Tenacious D in The Pick of Destiny


ค่อนข้างจะคาดหวังกับ เทนาเชียสดีอินเดอะปิ๊กออฟเดสทินี (Tenacious D in The Pick of Destiny) ค่อนข้างมาก ด้วยเหตุว่าเคยประทับใจกับ สคูลออฟร็อก (School of Rock) ที่แจ็ก แบล็กมาก่อน แต่พอดูจริงก็ผิดหวัง แต่ถึงจะผิดหวังก็ยังอุตส่าห์หาดีวีดีมาเก็บสะสม (ฮา…) ถึงแม้ว่าจะฝืดยืดเยื้อและน่าเบื่อเพียงไหน ในฐานะที่เป็นแฟนเพลงดีโอก็อยากสะสมของที่ระลึกเอาไว้ดูเล่นตอนที่ไม่มีอะไรจะทำ

ถ้าไม่ใช่คอเพลงร็อกก็คงเป็นเพียงหนังตลกฝืดพอกล้อมแกล้มขำได้บ้างฉากสองฉาก แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบร็อก (อาจจะต้องชี้เฉพาะหน่อยว่า “รุ่นเก่า”) จะรู้สึกว่าหนังตลกฝืดเรื่องนี้มีเสน่ห์ลึก ๆ เหมือนกันแฮะ ด้วยความที่แจ็ก แบล็กคลั่งไคล้ดนตรีร็อกเข้าเส้นเลือดมาแต่ไหนแต่ไร แต่ละฉากเลยเหมือนเป็นการแอบสดุดีให้กับเหล่าร็อกเกอร์ในอดีต ตัวอย่างเช่นเมื่อตอนที่ปีศาจเล่นกีตาร์หลังจากขึ้นมาจากนรก สำหรับคนทั่วไปคงจะเห็นเพียงแค่ว่ากีตาร์มันรูปทรงโฉบเฉี่ยวเท่านั้น แต่ถ้าเป็นแฟนเพลงวงแพนทีราจะรู้ว่าเป็นกีตาร์ประจำตัว ไดม์แบ็ก ดาร์เรลผู้ล่วงลับและบริษัทดีนผู้ผลิตตั้งชื่อรุ่นว่า “ดีนจากนรก” (Dean from Hell)

ดาราที่พอจะคุ้นหน้าอย่างเบน สตีลเลอร์มารับบทเจ้าของร้านขายกีตาร์ และเดฟ โกรหล์แห่งวงฟูไฟต์เตอร์มารับบทปิศาจ เรื่องเล็กน้อยแบบนี้แทรกตลอดทั้งเรื่องเป็นเสน่ห์เหมือนพูดคุยกับเพื่อนฝูงคอเดียวกัน    มีอะไรสะกิดอะไรนิดหน่อยก็จะนึกต่อไปได้ แต่ถ้าไม่ใช่เป็นคนที่ชอบดนตรีร็อกแล้วอาจจะเหมือนเข้ามาร่วมวงสนทนาผิดกลุ่ม เวลาเท้าความถึงเรื่องอะไรแล้วก็อาจจะนึกไม่ค่อยออกว่ามันเป็นยังไงมายังไง

ในเมื่อเดอะปิ๊กออฟเดสทินีเป็นภาพยนตร์เพลง ก็ต้องมีจุดเด่นที่เพลงจากฝีมือของวงเทนาเชียสดี วงดนตรีของแจ็ก แบล็กและไคล์ แกส ซึ่งเคยฝากชื่อเสียงเอาไว้ตอนทำเป็นซีรีย์ความยาว 6 ตอนฉายทางเอชบีโอมาก่อน (ช่วงแรกฉายเพียง 2 ตอนในปีค.ศ. 1997 และทำเพิ่มอีก 4 ตอนในปีค.ศ. 1999) และความมันส์ยังคงต่อเนื่องมาจนทำอัลบั้ม เทนาเชียสดี ออกขายเป็นเรื่องเป็นราวในปีค.ศ. 2001 และขึ้นไปถึงอันดับ 33 ในชาร์ตบิลบอร์ด 200 อีกด้วย

แจ็ก แบล็ก ไคล์ แกส และเลียม ลินซ์ (ผู้กำกับและร่วมเขียนบท) นำเสนอจุดนี้ออกมายอดเยี่ยม โดยเฉพาะตัวแจ็กที่หลายคงจำฉากที่เขาร้อง “เล็ตส์เก็ตอิตออน” ช่วงท้ายภาพยนตร์ ไฮฟิเดลิตี (High Fidelity) ได้ว่าเยี่ยมแค่ไหน หรือว่าจะเป็นลูกบ้าในเพลงร็อกมันส์ ๆ ก็เคยผ่านตามาจาก สคูลออฟร็อก

ในเดอะปิ๊กออฟเดสทินีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ให้คนดูมีความหวังด้วยเพลง “คิกคาปู” ซึ่งทำให้หลายคนต้องไปควานหาอัลบั้มซาวน์แทร็กมาฟังภายหลัง เพลงนี้เป็นร็อกโอเปราฉบับย่อ มีแขกรับเชิญคือ มีต โลฟ และรอนนี เจมส์ ดีโอ ปูชนียบุคคลแห่งวงการเมทัล และการมารับบทเป็นตัวเองในฐานะฮีโรของแจ็ก แบล็กวัยเด็ก จึงเหมือนกับที่บอกข้างต้น “เสน่ห์เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคอเพลงร็อก” ในอัลบั้ม เทนาเชียสดี ก็มีเพลงชื่อ “ดีโอ” สดุดีว่าเป็นฮีโร่ในดวงใจอยู่ด้วย

เนื้อหาของเพลง “คิกคาปู” ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เป็นเพลงที่ว่าด้วยเรื่องของแกะดำในครอบครัวที่อยากเป็นร็อกสตาร์  ซึ่งดูจะเป็นเรื่องสามัญในแวดวงร็อกและเมทัลและดูเป็นอารมณ์ร่วมของคนฟังเพลงเมทัล ด้วยซ้ำไปกับการที่ต้องเผชิญแรงต้านจากทางบ้านหรือคนรอบข้างที่ไม่ค่อยชอบดนตรีที่เสียงดังโหวกเหวกหนวกหู เนื้อหาของภาพยนตร์ช่วง “คิกคาปู” นี่จะว่าไปก็คล้ายมิวสิกวิดีโอเพลง “วีน็อตกอนนาเทกอิต” ของทวิตเต็ดซิสเตอร์ในอดีต

ใครที่ติดใจเพลงนี้ น่าจะลองไปหาอัลบั้ม แบ็ตเอาต์ออฟเฮล (Bat Out of Hell, 1977) ของมีต โลฟมาฟัง อัลบั้มนี้ถือเป็นต้นกำเนิดของสไตล์ดนตรีทีเรียกว่า “วากเนอเรียนร็อก” ซึ่งเป็นสไตล์เฉพาะตัวของ จิม สไตรน์แมนผู้ประพันธ์เพลงทั้งหมดใน แบ็ตเอาต์ออฟเฮล คือเอาดนตรีร็อกผสมกับดนตรีคลาสสิกแบบ ริชาร์ด วากเนอร์ ถ้าชอบดนตรีแบบนี้แนะนำอีกวงคือ ทรานซ์-ไซบีเรียนออเคสตรา โดยเฉพาะอัลบั้ม บีโธเฟนส์ลาสต์ไนต์ (Beethoven’s Last Night, 2000) ซึ่งเอาดนตรีคลาสสิก ส่วนใหญ่เป็นเพลงของบีโธเฟนมีเพลงของโมสาร์ตแทรกเข้ามาสองเพลง

หลังจากเพลง “คิกคาปู” ก็ไม่มีอะไรให้น่าจดจำเท่าไหร่ มีหลายช่วงรู้สึกว่ามันยืดเยื้อยาวนาน เปิดตอนต้นแล้วผ่านไปตอนจบเลยก็ได้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.