เมื่อคิสหามือกลองแทนปีเตอร์ คริสส์


ปิเตอร์ “เดอะแคท” คริสส์ มือกลองหน้าแมวของวงคิสตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตเมื่อปีค.ศ. 1980 ด้วยการเดินออกจากวงคิส ความจริงเขาหมดไฟมาตั้งแต่ช่วงทำอัลบั้มไดนาสตี (1979) แล้ว และไม่ได้ร่วมบรรเลงในอัลบั้มอันมาส์กด แม้ว่าจะยังมีชื่อเป็นสมาชิกวงอยู่ก็ตาม

แต่จากปากคำของพอล สแตนลี จีน ซิมมอนส์ และบิล อูคอยน์ ให้การตรงกันว่าปีเตอร์โดนไล่ออก หลังจากถ่ายวิดีโอประกอบเพลง “เชนดี” เสร็จแค่วันเดียว โดยเขาเรียกประชุมสมาชิกวงในห้องทำงานของบิล อูคอยน์ (แต่ตอนนั้นบิลไปยุโรป) พวกเขาไปรอในห้องเมื่อปีเตอร์มาถึงก็แจ้งข่าวให้ทราบ โดยไม่มีการโหวดอะไรทั้งสิ้น เหตุผลก็ไม่น่าประหลาดใจเพราะถ้าสมาชิกวงไม่ร่วมทำอัลบั้มถึงสองชุดก็สมควรพิจารณาตัวเองออกจากวงไป

อัลบั้มอันมาส์กดวางจำหน่ายวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1980 พร้อมการแถลงข่าวว่าปีเตอร์ออกจากวงเพื่อเป็นศิลปินเดี่ยว และพวกเขากำลังหามือกลองแทนอยู่

จีน ซิมมอนส์เคยให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากนั้นวงคีสต้องทดสอบมือกลองนับร้อยเพื่อจะหาคนมาแทนปีเตอร์ เวลานั้นวงคิสได้เลื่อนกำหนดการแสดงสดในยุโรปไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ตั้งใจว่าจะต้องเล่นคอนเสิร์ตในนิวยอร์กให้ได้ คอนเสิร์ตนั้นกำหนดวันที่ 25 กรกฎาคม หมายความว่าพวกเขามีเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น ทีมบริหารของวงต้องออกควานหามือกลองที่จะมาแทนทีปิเตอร์กันจ้าละหวั่น หลายคนได้รับคำแนะนำจากเพื่อนพ้องในวงการและได้เห็นฝีมือกันมาแล้ว หลายคนไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน เดโมเทปและรูปถ่ายจากมือกลองหลายคนส่งตรงมาถึงทีมงานของวงคิส

anton-fig

คนที่น่าจับตามองคือแอนตัน ฟิก ซึ่งเล่นในอัลบั้มเดี่ยวของเอซ เฟรห์ลี และอัลบั้มของวงคิสสองชุดหลัง แต่แอนตันให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าตอนนั้นเขาเล่นกับวงสไปเดอร์และมีเพลงติดท็อป 40 อยู่แล้ว อีกทั้งได้ยินมาว่าพอลและจีนไม่อยากให้เขาเข้าร่วมวงเพราะเขาสนิทกับเอซมากเกินไป จึงตัดสินใจอยู่กับวงของเขาต่อไป แต่ฝั่งเอซบอกว่าเขาพูดคุยกับพอลและจีนเรื่องจะให้แอนตันเป็นมือกลองของวง ตอนแรกสองคนนั้นไม่มีปัญหา เขาเลยโทรบอกแอนตันว่าได้งานในวงคิสแล้วนะ แต่วันต่อมาพอลหรือจีนโทรมาบอกเขาว่าแอนตันไม่เหมาะกับวง เขาเลยต้องโทรบอกแอนตันว่าเสียใจด้วย สมาชิกอีกฝ่ายไม่อยากให้แอนตันอยู่ในวง

richie-fontana

อีกคนที่เกือบได้เป็นมือกลองวงคีสคือ ริชี ฟอนตานามือกลองวงไพเพอร์ (ของบิลลี สไควเออร์) ซึ่งเคยตีกลองให้งานเดี่ยวของพอลมาก่อน บิล (ผู้จัดการวง) นัดให้เขามาพบปะพูดคุยกับจีนและพอลเรื่องมาเป็นมือกลอง แต่จีนและพอลคิดว่าริชีไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมเพราะเป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว ตอนนั้นวงไพเพอร์ออกอัลบั้มมาสองชุดและเคยปรากฎโฉมตามหน้านิตยสารบ่อยครั้ง เขาต้องการคนที่ไม่มีใครรู้จักกมากว่า

chuck-billings

ชัค บิลลิงส์จากวงเวอจินที่จีนเคยช่วยเหลือทำเดโมเทปก็เป็นอีกคนที่มีข่าวว่าอาจได้เป็นมือกลองวงคีส ตอนนั้นวงเวอจินแยกวงพอดี จีนเรียกเขาไปสังสรรค์ที่เบเวอร์ลีฮิลส์โฮเทล เมื่อเขาไปถึงจึงรู้ว่าปีเตอร์ออกจากวงแล้ว เขาจึงเสนอตัวเป็นมือกลองวงคิสเพราะจีนเคยชื่นชมว่าเขาตีกลองดีกว่าปีเตอร์ แต่จีนตอบกลับว่า ตอนนั้นชัคมีชื่อเสียงแล้ว เคยมีรูปลงนิตยสารวัยรุ่นบ่อยมาก จีนต้องการมือกลองที่ยังไม่มีใครรู้จัก และหยอดคำหวานว่าถ้าตอนนั้นไม่มีใครเคยเห็นหน้าชัค รับรองว่าเขาต้องเป็นตัวเลือกอันดับแรกแน่ ๆ

คุณสมบัติสำคัญของมือกลองที่พวกเขามองหาคือ ตีกลองเก่ง (แน่นอนอยู่แล้ว หามือกลองนี่) ต้องร้องนำและร้องคอรัสได้ มีภาพลักษณ์เป็นร็อกสตาร์ (ต้องไม่อ้วนเกินไป ถ้าไว้ผมยาวจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ) อายุก็ต้องไล่เลี่ยกับสมาชิกวง ชาร์ลี เบนเน็ต มือกลองวงแอนแทร็กซ์ก็อยากเข้าร่วมทดสอบฝีมือกับวงคิสด้วยเหมือนกัน แต่ขณะนั้นเขามีอายุ 17 ปีเท่านั้น อายุน้อยเกินไปแต่เขาก็ไปเฝ้าหน้าสตูดิโอที่ใช้ทดสอบฝีมือ เล่าว่าเขาได้เห็นแอนตัน ฟิก คาร์ไมน์ อะพิซี อิริก คารร์ เดินเข้าออกห้องซ้อมด้วย

carmine-appice

คาร์ไมน์ อะพิซี อดีตมือกลองวานิลลาฟัดจ์ และวงของร็อด สจ๊วต เคยเล่นกับพอล สแตนลีย์ และแน่นอนเขาเคยแจมกับวงคิส แต่เขาไม่เคยคิดจะเป็นมือกลองวงคิส และวงคิสก็ไม่คิดจะให้เขาเป็นมือกลอง เพราะตอนนั้นคาร์ไมน์มีชื่อเสียง มีภาพลักษณ์เฉพาะตัว แถมตีกลองด้วยพลังเหลือเชื่อทำให้เขาจะกลายเป็นจุดสนใจของวงมากกว่าจีนและพอล

คิสอยากได้มือกลองที่ไม่มีใครรู้จัก สมัยนั้นคิสยังพรางใบหน้า ไม่เคยแสดงตัวตนแท้จริงต่อสาธารณะมาก่อน พวกเขาจึงอยากได้มือกลองที่พร้อมจะเก็บตัวตนเป็นความลับและสวมบทบาทในวง ว่ากันว่าพวกเขาละเอียดอ่อนถึงขั้นพิจารณารอยสักที่จะสังเกตได้ชัดเจนนอกร่มผ้า

เป็นงานที่หนักหนาสาหัสสำหรับทุกคนที่ต้องเฟ้นหามือกลองที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเช่นนั้น เจน กรอดด์ ผู้ช่วยบิลได้เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นในหนังสือ คิสอะไลฟ์ฟอเอฟเวอร์ ว่าทำรายการเอาไว้ว่าสิ่งที่วงคิสต้องการมีอะไรบ้าง ตั้งแต่ความสามารถตีกลองสองกระเดื่อง ร้องเพลง มีคำถามกระทั่งว่ามือกลองคนนั้นแต่งงานหรือยัง เธอบอกว่ามีมากเสียจนคิดว่าคงทำไม่หมดแน่ แต่บิลบอกว่าให้เลือกสุ่มที่คิดว่าน่าจะใช้ได้มานัดสัมภาษณ์ ถ้าคนไหนคุณสมบัติตรงตามที่ตั้งถึงให้มาทดสอบฝีมือกับวงคิส

มือกลองที่จะมาทดสอบฝีมือจะต้องเล่น 5 เพลงคือ “ดีทรอยต์ร็อกซิตี” สตรัตเทอร์” ไฟเออร์เฮาส์” “ร็อกแอนด์โรลออลไนต์” และ “แบล็กไดมอนด์” โดยต้องตีกลอง ร้องประสาน และ ร้องนำเพลง “แบล็กไดมอนด์” พอล สแตนลีพูดในรายการเดอะไนท์ไฟท์เมื่อปี 1983 ว่า “เราบอกพวกนั้นว่า เรียนรู้เพลงพวกนี้นะ หัดร้องเพลงทั้งหมด เรียนรู้ร้องประสานเสียงต่ำ ร้องประสานเสียงสูง มันยากนะ แต่คุณต้องเข้ามาเป็นสมาชิกวงนี่ คนส่วนใหญ่โดนเราคัดทิ้งแทบจะทันทีเลยล่ะ”

และถ้าใครมีทีท่าประหม่า ลนลาน ตื่นเต้นเกินไปก็โดนคัดทิ้งทันทีเหมือนกัน เพราะขนาดเล่นในห้องซ้อมยังคุมตัวเองไม่อยู่จะไปเล่นต่อหน้าผู้คนเรือนหมื่นได้อย่างไร

เอซ เฟรห์ลีเขียนไว้ในหนังสือโนรีเกรตส์ว่าคนมาทดสอบฝีมือราวหลักสิบต้น ๆ ซึ่งน่าจะถูกต้อง เพราะลองคิดว่าถ้ามือกลองต้องมาเล่น 5 เพลง หากมีคนเป็นร้อยคนตามที่จีนกล่าวอ้างจะต้องใช้เวลานานกี่วัน กี่เดือน ซึ่งเจน กรอดด์บอกว่ามีเวลาให้วงคิสทดสอบฝีมือเพียง 4 วันเท่านั้นเอง โดยพอล จีน และเอซจะเล่นร่วมกับมือกลองที่มาทดสอบตัวต่อตัว ถ้าใช้เวลาทดสอบ 8 – 10 คนต่อวัน เวลา 4 วันน่าจะไม่เกิน 40 คน โดยบันทึกวิดีโอการเล่นเก็บไว้ด้วย คนที่เปิดเผยว่าเคยมาทดสอบฝีมือเพื่อเป็นมือกลองครั้งนั้นก็มี เช่น

stephen-quadros-01

สตีเฟน คัวโดรส มือกลองวงสโนว์ (มีคาร์ลอส คาวาโซเป็นมือกีตาร์) คนนี้มาเพราะคาร์ไมน์ อะพิซีเป็นคนแนะนำให้เขามาลองทดสอบฝีมือ แถมยังส่งวิดีโอการดวลกลองระหว่างสตีเฟนกับคาร์ไมน์ไปให้จีนดูเสียด้วย บิลเลยติดต่อกลับถามสตีเฟนว่าว่าร้องเพลงได้ไหม เขาเลยโกหกไปว่าร้องได้ เลยได้ไปทดสอบฝีมือ แต่เขาก็ไม่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกเพราะเขาร้องเพลงไม่ดี สตีเฟนออกจากวงการดนตรีไปช่วงปีค.ศ. 1983 เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับมือจนตีกลองไม่ได้ หลังจากนั้นเขาหันเหเป็นนักแสดงและผู้บรรยายในแวดวงศิลปะการป้องกันตัว

tico-torres-bon-jovi

อีกคนที่ต่อมาโด่งดังคือตีโก ตอร์เรส มือกลองวงบองโจวี ขณะนั้นเขาเป็นมือกลองรับจ้างปักหลักในนิวยอร์ก เคยเล่นให้แพ็ท เบเนตาร์ อลิส คูเปอร์ มาแล้ว ก็เข่าร่วมทดสอบฝีมือด้วย (ไม่นานหลังจากนั้น ริชี แซมโบราก็มาทดสอบฝีมือเป็นมือกีตาร์วงคิส) แต่ก็ไม่ผ่านรอบแรกเช่นกัน

joe-nevelo

คนที่เกือบมีโอกาสผ่านเข้ารอบสุดท้ายคือ โจ เนโวโลซึ่งเคยร่ำเรียนกลองกับคาร์ไมน์ อะพิซี เขาลงโฆษณาในเดอะวิลเลจวอยซ์ว่าเป็นมือกลองมีสรรพคุณอย่างไรบ้าง และได้รับการติดต่อจากทีมงานซึ่งบอกเขาเพียงว่าต้องการมือกลองสำหรับวงที่ได้แผ่นเสียงแพทตินัมมาแล้ว และพอเขาตั้งสติได้เขามั่นใจว่าวงนั้นคือคิสแน่นอน เขาส่งเทปไปแต่ได้รับการติดต่อกลับมาว่า เขาส่งไปแต่การตีกลอง อยากให้ส่งเสียงร้องไปด้วย เขาได้ร่วมทดสอบฝีมือและพยายามวาดลวดลายเล่นทริกท่าตีกลองต่าง ๆ สารพัดจนจีนหันมาถามว่า เฮ้ คุณพยายามทำให้พอลประทับใจเหรอ และเมื่อเขาอวดเสียงร้องเพลง “แบล็กไดมอนด์”  ก็ไปร้องส่วนที่พอลเป็นคนร้องจนเอซต้องหันมาบอกเขาว่าร้องส่วนของพอลทำไม… ต่อมา โจ เนโวโลไปร่วมงานกับวงมาฮอกกานีรัช และกูดแร็ท (ซึ่งต่อมามือกีตาร์กู้ดแร็ทคือบรูซ กูลิคไปเป็นมือกีตาร์ให้วงคิส)

หลังจากทดสอบรอบแรกเสร็จสิ้น พวกเขามีตัวเลือก 7 – 10 คนที่จะมาทดสอบรอบสอง แต่สุดท้าย คนที่เข้าเป็นคู่ชิงตำแหน่ง มีเพียงสองคนคือ บ็อบบี รอนดิเนลลี กับ พอล คาราเวลโล

bobby-rondinelli

บ็อบบี รอนดิเนลลีเป็นคนนิวยอร์ค ผมยาว ฝีมือกลองหนักแน่น ผู้เกี่ยวข้องบอกตรงกันว่าเขาพลาดรอบสุดท้ายเพียงเพราะเสียงร้องของพอล คาราเวลโลดีกว่า…ไม่ใช่เพราะฝีมือตีกลอง ช่วงที่เขามาทดสอบฝีมือกับวงคิสเขาก็ได้รับการติดต่อจาก ริทชี แบล็คมอร์ ให้ไปทดสอบฝีมือด้วยเช่นกัน และหลังจากไม่ได้ข่าวจากคิสสองสามวันหลังจากทดสอบรอบสุดท้าย เขาก็รับข้อเสนอจากวงเรนโบว์และทำอัลบั้มดิฟพิคัลท์ทูเคียว และได้ร่วมงานกับวงดังอีกหลายวง

eric-carr

พอล คาราเวลโล มือกลองชาวบรุคลิน และเป็นนักร้องนำในบางครั้ง ช่วงกลางปีค.ศ. 1980 เขากำลังตัดสินใจเลิกเล่นดนตรีเพราะไม่รุ่งเสียที ตอนนั้นเขาก็อายุ 30 แล้ว ก็บังเอิญได้พบพอล ทูริโนอดีตเพื่อนร่วมวงแฟลชเชอร์ในคลับแห่งหนึ่งย่านควีนส์ บอกว่าวงคิสกำลังมองหามือกลอง เขาจึงติดต่อและส่งเทปเพลง เขาร้องเพลง “เชนดี” จากอัลบั้มล่าสุดของวงคิสในตอนนั้นด้วย แล้วนำรูปถ่าย เทปกับประวัติตัวเองส่งไปในแฟ้มสีส้มสดใส เพราะคิดเอาไว้แล้วว่าสีนี้ต้องโดดเด่นแน่นอน และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง เพราะ เจน กรอดด์ รำลึกความหลังว่าเธอเห็นแฟ้มสีส้มมาแต่ไกล เธอจึงหยิบแฟ้มนั้นก่อนเพราะสีมันสดใสสะดุดตา เมื่อเธอเปิดดูเห็นภาพถ่ายของพอลดูเท่ ฟังเทปแล้วก็ตีกลองดี ร้องเพลงก็ดี จึงให้พอลมาสัมภาษณ์กับบิล ซึ่งเขาได้รายชื่อเพลงที่ต้องเล่นพร้อมกับคำแนะนำว่าควรจะโกนหนวดเสียด้วย

จีนเขียนในหนังสือคิสแอนด์เมคอัปว่า “ผมไม่เคยลืมการออดิชันของเขาเลย เขาเดินเข้ามาพร้อมกับหัว (ทรงผม) โต ๆ ของเขา ตัวเขาเตี้ยกว่าพวกเรา เขาดูดีตั้งแต่เริ่มต้น เป็นคนอัธยาศัยดี พอเล่นเสร็จ เขาถามว่าจะขอลายเซ็นพวกเราได้มั้ย”

พอล สแตนลีเขียนในหนังสือเฟซเดอะมิวสิคว่า “ตอนแรกผมไม่ได้ชอบการเล่นของเขามากมาย แต่คนอื่นรวมทั้งวินี พอนเซีย กับบิล อูคอยน์ชอบฝีมือเขามาก”

คิสตัดสินใจเลือกพอล คาราเวลโลเป็นมือกลองในวันที่ 1 กรกฎาคม และเขามีเวลา 25 วันเพื่อเรียนรู้เพลง 18 เพลง โดยเขาเลือกนามแฝงและบุคลิกไม่ได้เสียที ตอนแรกเขาจะใช้ชื่อ รัสตี เบลด แต่จีนไม่ให้ใช้ชื่อนี้เพราะมันดูตลกและไม่เข้ากับคนอื่น พอเขาจะเลือกแต่งหน้าในบุคลิกเหยี่ยวก็โดนเบรกจากพอล โดยให้เหตุผลว่าดูเหมือนไก่มากกว่า

จนวันที่ 25 กรกฎาคม ที่เขาต้องแสดงสดร่วมกับคิสเป็นครั้งแรก ชื่ออีริค คารร์และบุคลิกหมาจิ้งจอก –  เดอะฟ็อกซ์ เพิ่งลงตัวในวันนั้นเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s