Dark Tranquillity: Fiction


วงจากกูเต็นเบิร์ก ที่ได้ชื่อว่าเป็นวงในระดับแนวหน้า เป็นตัวแทนของกูเต็นเบิร์กซาวนด์ได้อย่างภาคภูมิใจ สมัยแรกยังเรียกดาร์กทรานควิลลิตี้ว่าเป็นเดธเมทัลอยู่ คือมีความก้าวร้าว รุนแรง แต่หลังมานี่พัฒนาจนคนที่ฟังเดธเมทัลเป็นประจำอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยจะเดธสักเท่าใดแล้ว

หลังจากอัลบั้ม เดอะแกลเลอรี เป็นต้นมา รู้สึกว่าพวกเขาพยายามดิ้นรนหนีอดีตตัวเองไปเรื่อย หรือจะเรียกว่าพวกเขามีพัฒนาการที่ชัดเจนก็ได้ อย่างเช่นเพิ่มสัดส่วนท่วงทำนองมากขึ้น ซาวนด์ในช่วงหลังมานี่จะเพิ่มบทบาทของเสียงคีย์บอร์ดมากขึ้น จนแทบจะกลายเป็นสูตรไปเลยว่าเพลงของดาร์กทรานควิลลิตี้จะต้องมีเสียงริฟฟ์ที่ติดหู ฟังดูมีเสน่ห์ แล้วจะเปิดช่องให้เสียงคีย์บอร์ดสร้างสีสัน สร้างความซับซ้อนให้โครงสร้างดนตรีเปลี่ยนไทม์ ซิกเนเจอร์กัน

แต่ในความเหมือนก็มีความต่างกันโดยเฉพาะบรรยากาศของบทเพลง ในอัลบั้ม ไมนด์ไอ ที่พวกเขาหันมาทำเสียงที่หนาแน่นมากขึ้น (กีตาร์ก็ตั้งสายให้ต่ำลงกว่าปกติ) จนตอนแรกอาจจะมีใครคิดว่าเขาจะหันเข้าหาบรรยากาศดูมหรือว่ากอธิก แต่พอมาถึงอัลบั้มคาแรกเตอร์ กลายเป็นว่ามีความกราดเกรี้ยวเต็มไปหมด จนมาถึงตอนนี้ ฟิกชัน ก็แสดงถึงความสุขุมและนิ่งของพวกเขา โดยไม่ลืมที่จะหยิบเอาสำเนียงเฉพาะของตัวเองเข้ามาใช้ต่อ โดยเฉพาะการเล่นกีตาร์ประสานกันที่ขาดหายไปในช่วงอัลบั้มก่อนหน้านี้ กลายเป็นสิ่งที่เน้นเชิดหน้าชูตาในอัลบั้มนี้

คือถ้าฟังเสียงกีตาร์จะได้ยินการประสานในลักษณะคู่เสียงไม่ได้เล่นโน้ตเดียวกัน อย่างใน “เอมป์ตีมี” ที่ออกมาติดหูเสียด้วย แต่หลายเพลงกลับทำให้หวนนึกไปว่าพวกเขาอาจจะติดใจกับสำเนียงของดูมเมทัลขึ้นมาอีกแล้ว คือหันไปเน้นการทำเพลงที่ค่อนข้างช้า แต่หนักหน่วง เน้นริฟฟ์งาม ๆ แล้วใช้คีย์บอร์ดสร้างบรรยากาศขึ้นมาครอบคลุมบทเพลง เสียงร้องหลักก็ยังเป็นเสียงคำราม แต่ว่ายังได้ยินเสียงร้องใสสะอาดใน “มิเซอรีส์คราวน์” และ “เดอะมันเดนแอนด์เมจิก” ซึ่งไม่ได้ยินเสียงร้องแบบนี้มาในสองอัลบั้มก่อนหน้านี้ และเพลงนี้มีเสียงร้องของเนล ซิกแลน น้กร้องนำวงเธียเตอร์ออฟทราจิดีคนปัจจุบันมาช่วยร้องด้วย

ถ้าจะหาทิศทางใหม่ในงานชุดนี้ ก็คงต้องจับตามองที่บทบาทของคีย์บอร์ด ที่ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้า สร้างสีสันให้กับบทเพลงมากกว่างานชุดที่ผ่านๆ มาและทำให้บทเพลงฟังง่ายมากขึ้น สำหรับตัวบทเพลงในอัลบั้ม ฟิกชัน เหมือนกับการกลับไปทบทวนสิ่งที่เคยทำมาในอดีต จัดว่าเป็นอัลบั้มที่ดีชุดหนึ่งของพวกเขา

Line-Up:-

  • Mikael Stanne − vocals
  • Niklas Sundin − guitars
  • Martin Henriksson − guitars
  • Martin Brändström − keyboards and electronics
  • Michael Nicklasson − bass guitar
  • Anders Jivarp − drums

Track listing

  1. “Nothing to No One” – 4:10
  2. “The Lesser Faith” – 4:37
  3. “Terminus (Where Death is Most Alive)” – 4:24
  4. “Blind at Heart” – 4:21
  5. “Icipher” – 4:39
  6. “Inside the Particle Storm” – 5:29
  7. “Empty Me” – 4:59
  8. “Misery’s Crown” – 4:14
  9. “Focus Shift” – 3:36
  10. “The Mundane and the Magic” – 5:17
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.