Robin McAuley


โรบิ้น แม็คออลี่ย์ เกิดที่ไอร์แลนด์ เริ่มหัดเล่นกลองตั้งแต่เด็ก เล่นร่วมกับวงตั้งแต่อายุได้เพียง ๘ ขวบ พออายุราวๆ ๑๘ เขาก็เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของพี่สาวในลอนดอน และได้ลองทดสอบเข้าร่วมวงท้องถิ่นในลอนดอน  แต่สมาชิกของวงเกิดชอบในเสียงของแม็คออลี่ย์ เลยขอให้แม็คออลี่ย์เป็นนักร้องนำ ซึ่งเขาร่วมวงนี้อยู่ ๓ ปี เล่นเพลงคัฟเวอร์เป็นหลัก ก่อนจะออกไปอยู่กับวง Grand Prix แทน เบอร์นี่ ชอร์

ระหว่างที่อยู่กับวง Grand Prix แม็คออลี่ย์มีโอกาสให้เข้าไปทดสอบเป็นนักร้องนำวง M.S.G. โดย โคซี่ พาวลล์ เป็นคนติดต่อ แต่เขาปฏิเสธเนื่องจากมีความสุขกับการเล่นกับวง Grand Prix อยู่แล้ว

หลังจากที่วง Grand Prix แยกวงไป เขาก็ตั้งวง GMT โดยมี มิค โอดาฮิว อดีตมือกีต้าร์วง Grand Prix เป็นมือกีต้าร์ และมี ฟิล เทย์เลอร์ จากวง Motörhead เป็นสมาชิกวงด้วย แต่ว่าหลังจากทำเดโมไว้แล้วโปรเจ็คท์นี้ก็ล้มเลิกไปเสียก่อนจะได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน. โดยแม็คออลี่ย์บอกว่าปัญหามาจากผู้จัดการวงในตอนนั้น (แต่มีงานของวง GMT ออกมาโดยบริษัท Mausoleum Rec.)

ปี ๑๙๘๕ เขาก็เป็นศิลปินเดี่ยว ออกเพลง “Eloise” (เพลงเก่าของ เบอร์รี่ ไรอั้น) กับบริษัท RPT Records. แต่หลังจากนั้นไม่นานวง The Damned ทำเพลงนั้นออกมาพอดี และดังกว่า เลยทำให้เวอร์ชั่นของเขาดูเบาๆ ไป

หลังจากนั้นเขาไปช่วย แฟร็งก์ เฟเรี่ยน ในวง Far Corporation ในฐานะแขกรับเชิญ  จากนั้นเขาก็ได้รับเชิญให้เข้าไปร่วมทดสอบเข้าร่วมวงอีกครั้งจาก M.S.G. และเขาก็ได้เดินทางไปเยอรมัน เพื่อทดสอบและได้เข้าร่วมวง

ความสัมพันธ์ระหว่างไมเคิล เชงเกอร์ กับ แม็คออลี่ย์ เป็นไปได้ด้วยดี ระหว่างการบันทึกเสียง Perfect Timing เชงเกอร์ก็เสนอให้เปลี่ยน M.S.G. เป็น McAuley Schenker Group

งานชุด Save Yourself เป็นงานที่ยอดเยี่ยม และสมาชิกก็ลงตัว แต่ว่าด้วยความแตกต่างกันเพราะแม็คออลี่ย์กับเชงเกอร์อยู่ในสหรัฐฯ แต่ โบโด ชฮ็อปฟ์ มือกลองอยู่ในสตุดการ์ท (เยอรมัน) ร็อกกี้ นิวตั้น (มือเบส) และ สตีฟ มานน์ (มือกีต้าร์) อยู่ในอังกฤษ ทำให้พวกเขาตัดสินใจจะทำอัลบั้มถัดมาโดยใช้บริการ เจมส์ คอทแท็ค (อดีตมือกลอง Kingdom Come) และ เจฟฟ์ ฟิลสัน (อดีตมือเบส Dokken) ในการทำอัลบั้ม M.S.G.

พวกเขาตัดสินใจหันเข้าหาป็อปมากขึ้น และในช่วงนั้นกระแส “ถอดปลั๊ก” กำลังมาแรง จึงเกิดเพลงอย่าง “When I’m Gone” รวมอยู่ในอัลบั้ม M.S.G. และตามมาด้วย Nightmare : The Acoustic M.S.G. กับ “Unplugged” Live ตามออกมาในช่วงที่ดนตรีร็อกกำลังรื่นเริงกับการถอดปลั๊ก

หลังจากนั้น ไมเคิล เชงเกอร์ ดูจะสนุกสนานกับการเล่นอคูสติก  เขาต้องการออกอัลบั้มเดี่ยวในสไตล์อคูสติก แม็คออลี่ย์จึงตัดสินใจจะไปทำอย่างอื่นดูบ้าง โดยการกลับไปเรียนต่อด้านกราฟฟิคดีไซน์ และทำมาหากินในด้านที่เรียนมา รวมถึงการแต่งงาน ทำให้เขาเงียบหายไปจากวงการดนตรี แต่ก็ยังปล่อยอัลบั้มเดี่ยว  Business as Usual ในปี ๑๙๙๙ ซึ่งเป็นงานที่เขาทำเก็บไว้ในช่วงกลางทศวรรษ ๙๐ แต่ไม่มีบริษัทใดสนใจ (กลองก็ใช้กลองไฟฟ้า ไม่มีมือกลองจริงๆ) แต่แล้วมีบริษัทในญี่ปุ่นสนใจนำมันมาออก

ในปี ๒๐๐๖ เขารับหน้าที่นักร้องนำในวง Survivor แทน เจมี่ เจมิสัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.