางอบายเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ในสายของผู้สุขุมลุ่มลึก มองโลกอย่างพินิจพิเคราะห์ก็มีเหมือนกัน

ตัวหลักและผู้ก่อตั้งคณะนี้ขึ้นมาก็คือ คริส เดอการ์โม  กับ ไมเคิล วินตั้น  2 มือกีต้าร์ ที่เล่นดนตรีกันมาในแถบถิ่นซีแอ็ตเติ้ล โดยได้เพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์คือเจ็ฟฟ์ เท็ท  (ร้องนำ), เอ็ดดี้ แจ็คสัน  (เบส) และ สก็อตต์ ร็อคเก็ตฟิลด์  (กลอง). นั่นมันปี 1981 กว่าที่พวกเขาจะได้ออก อีพี ก็ล่วงเข้าไปปี 1983 แต่งานชุดนั้น; Queen of the Reich ก็ทำให้ทาง EMI สนใจและมาเซ็นสัญญาออกงานด้วย และงานชุดนี้ภายใต้สังกัด EMI มันก็กลายเป็น LP ที่ชื่อ Queensrÿche

ความแตกต่างจากเพื่อนร่วมดินแดนอเมริกาบ้านเกิดก็คือ บทเพลงของเขาไม่ได้มีทีท่าจะยั่วยวนเรื่องราวทางเพศอย่าง Poison ไม่ได้มีความหวือหวาอย่าง Van Halen, Mötley Crüe และไม่ได้มีความเป็นป็อป อย่าง Bon Jovi  แต่ว่าใกล้เคียงกับดนตรีจากฝั่งยุโรปเสียมากกว่า ซึ่งนั้นทำให้พวกเขาถึงแม้ว่าจะได้รับการตอบสนองในระดับค่อนข้างดี แต่ว่ายังไม่ถึงขีดสุดจนกระทั่ง Operation: Mindcrime พวกเขาก็มาถึงจุดสุดยอดจนได้ แหวกบรรดา แฮร์ เมทั่ล มาโดดเด่นจนได้สาวกเป็นกอบเป็นกำ กับดนตรีที่เรียกว่า โปรเกรสซีฟ เมทั่ล

อันที่จริง Operation: Mindcrime เกือบจะไม่ได้ออกมาวางจำหน่ายแล้วด้วยซ้ำ เพราะว่าในช่วงก่อนที่จะทำงานชุดนี้ พวกเขาเกิดมีปัญหาทางธุรกิจกับฝ่ายจัดการเล็กน้อย จนแทบจะไม่ได้ออกงานอีก แต่ว่าเมื่อมันออกมาก็กลายเป็นอัลบั้มตำนานในทุกวันนี้

Operation: Mindcrime เป็น คอนเซ็ปต์อัลบั้มที่หาได้ยากในวงการ เมทั่ล ในยุคนั้น เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองในด้านคอรัปชั่น และการสมคบคิด โดยมีตัวเองคือ Nikki ซึ่งเมื่อเปิดอัลบั้มด้วย “I Remember Now” เราจะได้ฟังเรื่องราวของเขา ที่โดนจองจำอยู่ และย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์เริ่มต้นว่าเป็นอย่างไร

“Anarchy-X” และ “Revolution Calling” นำเราไปสู่เรื่องราวของ Dr X ผู้นำกลุ่มใต้ดินซึ่งล้างสมองและใช้ยาเสพติดเป็นเครื่องมือ ใน “Anarchy-X” เป็นเพลงบรรเลงที่คล้ายกับเพลงปลุกระดม แสดงความสามารถในการตีกลองอันละเอียดลออของ ร็อกเก็ตฟิลด์ ให้เป็นที่ประจักษ์ โดยที่ เดอกาโม่ กับ วินตั้น เสริมแต่งเสียงกีต้าร์ได้ยอดเยี่ยม ช่วยๆกันเสริมความรู้สึกและอารมณ์จากการเล่นฮาร์โมนี่ อันบางเบาไปสู่ความห้าวหาญของการปฎิวัติ และนำเข้าสู่ “Revolution Calling” เพลงมิด เท็มโป้ที่เท็ท ใช้เสียงได้อย่างน่าดูชม นายคนนี้เป็นนักร้องที่เสียงสุดยอดในแวดวง เมทั่ล อย่างที่หาคนเทียบยากจริงๆ ยังคิดๆ อยู่ว่าถ้าไม่ได้เสียงร้องของเขาจะทำให้เพลงนี้ดูไม่ดีขนาดนี้ก็เป็นได้ ใน “Revolution Calling” นี้ Nikki ได้รู้จักกับกลุ่มใต้ดิน ของ Dr X และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ

จบเพลงนี้คั่นด้วยเสียงโทรศัพท์ ซึ่งเป็นไอเดียในการเล่นกับเสียงโทรศัพท์ได้ไม่เลวเลย. “Operation Mindcrime” ซึ่งเป็น title track บอกกับเราว่าการควบคุมและสั่งงานของ Dr X ผ่านทางโทรศัพท์ หลังจากล้างสมอง Nikki เรียบร้อยแล้ว ตามมาด้วย “Speak” ซึ่งแสดงลักษณะภายในของ Nikki ซึ่งกลายเป็นคนใหม่ไปแล้ว เพลงนี้แรงและเร็ว เน้นความมันส์ เสียงร้องของ เท็ท ในช่วงคอรัสได้อารมณ์ดีทีเดียว เขาเป็นคนที่สามารถใช้เสียงได้หลากหลาย และรู้จักใช้พรสวรรค์ของตัวเองอย่างรู้จักคุณค่า ตอนนี้ Nikki กลายเป็น “พระผู้ไถ่ที่มีปืนอยู่ในมือ” ไปแล้วในความรู้สึกของเขา ท่อนกีต้าร์ โซโล่ ทำได้เฉียบคม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของการสร้างท่อนฮุคมากกว่าจะมุ่งเน้นเป็นพระเอก

“Spreading The Disease” เริ่มจะเข้าสู่ช่วงของความสับสนในจิตใจของ Nikki เมื่อเขาได้พบกับ Sister Mary ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นผู้หญิงข้างถนนที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินต่อกันด้วย “The Mission” ซึ่งเริ่มต้นคล้ายกับเพลงบัลลาดด้วยเสียงอคูสติก กีต้าร์ อันงดงาม ก่อนจะขึ้นระดับเป็นเพลงอันหนักหน่วงแต่สโลว์ เท็มโป้  และตอนนี้ Sister Mary มีอิทธิพลต่อ Nikki คือเป็น she is the lady that can each my sorrow ซึ่งจะต่อเนื่องเข้าหาเพลง “Suite Sister Mary” อันยาวและเป็นเพลงเด่นที่แสดงความหลากหลายและฝีมืออันมากมายของพวกเขา ซึ่งมีเสียงไควร์ ประสานให้ยิ่งใหญ่เข้าไปอีก  ถ้าจะยกว่าเพลงไหนน่าจะเป็นตัวแทนของงานชุดนี้ก็น่าจะเป็นเพลงนี้นี่เอง ในเพลงนี้ Sister Mary ต้องตายด้วยคำสั่งของ Dr X

“The Needle Lies” เป็นบทเพลงที่ Nikki เริ่มรู้สติมากขึ้น และพยายามหลบเลี่ยงจากการใช้ยาเสพติด ความแรงในระดับ power เมทั่ล เมื่อได้เสียงร้องของ Geoff Tate เข้าไปด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึง คั่นในช่วงสั้นๆ ด้วย “Electric Requiem”  “Breaking The Silence”  “I Don’t Believe In Love”  “Waiting For 22” “My Eleltric Room” และ “Eyes of a Stranger” ตามมาอย่างต่อเนื่องโดยที่นึกไม่ออกว่ามันมีการเปลี่ยนเพลง  คือหลักๆ มันจะมีเพลงอยู่ 3 เพลงคือ “Breaking The Silence”  “I Don’t Believe In Love” และ “Eyes of a Stranger” แต่มีการใช้เพลงบรรเลงและ sound effect เป็น prelude คั่นและชักนำเข้าหาอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาจะเป็นเรื่องของ Nikki ที่รู้จักตัวเองและปลีกตัวหนีออกจากองค์การลับแห่งนี้

เสียงเบสของ แจ็คสัน กับ เสียงกลองของ ร็อกเก็ตฟิลด์ จัดว่าน่าปวดหัวมาก ยิ่งเมื่อรวมเข้ากับส่วนของกีต้าร์ด้วยแล้วจัดว่าเป็นงานที่สมบูรณ์แบบของวงการ โปรเกรสซีฟ เมทั่ล ที่ต่อมาหลายๆวงพยายามเลียนแบบงานชุดนี้ แต่ยังไม่มีใครทำได้เหมือนพวกเขาเลย

Line up

  • Geoff Tate : vocal
  • Chris De Garmo : guitar
  • Michael Wilton : guitar
  • Eddie Jackson : bass
  • Scott Rockenfield : drums

Track listing

  1. “I Remember Now” (Chris DeGarmo, Geoff Tate, Michael Wilton [[1]]) – 1:17
  2. “Anarchy-X” (DeGarmo) – 1:27
  3. “Revolution Calling” (Tate, Wilton) – 4:42
  4. “Operation: Mindcrime” (DeGarmo, Tate, Wilton) – 4:43
  5. “Speak” (Tate, Wilton) – 3:42
  6. “Spreading the Disease” (Tate, Wilton) – 4:07
  7. “The Mission” (DeGarmo) – 5:46
  8. “Suite Sister Mary” (DeGarmo, Tate) – 10:41
  9. “The Needle Lies” (Tate, Wilton) – 3:08
  10. “Electric Requiem” (Scott Rockenfield, Tate) – 1:22
  11. “Breaking the Silence” (DeGarmo, Tate) – 4:34
  12. “I Don’t Believe in Love” (DeGarmo, Tate) – 4:23
  13. “Waiting for 22” (DeGarmo) – 1:05
  14. “My Empty Room” (Tate, Wilton) – 1:28
  15. “Eyes of a Stranger” (DeGarmo, Tate) – 6:39
Advertisements

One thought on “Queensrÿche: Operation: Mindcrime

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.