Slayer: Jihad


ฆ่าในนามความดี

“จิฮัด” ของสเลเยอร์

I have witnessed your death
I’ve seen it many times
Your tortured screams
Your decrypted little mind
A father’s son
With pathetic eyes that bleed
Twins in the end
Begin and let the brothers fall

I will see you burned alive
Screaming for your God
I will hunt you down again for Him

God won’t judge what I’ve done
He crawls upon my feet
A privileged pain
Beneath buried are your dead
On splintered bones I walk
Sifting through the blood
Besieged to fear
Await the coming of the God!

I will watch you die again for Him

Blood is raining downward
The stain reflects the sun
Conquer divide within
Terrorize the mind
I’ve seen the end it’s yours
Rosary in hand
Your selfish flesh it melts
Spilling from the sky

I will see you burn alive
Screaming for your God
I will watch you die

This is God’s war
God’s war
This is God’s war
God’s war

War of holy principles
I’m seeking God’s help in your destruction
Slit the throat of heathen man
And let his blood dilute the water
Bury your dead

Fuck your God erase his name
A lady weeps insane with sorrow
I’ll take his towers from the world
You’re fucking raped upon your deathbed

This is God’s war
God’s war
This is God’s war
God’s war
Fucking holy war

Be optimistic, happy, and calm
Show no fear or anxiety
Smile at the face of God
And your reward will be eternity
Holy warriors your patience will be justified
Everything is for Him
You must not comfort the animal before you kill it
Strike as champions at the heart of the non-believers
Strike above the neck and at all extremities
For it’s a point of no return for Almighty God
God will give victory to his faithful servants
When you reach ground zero you will have killed the enemy
The Great Satan!

นี่คือสงครามของพระเจ้า สงครามศักดิ์สิทธิ์

ไตร่ตรองหลายรอบก่อนจะเขียนถึงเพลงนี้ เพราะไม่อยากให้กระทบถึงศรัทธาชาวมุสลิมทั้งหลาย แต่เพลงนี้มีประเด็นที่อยากจะเขียนถึง อย่าลืมว่า เจฟฟ์ ฮานเนอมาน กับ ทอม อารายา เขียนเพลงนี้ในมุมมองชาวอเมริกันที่มีต่อเหตุการณ์วันที่ 9 กันยายน 2001

จึงต้องอธิบายก่อนว่า จิฮัด หรือ ญิฮาด ไม่ได้หมายถึงความรุนแรงหรือสงครามศักดิ์สิทธิ์ แต่หมายถึงการกระทำเพื่อเพิ่มศรัทธาในพระเจ้า ทั้งการทำความดี การเผยแพร่ศาสนา รวมถึงการป้องกันตนเองและเหล่ามุสลิมด้วยกัน

ที่ว่ามีประเด็นเขียนถึงเพราะเพลง “จิฮัด” ปิดท้ายด้วยท่อนร้อง (พูด) ที่คัดย่อ เสริมแต่ง จากจดหมายที่โมฮัมเหม็ด อัตตา หนึ่งในผู้จี้เครื่องบินที่บินชนตึกเวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์ในนิวยอร์ก ซึ่งศรัทธาต่อศาสนาอิสลาม

อ่านจดหมายเต็มๆ ได้ที่ http://www.guardian.co.uk/world/2001/sep/30/terrorism.september113

อ่านแล้วนึกถึงประโยคอมตะของฟรีดริช นิทเชอ ในหนังสือ Beyond Good and Evil: Prelude to a Philosophy of the Future ว่า

Wer mit Ungeheuern kämpft, mag zusehn, dass er nicht dabei zum Ungeheuer wird. Und wenn du lange in einen Abgrund blickst, blickt der Abgrund auch in dich hinein.

แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า

He who fights with monsters should be careful lest he thereby become a monster. And if thou gaze long into an abyss, the abyss will also gaze into thee.

พากย์ไทยว่า

ผู้ที่ต่อสู้กับปิศาจร้ายจะต้องระวังไม่ให้ตัวเองกลายเป็นปิศาจร้าย และเมื่อคุณมองเข้าไปห้วงอเวจีเป็นเวลานาน อเวจีอันเลวร้ายนั้นกำลังมองคุณเช่นกัน

แล้วก็นึกถึงประโยคหนึ่งทางพุทธมหายานที่ว่า “เราไม่ลงนรก ผู้ใดลงนรก” ประโยคนี้มีที่มาจากคติทางมหายานที่เชื่อว่าพระโพธิสัตว์โปรดสัตว์จนกว่าจะไม่มีผู้ใดอยู่ในนรก พระโพธิสัตว์ลงนรกคงไม่มีปัญหา แต่ถ้าคนธรรมดาลงนรกจะมีปัญหาเพราะ And if thou gaze long into an abyss, the abyss will also gaze into thee.

การคลุกคลีกับสิ่งเลวร้าย แม้จะบอกว่าเฝ้ามองอย่างระมัดระวังตัวเองเต็มที่แล้ว มันก็เป็นการเปิดโอกาสให้สิ่งเลวร้ายซึมเข้าสู่จิตใจด้วยเช่นกัน

ที่น่ากลัวคือเราไม่รู้ตัวว่าเรากลายโดนสิ่งเลวร้ายแทรกซึมแล้ว เราเข้าใจว่าเรากำลังทำในสิ่งดีงามอยู่ คนที่ขัดขวางเราคือฝ่ายตรงข้ามผู้หลงผิด เป็นคนเลว

หากคิดเช่นนั้นเมื่อใด ก็บรรลัยทันที

เพราะบางคนเมื่อมองว่าอีกฝ่ายคือคนผิด ก็จะพยายามแก้ไขให้อีกฝ่ายพ้นความความหลงผิด เมื่อช่วยไม่ได้ก็เกิดความทะนงตน อาจจะประณาม เหยียดยามดูถูก และตามมาด้วยความรุนแรง ลองถามตัวเองว่าเคยหลุดพูด หรือหลุดคิดว่า “ไอ้นี่มันเลว เจอแบบนี้ก็สมควร” หรือ “แบบนี้น่าเอาไปประหาร” หรือเปล่า

นั่นเท่ากับเรายกตัวเองว่าอยู่ข้างความชอบธรรม คิดว่าตัวเองสูงส่ง ดีงาม คิดว่าตัวเองประดุจดังพระโพธิสัตว์ ถือการโปรดสัตว์เป็นสิ่งที่พึงทำ

The abyss will also gaze into thee….

“คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง”

ท่านพุทธทาสเขียนประโยคข้างบนเมื่อนานมาแล้ว

ประโยคนี้ใช้ได้เมื่อคนดีที่กล่าวถึงเป็นคนดีโดยเนื้อแท้ตามหลักพุทธศาสนา คือ เป็นผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการคือศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา และต้องไม่คิด ไม่พูด ไม่ทำอะไรก็ตามที่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นและตนเอง มีสัมมาทิฐิ ฯลฯ

โปรดสังเกตว่าคนดีจะไม่เบียดเบียนผู้อื่นและตนเอง แต่หากเป็นแค่คนที่หลงคิดว่าเป็นคนดี ก็จะมีความเสื่อม ดังที่เคยเขียนไปใน “I am the Law: ข้าพเจ้าคือกฎหมาย” เมื่อคิดว่าตัวเองเป็นคนดี สิ่งที่ตัวเองคิด พูด ทำ ก็เป็นสิ่งดีทั้งสิ้น ใครคิด พูด ทำ ไม่เหมือนตัวเองล้วนแล้วแต่เป็นคนไม่ดีทั้งสิ้น

สงสัยมาตลอด จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบที่แท้จริงว่าทำไมคนดีจึงทำสิ่งที่ไม่ดี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.