ข้ามไปยังเนื้อหา

ชัคกี้ ธัญญรัตน์ ผู้ได้รับสมญานาม “กีตาร์เทพ”


ชัคกี้ ธัญญรัตน์ มือกีตาร์ผู้ได้รับสมญานามว่ากีตาร์เทพ เป็นหนึ่งในฝู้มีฝีมือทางการเล่นกีตาร์หาตัวจับยาก น่าเสียดายที่เขาด่วนจากไปก่อนวัยอันควร

เดือนมิถุนายนเป็นเดือนเกิด และเดือนตายของมือกีตาร์ฝีมือระดับเทพที่ชื่อ ชูศักดิ์ ธัญญรัตนางกูร หรือที่รู้จักกันในนาม ชัคกี้ ธัญญรัตน์  มือกีตาร์ที่มีฝีมือระดับโลก

และคงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากเขาจะโดนหลงลืมไปในกาลเวลา

ฝีมือของชัคกี้ ธัญญรัตน์ ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่สมัยที่อยู่อเมริกา ตอนนั้นเขาไปศึกษาที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) อันโด่งดังแล้วทำงานเป็นมือกีตาร์รับจ้างในห้องบันทึกเสียงที่นั่นด้วย แต่พอกลับมาเมืองไทยกลับไปทำงานหลักด้านธุรกิจของครอบครัวอยู่หลายปีความที่บ้านที่ค่อนข้างมีฐานะ ถ้าข้อมูลที่ได้รับมาไม่คลาดเคลื่อน บิดาของชัคกี้ทำธุรกิจค้าขายอัญมนีเครื่องประดับ ระหว่างนั้นก็รับจ้างเล่นในห้องบันทึกเสียงบ้างประปราย

และเขาคงไม่เป็นที่รู้จัก หากว่าไม่รับคำชวนของชัชชัย สุขาวดีให้เข้ามาร่วมงานกับวงร็อกเคสตรา (Rockestra) และอัลบั้ม เทคโนโลยี เป็นจุดเปลี่ยนหนึ่งของวงการร็อกในประเทศไทย

ก่อนหน้านั้นนักดนตรี ร็อกกลุ่มบุกเบิกในประเทศไทยยังเป็นวงแคบ ตั้งแต่วงร็อกหลายวงที่เล่นตามแคมป์ทหารจีไอ และต่อมาเล่นตามคลับแถวถนนเพชรบุรีช่วงสงครามเวียดนาม แต่พอสงครามสงบ แต่ละวงก็แยกย้ายไปเล่นตามแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เช่นพัทยาหรือภูเก็ต หรือบางคนก็ไปหากินไกลถึงต่างแดน แต่วงร็อกที่ทำเพลงเนื้อร้องไทยในสมัยนั้นแทบไม่ค่อยได้เห็น

กระทั่งวงร็อกเคสตราได้ออกเทป แม้ว่าอัลบั้มแรกจะเป็นการเอาเพลงฝรั่งมาเล่นเมดเลย์จะได้รับความนิยมเฉพาะกลุ่ม แต่อัลบั้มชุดที่สองของพวกเขา เทคโนโลยี่ ปีพ.ศ. 2527 กลายเป็นหลักปักเขตหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการร็อกในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการบันทึกเสียงที่ชัคกี้ ธัญญรัตน์ใช้วิชาความรู้และประสบการณ์ช่วยให้สมบูรณ์มากขึ้น แถมด้วยการวางไลน์กีตาร์โดดเด่น ไม่ถึงกับแรงจัดแต่วาดลวดลายเทคนิคกีตาร์สมัยใหม่ (ในขณะนั้น) อย่างแทปปิ้งที่เขาเล่นในเพลง “เพลง” ถึงจะไม่ได้โชว์ทักษะความรวดเร็ว แต่ก็แสดงศักยภาพและรสนิยมการเลือกโน้ตออกมาเล่นได้เด่นล้ำเกินมือกีตาร์คนใดในยุคนั้น

เพลง เทคโนโลยี ของ ร็อกเคสตรา

และเขากลายเป็นกีตาร์เทพ…

คนเรียกเขาว่า “กีตาร์เทพ” จากความนับถือเทพกฤษณะของชัคกี้ เพลง “กรรม” เป็นเพลงที่เขาประพันธ์เพื่อเป็นเครื่องสักการะเทพกฤษณะที่เขานับถือ จึงใส่เสียงซิตาร์ช่วงเริ่มเพลง (แต่จริง ๆ เป็นเสียงกีตาร์ที่เลียนเสียงซิตาร์) นอกจากนี้ยังมีที่มาจากคำเล่าลือว่าเหมือนมีเสียงกระซิบที่หูว่าต้องเล่นอย่างไร และเวลาเล่นร่วมกับวงเขาสามารถเล่นคอร์ดต่อได้โดยไม่ผิดเพี้ยนแม้ว่าจะไม่ได้ฟังเพลงนั้นมาก่อน (อันนี้อาจจะเพราะสมัยนั้นพวกทางเดินคอร์ดไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไหร่ เขาเลยชินและเดาทางออกว่าคอร์ดต่อไปควรจะเป็นคอร์ดอะไร)

เพลง “กฤษณะ” จากโปรเจ็คต์วง ไวต์แมจิก ที่ชัคกี้เป็นมือกีตาร์

น่าเสียดายที่ชัคกี้ร่วมงานกับร็อกเคสตราเพียงสองชุดก็แยกย้าย (คือ เทคโนโลยี่ กับ สเปเชียล#1 ซึ่งเป็นการนำเพลงสากลมาบรรเลงใหม่) เคยอ่านจากนิตยสารฉบับไหนสักฉบับ (นานละ น่าจะตั้งแต่สมัยชัคกี้ทำอัลบั้ม ศรัทธา) เขาบอกว่าความจริงเขาตกลงกับ หรั่ง ร็อกเคสตรา ว่าจะมารับจ้างเล่นกีตาร์และช่วยทำเพลงในห้องบันทึกเสียงเท่านั้น แต่เนื่องจากเวลาไปแสดงสดแล้วมือกีตาร์ที่หรั่งให้มาเล่นกลับเล่นแบบเขาไม่ได้ หรือ เล่นไม่ถูกใจหรั่ง ก็เลยได้รับการขอร้องให้ช่วยออกแสดงสดด้วย

พอถึงเวลาอันสมควรก็ออกจากวงและหันไปเป็นมือกีตาร์รับจ้างอีกครั้ง ได้เล่นกีตาร์และซินธิไซเซอร์ในเพลง “ฮิโรชิม่า” อัลบั้ม 1985 และในเพลง  “แม้เราจะไม่พบกัน”, “สาวน้อย” และ เล่น,คียบอร์ดในเพลง “หวัง” ในอัลบั้ม อานนท์ ของคาราวาน

แม้เราจะไม่ได้พบกัน ของ คาราวาน

และออกผลงานเดี่ยวชื่อ ศรัทธา โดยเขาทำดนตรีทั้งหมด ส่วนเนื้อร้องได้เพื่อนพี่น้องในวงการอย่างสุรชัย จันทิมาธร ยืนยง โอภากุล ปานศักดิ์ รังสิพราห์มณกุลมาช่วยงาน ซึ่งน่าจะเป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขาได้ แต่ในความเป็นจริงมันกลับตรงกันข้าม เพราะอัลบั้ม ศรัทธา กลับเป็นงานที่แฟนเพลงผิดหวัง (เขาว่าเป็นแค่เดโม ยังไม่เอาจริง แต่ก็ต้องปล่อยออกมา)

ศรัทธา อาจจะยอดเยี่ยมในเรื่องการเรียบเรียงดนตรีก็จริง แต่ทิศทางของเพลงกระจัดกระจายทำลายคุณค่าของอัลบั้มนี้ไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะเมื่อเขาเปิดเผยภายหลังว่าความจริงเป็นอัลบั้มที่ “ไม่เสร็จ” มีสถานภาพเพียงแค่เดโมเทปเท่านั้น

ชัคกี้ก็ไม่ใช่คนร้องเพลงดีอยู่แล้ว แทนที่จะหานักร้องนำเสียงดีมาช่วยร้อง กลับร้องเสียเอง ซึ่งทำให้เพลงไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ อย่างเพลง “รักคุณเท่าฟ้า” น่าจะเป็นตัวอย่างอันดี เพลงนี้แต่งโดยยืนยัง โอภากุลต่อมาวงคาราบาวเอากลับมาทำใหม่ให้เทียรี่ เมฆวัฒนาร้องกลับเข้ากับเพลงมากกว่าสมัยที่ชัคกี้ร้องเองเสียอีก (อัลบั้ม ศรัทธา ออกปี 2528 ส่วน อัลบั้ม รวมเพลงคาราบาว ซึ่งมีเพลง “รักคุณเท่าฟ้า” ออกปี พ.ศ. 2529) แถมฝีมือกีตาร์ที่ใครต่อใครร่ำลือว่าเป็นกีตาร์เทพก็ไม่ได้วาดลวดลายอะไรมากมายนักในงานชุดนี้ อาจจะมีเพลงเด่นอย่าง “มาลี” ที่พอจะติดหูบ้าง

หลังจากนั้นเขาก็หายไปจากความสนใจของสาธารณะ จนกระทั่งปีพ.ศ. 2533 เขากลับมาอีกครั้งกับอัลบั้ม พาฝัน โดยในอัลบั้มนี้เขาหานักร้องมาร้องนำชื่อ ปฐพี สายแสง (หรือต่อมารู้จักกันในชื่ออานนท์ สายแสงจันทร์นักร้องนำวงแบล็คเฮด) ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง อัลบั้มนี้การบันทึกเสียงอยู่ในระดับดี

เล่ากันว่าชัคกีละเอียดละออกับการบันทึกเสียงมาก โดยเฉพาะเสียงร้องจนกระทั่งปฐพีถอดใจหนีไปตั้งหลักจนต้องไปตามกลับมาร้องต่อ อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือมั่ว แต่เสียงร้องในอัลบั้มนี้เป็นเสียงร้องที่เยี่ยมที่สุดของ ปู อานนท์ จนถึงวันนี้ แล้วเสียงดนตรีแนวฮาร์ดร็อกน่าจะเรียกคนฟังได้ไม่ยาก เพราะในช่วงนั้นกระแสดนตรีเฮฟวีเมทัลในเมืองไทยกำลังมาแรง อย่างดิ โอฬารโปรเจ็คท์หรือว่าไฮร็อกกำลังดังในช่วงนั้น แต่ว่าโปรโมทน้อยมาก ยอดขายจึงน้อยตามไปด้วย และไม่ได้มีผลงานของตัวเองอีกเลย

ลีลาการเล่นกีตาร์ที่เฉียบคมมากของชัคกี้

มีเพียงฝากเสียงกีตาร์ไว้ในโปรเจ็คท์ไวท์เมจิก (อัลบั้ม จักรวรรดิ) และมาฝากเสียงกีตาร์ในอัลบั้ม กุหลาบไฟ ของโดม มาร์ติน

ชัคกี้ ธัญญรัตน์ เสียชีวิตด้วยอาการไตวายเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2540

1 ความเห็น »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: