Uriah Heep:Demons & Wizards


สำหรับวงดนตรีบางวง การประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยจังหวะและความลงตัวพอดีระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับความสามรถเฉพาะตัวของสมาชิกแต่ละคน อย่างเช่นวง Uriah Heep เป็นต้น

Uriah Heep ตั้งวงในปี 1969 โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เสียงร้องนำของเดวิด ไบรอนที่ให้เสียงสูงมีช่วงเสียงกว้างและกังวาน และการร้องประสานของวงที่มีเอกลักษณ์ อัลบั้มแรกอาจจะดูเป็นวงฮาร์ดร็อกดาดๆ ที่ออกมาในช่วงปลายไซคีเดลิค แต่พอ เฮ็นส์ลี่กลายเป็นคนประพันธ์เพลงหลัก ตั้งแต่ Salisbury อัลบั้มลำดับที่สองเป็นต้นมา ดนตรีก็ออกไปทางโปรเกรสซีฟ ร๊อคมากขึ้นใน แต่พอมาอัลบั้มที่ 3 Look at Yourself สีสันของบทเพลงกลับไม่ค่อยแตกต่างกันนัก มาอัลบั้มลำดับที่ 4 ที่ชื่อ Demons & Wizards กลับโดดเด่นขึ้นจนน่าประหลาดใจ อาจจะเป็นเพราะการเข้ามาร่วมวงของแกรี่ เธน ซึ่งสามารถใส่เมโลดี้ให้กับเสียงเบสได้งดงาม ลื่นไหล ไปกับบทเพลงที่ให้เสียงอลังการจากคีย์บอร์ด

การเล่นกีต้าร์ของมิกซ์ บ๊อกซ์ที่เหมือนจะไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ เคยตั้งคำถามสมัยที่ Uriah Heep มาเล่นในเมืองไทยว่าสมัยก่อนเพลงของ Uriah Heep เน้นที่เสียงคีย์บอร์ดไม่ค่อยมีเสียงกีต้าร์ เลย ตัวมิกซ์ บ็อกซ์ สวนทันควันว่า “มีแน่นอน เสียงกีต้าร์ของเขาเป็นตัวหลักของบทเพลง” แต่ถ้าคุณฟังเพลงในอัลบั้มนี้ คุณจะพอนึกออกว่าการเล่นกีต้าร์ของบ๊อกซ์ จริงๆ ก็มีบทบาทสำคัญในเพลง แต่ว่าเสียงคีย์บอร์ดที่ลอยเข้ามามันดึงความสนใจไปเยอะ อีกอย่างในสไตล์การเล่นแรกๆ ของพวกเขามันกึ่งๆ ระหว่างไซคีเดลิค ฮาร์ดร็อค โปรเกรสซีฟ ร็อค เสียงกีต้าร์จึงไหลไปกับดนตรีไม่ได้เชิดหน้าชูตามากนัก อย่างใน “The Wizard” เสียงร้องของเดวิด ไบรอนทำให้นึกถึงสมัยไซคีเดลิค ร้องคลอไปกับเสียงอคูสติกกีต้าร์แต่หลังจากนั้นเสียงริฟฟ์กีต้าร์หนักๆ กับเสียงคอรัสที่หนาแน่นก็เปลี่ยนให้เพลงนี้เป็นเพลงร๊อค  แต่ถ้าอยากฟังเสียงกีต้าร์เจ๋งๆ ก็มีใน “Traveler in Time” เสียงกีต้าร์ที่เสริมด้วยเสียงวาห์-วาห์ ให้ความรู้สึกเก๋ามาก หรือในเพลงฮิต “Easy Livin’” ก็อาศัยท่อนริฟฟ์เยี่ยมๆ กับเสียงออร์แกนเท่ๆ ช่วยให้เพลงที่มีจังหวะจะโคนอยู่แล้วมีสีสันมากขึ้น

จุดเด่นที่สำคัญของ Uriah Heep คือในเรื่องของเสียงประสานที่หนาแน่น ซึ่งในเพลงที่ออกจะธรรมดาอย่าง “Circle of Hands” ที่เป็นเพลงบัลลาด ดูมีพลังขึ้นมาก  ยิ่งใน เพลงปิดท้ายอัลบั้มที่เป็นเพลงคู่ “Paradise / The Spell” ที่ออกสำเนียงโปรเกรสซีฟเต็มที่จากเพลงอคูสติกโฟลค์ ลีลาเดียวกับเพลง “The Wizard” เมื่อค่อยๆ เพิ่ม texture ของเสียงกีต้าร์ไฟฟ้าและคีย์บอร์ดเข้าไปทีละนิด แล้วค่อยๆ คลี่คลายไปหลายทิศทางหลากหลายลีลา ถือเป็นการปิดท้ายอัลบั้มที่เต็มไปด้วยชั้นเชิง

น่าเสียดายที่ไลน์อัปชุดนี้ ทำงานร่วมกันไม่กี่อัลบั้ม แกรี่ เธน เสียชีวิต ได้จอห์น เวทตั้น มาแทนใน Return to Fantasy ซึ่งยังพอรักษาฐานแฟนเพลงดั้งเดิมได้ แต่เมื่อเดวิด ไบรอนออกจากวงเพราะเคน เฮนส์ลี่เห็นว่ามีปัญหาเรื่องยาเสพติดและการดื่มสุราจนไม่อาจควบคุมได้ กลายเป็นว่าวง Uriah Heep ต้องเผชิญกับขาลงอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ถึงแม้ว่าปัจจุบันชื่อเสียงของพวกเขาจะเงียบๆ ลงไปบ้าง แต่ก็ต้องจารึกเอาไว้ว่า Uriah Heep เป็นวงแรกๆ ที่นำเอาเรื่องแฟนตาซีมาผูกเป็นเรื่องราว (ปัจจุบันหาฟังเนื้อหาแบบนี้ได้โดยทั่วไปจากวงเพาเวอร์ เมทั่ลอย่าง Iced Earth หรือ Blind Guardian) รวมทั้งเป็นวงแรกๆ ที่นำเอาดนตรีโปรเกรสซีฟ ร๊อคเข้ามาหลอมรวมกับดนตรีเมทั่ล

Line Up:-

  • David Byron – vocals
  • Ken Hensley – acoustic, electric and slide guitar, vocals, keyboards, percussion
  • Mick Box – lead guitar
  • Gary Thain – bass guitar
  • Lee Kerslake – drums, percussion, vocals

Track listing:-

  1. “The Wizard” – 2:59
  2. “Traveller in Time” – 3:25
  3. “Easy Livin'” – 2:37
  4. “Poet’s Justice” – 4:15
  5. “Circle of Hands” – 6:25
  6. “Rainbow Demon” – 4:25
  7. “All My Life” – 2:44
  8. “Paradise/The Spell” – 12:42
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.